Come Together : มาเถิด พี่น้อง..เสรีชน
posted on 07 Feb 2008 00:29 by chalita in 2005-2007, favorite
ถึงเวลาฮิปปี้คืนชีพ(แล้วล่ะมั๊ง อิอิ)
*เห็นบล็อกอื่นๆ หลายบล็อกมากๆๆๆ
ที่พูดถึง across the universe กันไป(นาน)แล้ว
เลยคิดว่าจะไม่อัพเรื่องนี้ในบล็อกตัวเองอีก
แต่พอได้ไปดูหนังก็เปลี่ยนใจ เพราะแต่ละบล็อก
เขียนไม่เหมือนกับที่เรารู้สึกเลยค่ะ
across the universe
-สดุดีตำนาน The Beatles (อย่างถึงแก่น)-
แม้จะเกิดไม่ทันกระแสวง The Beatles โดยสิ้นเชิง
แต่ตอนยังเป็นเด็กๆก็ได้ฟังเพลงของพวกเขาอยู่เสมอ
โดยที่อาจจะยังไม่เข้าใจเนื้อหาในบทเพลงมากนัก
และแม้จะเคยดูหนังที่เปิดเพลงของ The Beatles ตลอด
ทั้งเรื่องอย่าง i am Sam แต่เราว่าแก่นของหนังก็ยังไม่โยง
เข้ากับดนตรีของพวกเขาได้มากถึงขนาดนี้
ซึ่งเราเอง..หลายเดือนที่ผ่านมาก็อยู่ในสภาวะเครียดจัด โดยที่ก่อนจะตีีตั๋ว
เข้าไปดู across the universe แท้ๆก็ยังเจอเรื่องที่ทำให้อยากกรี๊ดแตก(หรือ
อ้วกแตกก็ตามที)อยู่หน้าโรงหนังสยาม...
ทั้งหมดนี้ก็เลยเป็นความเก็บกดสะสม จนพอหนังฉาย
เนื้อหาของมันทำให้เราถึงกับมีอาการ in ขั้นโคม่า...
ทุกเหตุการณ์ที่เกิดในหนัง..มันกระแทกเข้าที่ทั้งสี่ห้องหัวใจจนจุก เช่นเรื่อง
ของกฏเกณฑ์ทางสังคมที่ทุกคนต้องเคารพทั้งๆที่แม่งไม่เคยจะดูแลชีวิต
ความเป็นอยู่ของเราให้ดีได้จริงๆหรอก แท้จริงมันก็มีแต่คนลุแก่อำนาจสลับ
กันขึ้นไปทำระยำประเทศทั้งนั้น ฉากที่ Max เข้าไปรายงานตัวตามหมาย-
เกณฑ์(ทหาร)เป็นฉากที่ทำได้เห็นภาพเลย ว่าระบบ ไอ-วอนท์-ยู บ้าอำนาจ
ของพวกมัน(รัฐบาล, ทหาร, สงคราม ฯลฯ) ช่างอยู่ตรงกันข้ามและเป็นศัตรู
กับฝ่ายจิตวิญญาณของมนุษย์อย่างเรา(คนดูคนหนึ่ง)เสียจริง
มาถึงปัจจุบันแล้ว อเมริกาก็ยังทุ่มเทงบประมาณมหาศาล
ในการทำสงครามอย่างต่อเนื่องโดยไม่สนคำคัดค้านแม้
จากพลเมืองอเมริกันเอง หรือที่ประเทศไทยเราก็มีเรื่องห่าเหว
ที่เรารู้สึกได้ว่าสังคมมันทรามลงจริงๆเข้าทุกวันแล้ว..
จนไม่อยากที่จะเหลียวมองมันอีกต่อไป ผสมกับข่าวบุคคล
สำคัญที่ตายกันระนาวราวกับใบไม้ร่วง.. ทั้งหมดนี้มันชวนให้อ้วกจังเลย
พออ้วกเสร็จก็ขอไม่รับรู้อะไรอีกแล้วได้ไหม?
อยู่แบบเบลอๆ ปลูกกัญชาหลังบ้าน..
อบบราวนีแล้วยัดมันลงไป.. ชวนเพื่อนมากินกันให้เมาอ้วก..
มีความสุขกันทั้งวันและลืมทุกสิ่งให้หมด.. เอิ๊กๆ
(ความหมายในใจ ส่วนตั๊วส่วนตัว = เปล่าแปลตามเคย)
Let me take you down
cause I'm going to strawberry fields
...
Nothing is real
ไปด้วยกันกับฉันเถอะนะ เพราะฉันกำลังไป...
ที่ทุ่งสตรอเบอรี ทุกสิ่งเป็นเพียงความฝัน
And nothing to get hung about
(ลืมมันให้หมด และ)ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น...
Strawberry fields forever
(มีแต่)ทุ่งสตรอเบอรี่.......ตลอดกาล
Living is easy with eyes closed
ชีวิตนี้..ง่ายนิดเดียวขอบอก ก็หลับตาดิ
Misunderstanding all you see
ไอ้ที่สับสนที่เคยเห็นๆมาอะ
It's getting hard to be someone
But it all works out
มันยากเว้ย..กว่าที่เราจะเป็นผู้เป็นคนกะเค้าได้
แต่(วันนึง)เราก็ต้องเป็นได้(อยู่ดี)ดิวะ
It doesn't matter much to me
แม่ม..ไม่สำคัญทะไหร่หรอก แส่ด
...
No one I think is in my tree
ในหัวกูไม่คิดห่าอะไรเล้ย..
I mean it must be high or low
ก็นะ..ถ้ามันไม่สูง มันก็ต้องต่ำอะแหละ
That is you know you can't tune it
เมิงก็รู้อยู่ ว่าเมิงกำหนดไม่ได้
but It's all right
แต่มันก็ไม่เป็นไรหรอกเว้ย..
That is I think it's not too bad
จิงๆน่ะ เชื่อกูจิ
Let me take you down
cause I'm going to strawberry fields
...
Nothing is real
ปะ ไปด้วยกันเลย..ให้ไว
เพราะเราจะไป...
ที่ทุ่งสตรอเบอรี ทุกสิ่งเป็นเพียงความฝัน
and nothing to get hung about
ไม่มีเหียกอะไรให้คิดแล๊ว...
Strawberry fields forever
ทุ่งสตรอเบอรี่เว้ยย.......
...
Always know sometimes it's me
เยอ กูรู้น่ะ..ว่ากูก็เป็นของกูอย่างเนี๊ยะ
But you know I know when it's a dream
รู้ป่ะ กูรู้นะ ว่าอันไหนฝันอันไหนเรื่องจริง
I think a "No" will mean a "Yes"
but it's all wrong
กูคิดนะว่า"ใช่"เนี่ย.. มันก็คือ"ไม่ใช่"
แต่ไม่..ไม่ ..มันไม่ใช่
that is I think I disagree
มันไม่ใช่อะกิ๊บ.. มันม่ะใช่ ฮือๆๆ
ตอนที่หนังเล่นเพลงข้างบน^
เราน้ำตาร่วงพล๋อยเป็นโอริโอ้แตกเพราะไม่ได้จุ่มนมเลยอะ
ดูหนังเพลงอยู่แท้ๆ แต่ดันร้องไห้อยู่คนเดียว ที่แถว F (แงๆ)
เห็นเนื้อง่ายๆแบบนี้แต่ความหมายมันลึกล้ำเมื่อได้ฟังเคล้า
ไปกับภาพเหตุการณ์..ที่แม้หนังจบแล้วออกจากโรงไปแล้ว
ก็ยังต้องทนรับรู้มันอีกในโลกใบจริงๆ(ทั้งๆที่มันเป็นหนังย้อนยุค)
แถมทีมทำซับไตเติ้ลก็ไม่ใช่ใคร ขึ้นชื่อจิระนันท์ พิตรปรีชา
อดีตผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 นี้เอง แง่มๆ
ดนตรีของเดอะบีทเทิลส์มักแฝงปรัชญาที่อยู่เคียงข้างเราในยาม
ที่สับสนเจียนตาย.. พวกเขาจะมาขับขานเพลงอันแสนไพเราะที่
ทั้งเตือนให้มีสติและนำพาให้เราได้สัมผัสกับวิญญาณของตัวเอง
ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่เราค้นพบตัวเอง และได้อยู่กับใจของตัวเอง..
เมื่อนั้นเราก็จะสงบและใจเป็นสุขล่ะ
ดังเนื้อร้องท่อนนี้ "หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข" : ทะเลใจ ของคาราบาว
สำหรับเราแล้วเพลงของคาราบาวก็ทำหน้าที่เดียวกับ The Beatles เปี๊ยบ..
คาราบาวเป็นวงเดียวที่มีเพลงโผล่ขึ้นมากลางใจเราในยามที่ชีวิตตกระกำลำบาก
เสียงน้าแอ๊ดจะมาขับขานสะท้อนชีวิตสังคมร่วมสมัยเป็นเพื่อนเราเสมอ
แม้เราฟังคาราบาวมาตั้งแต่เด็ก(แต่โตขึ้นมาแล้วหนูเพิ่งเก็ตว่ะน้า แหะแหะ)
เพียงแต่มันเป็นบทเพลงเพื่อคนไทย คาราบาวก็เลยแต่งเนื้อร้องที่สื่อความหมาย
แบบตรงไปตรงมา เพราะถ้าขืนให้ใส่ชั้นเชิงขนาด Beatles แล้ว คนไทยคง
ไม่เก็ตแน่เพราะส่วนใหญ่ฟังตอนแดร่กเหล้า..ว่างั้น
สำหรับคนไทยแล้ว เพลงก็คือสิ่งบันเทิงชนิดหนึ่งเท่านั้น เนอะ เหอเหอ
นับว่า across the universe ได้บรรลุวัตถุประสงค์ในการสดุดี The Beatles นะ
สำหรับเรา เพราะการได้ดูหนังเรื่องนี้ทำให้เราเข้าใจแล้วว่าทำไม Beatles ถึง
ได้เป็นอภิมหาตำนานที่มีอิทธิพลต่อชาวโลกมากมายขนาดนี้....
ขอคารวะผลงานของพวกเขาด้วยอีกคนค่ะ..
ยกให้ The Beatles เป็นเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของข้าน่อยไปเลย
-เรฟโวลูชัน-
ฮิปปี้คืออะไร?
บังเอิญว่าเกิดปี 76, กว่าจะรู้ว่าอะไรคืออะไรก็ไม่มีฮิปปี้แล้ว
แต่แอบเข้าใจว่าเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ต่อต้านกฏเกณฑ์ทางสังคม
โดยการประท้วงไม่ทำงานทำการ(แล้วเอาไรกินฟร่ะ? แต่คิดว่าแป้ง
อบบราวนีย์แถวนั้นถุงนึงคงไม่กี่ตังค์อะ)
เราชอบแนวคิดของฮิปปี้ตรงที่มองมนุษย์ทุกคนว่าเป็นมนุษย์เหมือนเรา
เท่าเทียมกันหมด จะเห็นว่าในหนังก็วางคาแรกเตอร์ของคนเอเชียและคนดำ
อยู่ในกลุ่มด้วย(ยัยทีวีคาปิโอนั่นร้องเพลงอย่างเพราะอะ) อยากอยู่ที่ไหนก็อยู่
นอนที่ไหนก็นอนเลย ดำรงชีวิตด้วยจิตวิญญาณโดยแท้ ก็ไหนๆกฏหมาย
มันกำจัดคนเลวๆไม่ได้นิหว่า ฉะนั้นเราก็อย่าไปทำงานเสียภาษีให้แม่งอีกเลย
ไม่จับจ่ายซื้อของด้วย แค่อบบราวนีย์ใส่กัญชากินกับเพื่อนก็พอแล้วชีวิตนี้
ใครจะโกงกินยังไงกูไม่สน กูกินบราวนี่ย์ก็พอ....
เจ็บจนชาแล้ว.. ตอนนี้ขำทั้งวันค่ะ เอิ๊กๆๆ
ขอบคุณเครือเอเพ็กซ์ที่เอามาฉายช่วงนี้
ทั้งๆที่เราเห็นโฆษณาในดีวีดีเลยนึกว่าจะได้ดู(ของพ่อ)ฟรีแระ
ถ้าได้ดูหนังเรื่องนี้กับพ่อคงแจ่มว่ะ พ่อเราสาวกเต่าทอง -_-!
-ปล.-
1. ถ้าอยากจำซัลมา ฮาเย็ก(Salma Hayek)ในหนังได้นะ
ไม่ว่าเรื่องไหน แนะนำให้ว่าอย่าดูหน้า ประมาณว่าเราเห็น
หน้าเธอแล้วก็คิดว่าเป็นเธอแหละ แต่ใจดันไม่อยากเชื่อ
ว่าเป็นเธอ(ลืมไปว่าผู้กำกับคนเดียวกับฟรีด้า โง่หลาย)
วันหลังถ้าไม่แน่ใจ ฉันจะดูนมมันแทน เหอ เหอ เหอ..
2. เพลง เฮ้..จู๊ด จังหวะในหนัง(และเทรเลอร์)แจ่มมากๆเลย เมโลดี้ดนตรีช่วงท้ายเพลงช่างเข้ากับการปลุกระดมมวลชน
จิงๆ น่ะเอื๊อก..
3. อย่าถือสาคนรั่วๆอัพบล็อก
4. บราวนีย์ไม่เกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้แต่อย่างใด
แต่เราเอามาจาก ทีวีซีรีส์ที่เคยติด.."that 70's show"
5. หวังว่าวันนึงพ่อต้องยกแผ่น(ไวนิล)ของบิทเทิ้ลส์
ทั้งหมดให้ข้าพจ๊าวววว...
(พร้อมเครื่องเล่นโตยเน้อ)
ฟัง The Beatles กันเถอะ
...
ราวกับมีมือแผ่วเบามาลูบหัวใจ
พร้อมทั้งปลอบโยนว่า
เฮ้ย..ไม่ใช่เอ็งคนเดียวนะที่เจ็บ
ยังมีอีกเยอะที่เข้าใจ
Sounds of laughter shades of live
are ringing through my open ears
Inciting and inviting me
...
มาเถิด..มาเป็นพวกเดียวกันดีกว่า
They call me on and on across the universe
เหอ เหอ เหอ..
(อะ บ้าไปตามหนังแร๊ว)
ปล.(อะเกน)เขียนเอนทรีนี้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้วแหละค่ะ
ตอนนี้ชีวิตมีเรื่องดีๆเข้ามาบ้างแล้ว ชั่ว 7 ทีผ่านไป
กำลังจะดี 7 หน วันนี้มีกำลังใจ รู้สึกดีกว่าตอนเขียนเยอะ :P
