แวะมาบอกลา..
posted on 22 Sep 2008 16:44 by chalita in telling
แวะมาบอกลา(คลอด)และอาการป่วยค่ะ
กลัวว่าเดี๋ยวจะหายไปเฉยๆไม่มีโอกาสบอก..
+จะพยายามกลับมาเขียนนะค๊า
ที่ผ่านมาเราห่างหายจากการอัพบล็อกตัวเองไปนานพอควร
หลังๆชักเริ่มไม่ได้แวะบล็อกเพื่อนๆไปด้วย วันนี้เลยขอมาเล่า
ให้ฟังว่าเราไปไหนมานะคะ
...
ตั้งแต่ที่เริ่มท้องแก่แล้ว เรามีเขียนอาการ"ไม่สบายตัว"
ลงไปในบล็อกลูซี่ทัมนัสอยู่บ้าง.. แต่หลังจากเอนทรีล่าสุดที่นั่น
แม้เราจะเพลียและเหนื่อยมากๆแต่เรายังใช้ชีวิตแบบปกติได้อยู่บ้าง
จนกระทั่งเมื่อ 11 สิงหาคม 2551(เดือนกว่าๆที่ผ่านมา) เราตั้งใจ
จะไปเที่ยวงานศิลป์แผ่นดิน ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ตามที่
คุณสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของไทยได้ออกอากาศ
ทางทีวีแนะนำให้ไปเที่ยวชมตั้งแต่วันแรกของงาน โดยบอกว่าวันงาน
เหลืออีก 2 วัน(คือตั้งแต่ 10-12 สิงหา..) เราก็เลยเลือกไปในวันถัดมา
ซึ่งก็คือวันจันทร์ก่อนวันหยุด(วันแม่)เพื่อที่คนจะได้ไม่เยอะมากนัก
แต่พอไปถึงกลับพบว่าพระที่นั่งฯปิดทำการทุกวันจันทร์ซะงั้น..
งานจริงๆจึงมีให้ดูแค่ 2 วันไม่ใช่ 3 วันอย่างที่นายกฯบอก..
เราขอโทษที่ต้องเล่าให้ฟังนะคะ เป็นเพราะเราเกลียดการพูดออกอากาศ
โดยไร้ความรับผิดชอบต่อข้อมูลโดยสิ้นเชิงแบบนี้มากๆเลย.. ยิ่งกับคนระดับ
ผู้นำประเทศที่กลับนึกจะพูดอะไรก็พูดไม่ตรวจสอบให้ดีเสียก่อนจนกระทั่ง
มันเกิดความเสียหายไปได้ขนาดนี้ รับไม่ได้ค่ะ
*เด็กๆอย่าเอานายกฯคนนี้เป็นตัวอย่างนะคะ ท่านเป็นผู้ใหญ่(แต่ตัว)ที่แย่มาก
ไม่เอาไหน และใช้ไม่ได้เลยค่ะ..(แวะด่าซะหน่อย)
วันนั้น..แค่เรายืนงงอยู่ประมาณ 20 นาที ก็ได้เห็นคนจำนวนมากที่แวะมาถามกับ
รปภ.หน้าประตูพระที่นั่งฯเหมือนเราแล้วต้องพบกับความผิดหวัง +งงกลับบ้านไป
บ้างก็เหมารถกันมาจากต่างจังหวัดแต่ก็กลับไปโดยไม่ได้ลงจากรถก็หลายคันอยู่
ซึ่งเราเองมีนัดผู้ใหญ่มาเสียด้วย เขาเป็นคุณย่าของน้องจู๊ด..ลูกในท้องเราเองค่ะ
อายุอานามท่านก็ปาเข้าไป 73 แล้ว ยังอุตส่าห์ออกจากบ้านมาพบเรา (ตั้งแต่เรา
ท้องโย้ เราก็ไม่ได้ไปเยี่ยมคุณแม่[แฟน]เสียหลายเดือน ท่านก็ห่วงหลานและแม่
ของหลานอะนะ55) เรากับพ่อน้องจู๊ดจึงตัดสินใจหาที่อื่นพาคุณแม่เที่ยววันแม่แทน
ก็ได้ไปลงตัวที่ใกล้ๆอย่าง"เขาดิน"ค่ะ แค่เดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามก็ถึงแล้วอะ
เพราะเราเองก็ไปไหนไกลๆไม่ไหว
..ไหนๆผิดหวังเพราะ"คนแย่ๆ"ก็ขอไปดู"สัตว์"แทนแล้วกัน น่าจะทำให้รู้สึกดีขึ้น..
ประมาณนั้น ซึ่งทริปเขาดินครั้งที่สองในรอบ 4 ปีที่ผ่านมานี้ของเราสนุกดีค่ะ แต่
เราพลาดไปตรงที่..การแต่งกายของเราเหมาะกับการเดินในห้องแอร์เท่านั้น ซึ่ง
อากาศในเขาดินมันร้อนและชื้นมากๆ พอกลับมาถึงบ้านพบว่าผิวบริเวณหน้าท้อง
ที่ทาครีมบำรุงกันรอยแตกลายเอาไว้..มีอาการแพ้เหงื่อค่ะ
เพียงไม่กี่วัน(ไม่ถึงสัปดาห์)หลังจากวันนั้น เราก็ได้พบกับชะตากรรม
ที่ไม่มีใครคาดคิด อาการแพ้ที่เป็นเพียงผื่นเม็ดเล็กๆบริเวณหน้าท้องลุกลาม
ไปทั่วตัวและคันมากๆ ค้นในเน็ตดูแล้ว..พบว่าเราเป็น"ผื่นคนท้อง" (PUPPP) ค่ะ
โดยที่ก่อนนี้เราเป็นลมพิษเรื้อรังอยู่แล้ว 3 ปีกว่าๆ เราจึงมีอาการที่ทรุดหนัก
กว่าคุณแม่หน้าไหนในเน็ตทุกคนทั่วโลกที่เคยค้นเจอมาเลย....
......
....................................ภาพจากลิงค์ในหน้านี้
...
7 วันกะผีอะไรล่ะ(แค่อายุเม็ดผื่นน่ะใช่ค่ะ) แต่อาการคันจะเป็นกันจนกว่า
จะคลอดเลยเพราะสันนิษฐานกันว่าเกิดจากร่างกายคุณแม่ไม่คุ้นกับฮอร์โมน
ของเด็ก..จึงมักเป็นกันที่ครรภ์แรกในไตรมาสสุดท้าย แต่ค้นเจอว่ามีคุณแม่
ครรภ์ที่ 2 ที่ยังเป็นอยู่ด้วยนะคะโดยรายนั้นกลุ้มใจมากๆเลย และหลายราย
ที่เป็นในไตรมาสอื่นๆด้วย และอาการนี้ยังไม่มียารักษา(แค่ให้ยาบรรเทาอาการ
เท่านั้น) ไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้จริงด้วย อาจเพราะมันไม่ทำอันตรายคุณแม่และเด็ก
เลยไม่มีใครสนใจจะวิจัยมันละมั๊งคะ
ขณะนี้แม้อาการเราจะทุเลาลงบ้างแต่ก็ยังไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ค่ะ
วันที่อัพบล็อกได้(เอนทรีก่อนนี้และเอนทรีนี้) จะเป็นวันที่รู้สึกแข็งแรงขึ้นมาบ้าง
ก็ตาม แต่มันก็นานๆจะมาทีสักวันนะคะ ซึ่งปัจจุบันเรายังคงไม่สามารถเล่าถึง
อาการตัวเองในช่วงที่มันหนักหนาสาหัสที่สุดได้ เพราะยังช็อคอยู่ค่ะ บอกได้เผินๆ
แค่ว่า มันทำให้เราเกือบจะเสียสติแล้วไปในคืนหนึ่ง.. อยู่ๆเราก็หัวเราะออกมา
อย่างไม่ทราบเหตุและเตรียมจะกรีดร้องแล้วค่ะ ยังดีที่พอจะมีสติเหลืออยู่บ้าง..
ในนาทีนั้นเราเลยรีบวิ่งออกไปหาพ่อเด็กที่อยู่อีกห้องหนึ่งและขอร้องให้เขา
มาอยู่เป็นเพื่อน มาพูดคุยกับเรามากอดเรา ให้กำลังใจเราหน่อย เราเพ้อรำพัน
ว่ารักเค้าๆไม่หยุดเพราะเรากลัวมาก กลัวจับใจแต่กลัวอะไรก็ไม่รู้ แบบว่า..
ไม่เคยเสียขวัญกลัวอะไรขนาดนี้มาก่อนเลย ..ก็มันทั้งทรมานผสมกับทั้งกลัว
+กับความเหงาและโดดเดี่ยวมากๆนี่คะ เพราะเท่าที่ค้นดูแล้วแทบไม่มีใครรู้จัก
อาการนี้เลย (200คนจะเป็นแค่คนเดียว..) แม้กระทั่งพยาบาลในห้องฉุกเฉิน
ยังตกใจและงุนงงกันถ้วนหน้าว่าเราไปแพ้อะไรมา? จะมีก็แค่คนที่เคยผ่านมัน
มาแล้วกับสูติฯแพทย์เท่านั้นที่รู้จัก รวมถึงไม่มีใครเข้าใจเลยด้วยว่ามันทรมานยังไง
วันหนึ่งเราจะกลับมาเขียนบล็อกอธิบายอาการนี้อย่างละเอียดค่ะ เรามีบันทึก
อาการของเราและความรู้สึกเก็บเอาไว้ลงไดอารีแบบวันต่อวันเลยล่ะค่ะ(รวมถึง
ทำปฏิทินนับถอยหลังเฝ้ารอวันหายป่วยเอาไว้ด้วยนะเออ) เผื่อว่าผู้หญิงตั้งครรภ์
คนอื่นๆที่เป็นเหมือนเราจะค้นเจอจะได้อ่านและอาจมีกำลังใจต่อสู้กับมันต่อไปได้บ้าง
ซึ่งในวันนี้เราก็ทิ้งชีวิตปกติไปแล้วล่ะวันๆก็นอนรักษาตัวอยู่ที่บ้าน..ดูดีวีดี (2-3วันนี้
ก็กำลังดู "เดอะก๊อตฟาเธอร์"มาราธอน 3 ภาครวดอยู่ค่ะ..เหอๆ) ไม่รู้ใครมันทำ
ข้อมูลภาษาไทยในวิกิไว้ อะให้ลิงค์ไปด้วยก็ได้อะ ว่าแต่ทำไมทำแค่ภาค2วะ..
เราไม่ออกไปไหนเลยยกเว้นให้น้องขับรถพาไปตรวจครรภ์ตามหมอนัดที่
โรงพยาบาล.. อัพบล็อกยังไม่ได้เลยเพราะความเครียดเพียงเล็กน้อยทำให้
อาการแย่ลงเจ้าค่ะ ทำอย่างนี้ทุกๆวันมาเป็นเวลา2-3สัปดาห์(ร่วมเดือน)แล้ว
รอให้ถึงวันคลอดเพียงอย่างเดียว
..อีก 3 สัปดาห์เท่านั้น(วันกำหนดคลอดน้องจู๊ดคือ14 ตุลาค่ะ)
............
แขนเราเองเมื่อเดือนที่แล้ว(นี่แค่ตอนเพิ่งขึ้นนะคะ ยังไม่ลามมากไปทั้งตัว ถ่ายรูปนี้
ด้วยความรันทด
) แม้ตอนนี้ผื่นจะยุบจะทิ้งไว้เป็นเพียงรอยดำกว้างๆเหมือนแผนที่
ทำให้ผิวเราเป็นรอยด่างๆทั่วทั้งตัวแล้วก็ตาม(เรามีผื่นนี้ขึ้นทั้งตัวเลยค่ะยกเว้นหน้า..
แม่บอกว่ายังดีที่มันยัง"ไว้หน้า"เราค่ะ 555) แต่มันยังคงคันอย่างไม่ลดละ ยังคงทำให้
เราประสาทเสียและร้องไห้ด้วยความสิ้นหวังหลังอาบน้ำแทบทุกคืน
...
ที่มาบอกลาก็เพราะว่า.. สังเกตจากคุณแม่บล็อกเกอร์หลายๆคน(เราว่าทุกคน
เลยละ)ที่ลาไปคลอดแล้วไม่ได้กลับมาอัพบล็อกอีกเลยไม่รู้ทำไม เต็มที่ก็
3-4เดือนจะกลับมาตอบคอมเมนท์บ้าง(ซึ่งก็ไม่ได้มาอัพบล็อกอยู่ดี) ดูแล้ว
คงจะยุ่งและเหนื่อยกับการเลี้ยงลูกมากๆ แต่เราไม่กลัวนะคะ เราทราบมาจาก
คุณแม่ออนไลน์คนหนึ่งที่บอกว่าเค้ากลัวการเป็นผื่นนรกเนี่ย..มากกว่ากลัวเจ็บ
ตอนคลอดลูกอีก ฉะนั้นถ้าเราผ่านมันไปได้ เราก็ไม่กลัวอะไรอีกแล้วล่ะค่ะ
และเรามั่นใจมากๆว่าตัวเองจะกลับมาเขียนบล็อกอีกแน่นอน แม้ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่
เพราะเราคิดว่าตัวเองชอบเขียนบล็อกมากกว่าคุณแม่คนไหนๆค่ะ5555
อย่างน้อยก็ในปีนี้ที่เราอาจไม่ได้กลับมาเขียนอีกแล้วถ้าอาการไม่ดีขึ้น
เราเลยขอทิ้งเอนทรีนี้ไว้..เพื่อบอกเพื่อนๆและคนที่ติดตามบล็อกเราค่ะ
ว่าเรายังจะเขียนบล็อกอยู่ (แต่ติดภารกิจสำคัญ) เราอาจหายหน้าไปนาน
แต่จะกลับมาค่ะ ซึ่งวันนี้เราก็ได้แต่หวังว่าพอคลอดลูกแล้วมันจะหายไปเอง
อย่างตำราเค้าว่าไว้จริงๆ.. ซึ่งหลายสัปดาห์ที่ผ่านไปนี้เราจินตนาการไม่ออก
อยู่ดีนะว่าการมีชีวิตโดยไม่ป่วยนี่มันเป็นยังไงหรือ?
แม้เราจะจำได้ว่าชีวิตนี้ ..32 ปีที่ผ่านมาเราเคยออกจากบ้านไปเที่ยวเล่น
และไปไหนต่อไหนมาแล้วจริงๆนะ แต่เราก็ยังนึกความรู้สึกในยามปกติ
(ไม่คัน)ไม่ได้ นึกความรู้สึกในยามที่เราสบายดีไม่ได้ เราลืมอดีตไปหมดแล้ว
และนึกอนาคตไม่ออกเอาเสียจริงๆค่ะ
- สั่งลา -
เรายังมีความหวังและเชื่อว่าเราต้องหาย
เพราะไม่งั้นธรรมชาติจะให้แม่เลี้ยงลูกได้ยังไง
ถ้าแค่จะนอนหลับยังไม่สามารถทำได้..เนอะ
+ผื่นนี้ไม่เป็นอันตรายกับเด็กจ้า บรรดาแม่ยกน้องจู๊ดไม่ต้องห่วงนะคะ
(เตะหนักขึ้นทุกวัน..ใครว่าเดือนสุดท้ายจะดิ้นลงน้อยคะไม่จริงเลย55)
เหลืออีก 22 วันเท่านั้น....
ขอโทษทุกคนที่ไม่ได้แวะไปหาหรือติดต่อนะคะ
คิดถึงบรรดาเพื่อนๆออนไลน์จัง เราใช้วิธีส่งเมล์ไปแจ้งการป่วย
ว่าให้มาอ่านที่นี่ด้วยค่ะ เพราะเขียนถึงทุกคน
แล้วเล่าให้ฟังทีละคนไม่ไหว...
+หวังว่าเรื่องที่โหดที่สุดของการมีลูกมันคือเรื่องนี้และมันจะผ่านไปนะคะ
เราไม่ใช่คนที่เข้มแข็งเอาเสียเลย เพียงแต่การตายมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเช่นกัน
มันจึงเป็นเพียงแค่
..เราโดนชะตาชีวิตฉุดกระชากลากถูให้ต้องผ่านมันไปโดยที่ยังไม่ตาย
เท่านั้นกระมังคะ แต่ถ้าเราผ่านมันไปได้จริงๆแล้ว เราคงเข้มแข็งขึ้น
คงไม่มีอะไรทรมานไปกว่านี้อีกแล้ว และเราคงมีกำลังใจต่อสู้ฝ่าฟัน
กับสิ่งอื่นๆทุกอย่างในอนาคตข้างหน้า
ถ้าเราผ่านมันไปได้นะ เราคงไม่กลัวอะไรอีกแล้วล่ะค่ะ5555

ชุดเด็กตัวเล็กม๊ากกๆ ได้มา 2 ลังไม่ต้องซื้อต้องหา.. เป็นของตกทอดจากพี่สาวค่ะ
..ญาติๆมิตรๆที่เพิ่งมีลูกตัวเล็กๆกันไป(ตอนนี้โตกันหมดแระ
)
...
ยังบอกลูกทุกวันว่าดีใจที่มีหนูเกิดมา แม้เราจะเจียนตายขนาดนี้ก็ตาม
ก็ยังขอบคุณเค้าที่มาเกิดกับแม่คนนี้ จะดูแล"พวกเขา"(พ่อเด็กด้วย)ให้ดีที่สุดค่ะ
แอบซึ้ง อิๆๆ
ว่างๆก็แวะมาทักทายกันได้ จะคอยเข้ามาตอบค่ะ บ๊ายบาย..(เดี๋ยวมา)
คุยกับจข.บล็อก 