นโยบายความเป็นกลาง
posted on 02 Jul 2008 19:06 by chalita
นโยบายความเป็นกลาง(ของบล็อกนี้)
ความเป็นกลางในที่นี้มิได้หมายถึงการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
หรือการให้ข้อมูลของทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่
แสดงความคิดเห็นส่วนตัวหรือมีบทวิเคราะห์หรอกนะคะ
เนื่องจากว่ามันเป็นบล็อกส่วนบุคคล ไม่ใช่สำนักข่าวไทย
แต่ความเป็นกลางในบล็อกนี้ คือความเป็นธรรม หรือการ
ให้ความยุติธรรมแก่ผู้อ่านในทัศนะของผู้เขียน นั่นก็คือ..
การที่ผู้เขียนเปิดเผยที่มาของข้อมูลรวมถึงสิ่งที่สำคัญที่
สุดก็คือที่มาของทัศนคติ กล่าวคือแบ็คกราวน์และนิสัย
ใจคอของผู้เขียนเอง บุคลิกลักษณะ แนวคิดและปรัชญา
ต่างๆ เป็นคาแรกเตอร์ส่วนบุคคลที่จะสามารถทำให้ผู้อ่าน
ได้ใช้วิจารณญานในการตัดสินใจเชื่อหรือไม่เชื่อในสิ่งที่
ผู้เขียนจะพูด
ซึ่งถ้าผู้อ่านได้รับทราบแล้ว ว่าเบื้องหลังผู้เขียนเป็นคน
อย่างไร ก็ย่อมคิดตามได้ เช่นว่าอาจจะชอบนิสัย.. รับ
ทราบถึงวัตถุประสงค์และเจตนาที่ชัดเจนของผู้เขียนจึง
สามารถเข้าใจในหลักประเด็นได้ รวมถึงถ้าไม่ชอบนิสัย
กันว่าผู้เขียนอาจเป็นคนที่มีข้อเสียบางอย่างจึงทำให้ชี้
แจงเรื่องบางเรื่องออกมาในทำนองหนึ่ง ผู้อ่านก็อาจจะ
ไม่เห็นด้วยในวิจารณญาณของท่านด้วยเหตุผลดังกล่าว
ก็เป็นได้
ซึ่งเจ้าของบล็อกคิดว่ามันยุติธรรมดีแล้ว
"ในเมื่อคุณรู้แล้วว่าเราเป็นคนยังไง
ยามเราพูดจึงไม่จำเป็นที่จะต้องพูดอย่างเป็นกลางอีก
แต่เราจะพูดในสิ่งที่เราคิดไปเลยอย่างเต็มที่ สุดโต่ง
กล้าหาญ และพร้อมที่จะรับผิดชอบกับสิ่งที่เขียนออกไป"
ซึ่งคุณเองเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสินว่าจะเชื่อเราไหมหลังจากนั้น?
โดยไม่จำเป็นจะต้องอาศัยความน่าเชื่อถือของที่มาที่เราอ้างถึง
แต่อย่างใดอีก ไม่จำเป็นจะต้องเกรงใจกับความคิดที่สวนกระแส..
"กรุณาอย่าเชื่อเพียงเพราะผู้เขียนเขียนแรง
หรือกล้าแสดงออก และอย่าเชื่อเพราะผู้เขียนใช้คำพูดสวย
หรูหรืออ้างอิงตำราวิชาการ.."
และในขณะเดียวกัน ก็อย่าอคติกับบทความเพราะบางสิ่งที่
ไม่ชอบในตัวผู้เขียนด้วย.. เพราะมันไม่เกี่ยวข้องกับประเด็น
ที่สำคัญ การจะพูดในสิ่งที่ถูกต้องนั้น อยู่ที่เจตนาของผู้พูด
และข้อมูลที่มีความเป็นจริง มิได้ขึ้นอยู่กับความพอใจในบุคลิก
หรือรสนิยมที่คุณมีต่อผู้เขียน หน้าที่ของคุณคือ..ต้องใช้ความ
คิดในการพิจารณานะคะ เวลาอ่านบล็อกนี้ให้มองที่เจตนาเป็น
สำคัญ อย่าอ่านด้วยอคติเพราะถ้าคุณวิจารณ์ ผู้เขียนก็จะรู้ทัน
และคงเบื่อหน่ายกับสติปัญญาคุณเท่านั้นเอง
ยกตัวอย่างถ้าคุณอ่านคำวิจารณ์หนังสักเรื่องจากแมกกาซีน
หน้าห้องตรวจ ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งโดยบังเอิญขณะรอ
แพทย์เรียกตรวจ คุณจะไปดูหนังเรื่องดังกล่าวไหมถ้าเขา
บอกว่าดี.. ทั้งๆที่เพื่อนสนิทคุณคนหนึ่งที่คอเดียวกันบอกว่า
หนังเรื่องเดียวกันนี้ไม่สนุกเลย.. คุณจะเชื่อใครคะ? ระหว่าง
เพื่อนคนธรรมดาๆของคุณที่คุณรู้จักรสนิยมของเขาดี กับคน
ที่เป็นถึงนักวิจารณ์มืออาชีพแต่คุณไม่รู้จักเขาเลย
อ่านข้อชี้แจงแล้ว ที่เหลือขอให้เอนจอยกับบทความ
และกระตุ้นการใช้สมองพิจารณาเถิดค่ะ
ชลิตา('s)บล็อก
คุยกับจข.บล็อก 