recommended

*แม้จะเจตนาดีแต่เนื้อหาบางส่วนมันติดเรต
บอกไม่ได้ว่าเหมาะหรือไม่เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
กรุณาดูแลตัวเองด้วยนะคะ

-เอนทรีนี้เป็นภาคต่อของครั้งแรกที่ฉันเข้าโรงแรมม่านรูด-

อ่านคอมเมนท์ของเอนทรีก่อนแล้ว
ทำให้กลับมาเขียนเรื่องนี้ต่อ
เพราะเจ้าอุทาหรณ์ที่เขียนไป..
จริงๆแล้วนเป็นเพียงการกลบหลุม
ที่ขุดหลอกแกล้งคนอ่านบล็อก
(ขาประจำ)เล่นๆที่พอจะรู้จักนิสัยฉันอ
ยู่บ้าง
กับตั้งใจแค่จะเล่าชีวิตประหลาดๆช่วงหนึ่งเท่านั้น
โดยเพื่อ
ความบันเทิงๆล้วนๆ ไม่ได้ตั้งใจจะมีสาระเท่าไหร่

ทำให้ฉันรู้สึกผิด
นิดๆ
แต่ยังไงก็ขอขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาในการทิ้งคอมเมนท์
ไว้
(ทำให้ทราบความรู้สึกและความคิดของคนอ่านได้เยอะเลย)

คราวนี้ขอเขียนแบบมีประโยชน์บ้าง ไม่สนุกนะไม่อ่านก็ไม่เป็นไร
แต่อยากเขียนแปะไว้เผื่อมันจะมีประโยชน์กับใครได้บ้างฉันก็ไม่รู้

สาระสำคัญของเรื่องที่ไม่ได้เน้นในคราวที่แล้ว คือ
หลายคนคิดว่า
การที่ฉันกับเพื่อนสามารถอยู่ท่ามกลาง
ผู้หญิงขายตัวได้โดยไม่ขาย
ซะเองเป็นเรื่องของความสามารถนั้น
เป็นความเข้าใจที่ผิดค่ะ(ซึ่ง
มันเป็นความผิดของฉันเอง
ที่เขียนซะหรูว่ามันเป็นอุทาหรณ์)

แต่
ความจริงก็คือ..หากคุณหรือใครก็ตามมาเห็น"สภาพ"
เหมือนอย่างที่เราเห็นแล้วล่ะก็ (ทั้งสภาพ
ความเป็นอยู่
สภาพสังขาร สภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของพี่ๆ
เค้า
ฯลฯ หรือพยาธิสภาพ<---เอ๊ะมาไง?) 
ไม่ว่าใคร
ก็จะไม่อยากขายตัวและไม่อยากเป็นเหมือนเขากั
นหรอกค่ะ

"ความรู้สึกที่ฉันมีต่อการขายตัวนั้นมันน่ากลัวมาก
ฉันยอมรับว่าเพียง
ครั้งแรกที่ฉันได้เห็นสภาพแบบนั้น
ฉันก็สำนึกในคุณค่าของตัวเอง
ขึ้นมาทันทีเลย

..ฉันยอมรับนะ ว่ารู้สึกภูมิใจที่ตัวเองมีการศึกษา
มี
พ่อแม่ที่ให้บ้านอยู่ให้โอกาสดีๆในชีวิตมากมาย
ตัวฉันแตกต่างจากพี่ๆเค้าโดยสิ้นเชิง
พอคิดแบบนี้แล้ว ใครมันจะอยากขายตัวล่ะคะ"

*แค่ใช้คำว่า"เห็นสภาพ"ก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากแล้วใช่ไหม

**ต้องขออภัยพี่ๆในศรีทองจริงๆนะคะ
ฉันไม่ได้ตั้งใจจะลบหลู่นะ
แต่อยากอธิบายให้คนข้างนอก
สามารถเข้าใจได้บ้างเท่านั้นเอง
(เพราะฉันคงจะไปห้ามพี่ๆขายตัวไม่ได้หรอก..จริงไหม)

ฉะนั้นน้องๆผู้หญิงและผู้ชายที่มองการขายตัวว่าน่าทำ
(เพราะอยาก
ได้เงิน และคิดไปเองว่ามันเป็นเพียง
การร่วมเพศตามปกติ)ก็ลอง
พิจารณาหลักการคิดของฉัน
ดังต่อไปนี้ดูนะซึ่งฉันก็ไม่ทราบว่า
ตัวเองจะคิดถูกหรือเปล่า
เพราะไม่เคยมีประสบการณ์จริง
แต่ฉันมี
เหตุผลที่..น่ากลัวว่ามันจะเป็นจริงมาฝากตะหาก...
(เรื่องนี้คนขายตัว
ไม่เกี่ยว ฉันเพียงต้องการแชร์หลักการ
กับน้องๆที่ฉันเป็นห่วงเท่านั้น)

- การขายตัวแลกเงิน ไม่ต่างอะไรจากการเป็นลูกจ้างเขา
ในเมื่อคุณเองยังเบื่อเจ้านาย เบื่อหัวหน้า
ที่คอยมาสั่งให้คุณทำโน่นนี่
โดยที่คุณไม่กล้าหือ
หรือขนาดคนทำงานอิสระเองเวลามีคนมาจ้าง
(คือเอาเงินมาแลก)
ไม่ว่าจะอาชีพไหน คนรับจ้างต้องทำตามที่คน
จ่ายเงินต้องการเสมอ

ฉันเคยเห็น อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์(ศิลปิน)
ให้สัมภาษณ์ว่าไม่ขอรับเงินในการสร้างวัดร่องขุ่นแม้แต่บาทเดียว
โดย
ให้เหตุผลว่า พอคนให้เงินมาแล้วจะเริ่มออกความเห็น
ติตรงนั้น.. อยาก
ได้ตรงนี้..
(คนจ่ายเงินมักจะรู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจเสมอล่ะ)
ทำให้อาจารย์
ไม่เป็นอิสระ อยากทำอะไรก็ไม่ได้
ต้องมาอยู่ใต้บังคับบัญชา..

ศิลปินจะสร้างวัด จะวาดรูป เล่นดนตรีหรือออกเทป
ยังโดนนายทุนสั่งได้ 
แล้วนับประสาอะไรกับน้อง
ที่เป็นใครไม่รู้ ลูกเต้าเหล่าใครมันไม่สนหรอก
อยากเอาร่างกายไปตกอยู่ใน"สภาพ"
ที่ยอมถูกทำอะไรก็ได้ตามสั่งหรือเปล่าล่ะ?
 

- งานทุกสาขาอาชีพ จะมีทั้งงานที่เราชอบทำและไม่ชอบทำ
ยกตัวอย่าง : คนเป็นโปรแกรมเมอร์ก็ย่อมที่จะชอบทำโปรแกรม
แต่พอ
ไปทำงานใน(บาง)บริษัทจริงๆแล้ว ปรากฏว่าไปเจอ
ฝ่ายบัญชีคีย์ข้อมูลผิดมา 3 วัน กลาย
เป็นฝ่ายโปรแกรมฯ
ต้องมาแก้ข้อมูลเสียเอง เพราะตัวเลขที่ผิดมันได้เข้าไป
อยู่ในฐานข้อมูล
หลักของบริษัทแล้ว จึงเป็นหน้าที่
ของคนที่ดีไซน์ระบบต้องพลอยไปดู
แล เพราะเขารู้ ว่าความผิด
จะเกิดอยู่ที่จุดใดบ้าง แทนที่จะได้เขียนโป
รแกรมกันอย่างเดียว
เรื่องนี้โปรแกรมโอดครวญมาเองว่า ผมล่ะเซ็ง
รับประทาน
เบื่อการแก้ข้อมูลมากๆ แต่มันเป็นหน้าที่เพราะนี่มันก็คืองาน

หรือฉันเองเคยดีไซน์บ้านเอาไว้หลังหนึ่ง
ตอนจัดฟังค์ชันก็วาดแปลน
บ้าน เช็คดาต้า,ทิศทางลมกันสนุกสนาน
เลือกวัสดุสีสัน เจาะช่อง
หน้าต่าง ทางสัญจร ไฟฟ้า-ประปา
มีความสุขมาก แต่พอมาถึงงาน
โครงสร้าง..โคตรจะเซ็งเลย
ต้องมานั่งเลือกเหล็กเส้น ประมาณ
ราคา ทำระบบหลังคา ผนัง
คาน เสา ชิต..ฟัก..#%@!# ฯลฯ

ฉะนั้น ต่อให้คนที่ชอบเซ็กส์
เวลาไปขายตัวก็น่าจะต้องเจอขอให้ทำ
อะไรบางอย่างที่ไม่ชอบทำ
อาทิเช่น กลืนของเหลวที่ไม่ใช่อาหาร, 
ลิ้มรสของสกปรกเหม็นอับ
หรือถูกสวนทวารทั้งๆที่ท้องไม่ได้ผูก

ยัง
ไม่รวมถึงสไตล์วิปริตที่เจ็บตัวเอาการ
หรือการบังคับขู่เข็ญต่างๆ 
เช่น
ต้องมารองรับขบวนรถไฟคราวถึงเดียวสามช่องทาง
(กรณีให้
บริการนักท่องเที่ยวที่มาเป็นหมู่คณะ)
บวกกับเขาจ่ายเงินซื้อเราไป
เหมือนอย่างในข้อที่แล้ว
มีเหรอที่ไม่อยากทำแล้วจะเลี่ยงได้?

-ความยุติธรรมคุ้มครองคุณไม่ได้ เพราะคุณเองก็กำลังทำผิดกฏหมาย
ความเสี่ยงในการตกลงกันแล้วเขาไม่ทำตามที่ตกลง
น้องคิดว่าใครจะ
รับผิดชอบ? ไม่มีหรอกค่ะ นอกจาก"ตัว"น้องเอง
ต้องเอาชีวิตให้รอดเองนะ แม้ตอนตกลงกันเค้าไปกับเราแค่คนเดียว
ไป
ถึงเจอเป็นสิบมารออยู่ในที่เปลี่ยว เตรียมใจเอาไว้ยัง?

ฉันเคยดูหนังที่
สร้างจากเรื่องจริง..
โสเภณีคนหนึ่งถูกทรมานจนเกือบสลบ แต่จังหวะ
ดีดวงยังไม่ถึงฆาต
ต่อสู้เอาตัวรอดมาได้ หลังจากนั้นพอมาเปิดท้ายรถ
ลูกค้า
เจอทั้งถุงดำ อุปกรณ์เชือด หั่นศพ สารพัด ฯลฯ
ขายตัวได้ครั้ง
ละเท่าไหร่ถึงจะคุ้มเนี่ย?

- อย่าคิดว่าเขาจะยอมสวมถุงยาง
จากทุกข้อที่กล่าวมา
ถ้าตกลงไปกับเขาแล้ว..ชีวิตเราเขายังเอาไปได้
นับประสาอะไรกับแค่ไม่อยากสวมถุงยาง?

ถ้าน้องโดนใช้กำลังบังคับ สู้
เขาได้ไหมคะ? ถ้าสู้ไม่ได้
แล้วโดนบังคับใจให้ร่วมหลับนอนโดยไม่สวม
ถุงยางอนามัย
นึกสภาพสิคะ ติดโรคมา แต่ละโรค..กินน้ำเยอะๆ
พักผ่อน
สามวันหายที่ไหน +ยังมีเรื่องการตั้งครรภ์อีก
นรกรออยู่แล้วค่ะ ฉะนั้น..
คำถามเดิม ว่าขายตัวเองเท่าไหร่ดีถึงจะคุ้ม?

- สิ่งนี้สำคัญที่สุด มาทำความเข้าใจคำว่า "ศักดิ์ศรี" กันเถอะ
ในที่นี้มันคือระหว่างการดำเนินกิจกรรมทางเพศ ถ้าเป็นแฟนกัน
เขาอาจ
จะแคร์คุณว่าคุณไม่ชอบไม่อยากให้ทำแบบนี้
เขาก็จะไม่ทำเพราะกลัว
คุณโกรธ

แต่ถ้ากับคนที่"ซื้อ"คุณมาแล้วมันต่างกันนะ
เขาถือว่าคุณเป็นสมบัติของเขา(ในชั่วโมงนั้น)
หรือเป็นเพียงแค่เนื้อชิ้นหนึ่ง เป็นแค่นังโส
เภณี..
ลองไม่ให้ทำสิคะ ตบค่ะ ทั้งทำร้ายทั้งบังคับ
หรืออะไรก็ตามแต่จินตนาการคุณ
จะรู้สึกได้เลยว่าคุณไร้ค่า
ต่ำต้อย เป็นเพียงเศษสวะ นั่นแหละคือการไม่
มีศักดิ์ศรี
"มันต้องอธิบายแบบนี้ ไม่งั้นแม่งไม่เข้าใจกัน"

ละครไทยหรือนิยายน้ำเน่ามันปลูกฝังกันมาแบบ..
"พระเอกปล้ำนางเอก 
อุ๊ย..โรแมนติก"
คนในสังคมไทยเราถึงไปคิดว่าถูกข่มขืนเป็นการได้ผูก
มัด
กับคนที่มากระทำเรา และมันคงมาจากความรักเสียอย่างนั้น

กระทั่ง
มุกตลกคาเฟ่หลายๆมุกที่เคยเห็น..
ถึงกับมีผู้หญิง(ปลอม)นางหนึ่งอยากสวย
และ"ใฝ่ฝันว่าอยากโดนข่มขืนซักวัน!!??"

คุณใช่ดาวพระศุกร์เหรอ? ถึงจะพบรักแท้ได้จากการขายตัว
อ้อ..ไม่ใช่สิ แม้ดาวพระศุกร์ยังเป็นเพียงนิยายเลย..
แต่นี่มันเรื่องจริงนะโว้ย

ทั้งหมดเป็นประสบการณ์ทางอ้อมค่ะ
ฉันศึกษาเรื่องความบ้าอำนาจของคน 
และมองความแตกต่าง
ระหว่างเพศชายหญิงตลอดเวลา กับแนวคิดที่รับเอา
จากที่เห็นเมืองนอกมาก็เยอะ หนังฝรั่งบางเรื่องก็สอนให้เข้าใจ
ว่า"ข่มขืน"
มันเป็นภัยที่น่ากลัวยังไง มันเป็นความรุนแรง
ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์ และก
ารเป็นโสเภณีมันเป็นสวะ

ในขณะที่คนไทยคิดว่าได้ตังค์มา ก็จะซื้อกระ
เป๋าหลุยส์..
สะพายแล้วดูเป็นคนมีคุณค่า ทั้งๆที่ตกกลางคืน
ก็ออกไปนอนให้"ไอ้
ห่วย"ที่ไหนไม่รู้มัน"กด" "ขี่"
..แล้วเช้ามาก็ยังหลอกตัวเองได้ว่าชั้น
สวยเริ่ด เชิ่ด หยิ่ง ได้

ส่วน คนที่ไปมองว่ามัน"ดีนะได้ตังค์"ทุกคนนั่นแหละ
ที่ทำลายสังคมไทย 
และฉันคิดว่าพี่ๆในโรงแรม
เป็นคนโชคร้ายมากมาย
ที่จำต้องรับสภาพ
เลวร้ายที่บอกมาทั้งหมดนั้นอยู่
อาจเพราะเขาไม่มีทางเลือกและโอกาสหรอกนะคะ

ยังมีใครคิดอยู่อีกไหม ว่าการขายตัวมันยั่วยวนแต่ฉันห้ามใจได้?


*ภาพยนตร์ที่สะท้อนความรุนแรงและสยองขวัญ
ของ
การค้าประเวณีและการข่มขืน(เท่าที่นึกออกตอนนี้นะ)
- A Time to Kill (1996)              
- Leaving Las Vegas (1995)       
- Monster (2003)
- CSI หลายตอน(จำเมืองไม่ได้แล้วค่ะ น่าจะเป็นเวกัส)