ของซีรีย์ "ต่อต้านการทำแท้ง"กรณีการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิง
 
[1/8]

เรื่องการ"ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์"นั้น..เป็นปัญหาของใครบ้าง?
มาดูสถิติสมมติที่เป็นเพียงทัศนของเจ้าของบล็อกกันดีกว่า
(นี่ไม่ใช่ตัวเลขที่มาจากข้อมูลความจริงแต่อย่างใด..
เพียงแต่จะพูดก็พูดได้ ว่า.."ถ้าไม่ใช่ก็ใกล้เคียง")
 
'ผู้แย๊วโตหลิง'แยกคนในสังคมออกเป็น 3กลุ่ม คือ..
  1. กลุ่มที่ไม่มีปัญหา(คิดเป็นเปอร์เซ็นต์)
  2. กับกลุ่มเสี่ยง(คิดเป็นเปอร์เซ็นต์)
  3. และกลุ่มที่มีปัญหาแน่นอน(คิดเป็นเปอร์เซ็นต์อีกแหละ)
 
 
มาดูกลุ่มแรกกันก่อน..
 
 
จะบอกว่ามี100%ถึง2กลุ่มย่อย ที่ถือว่ารอดไปก็ว่าได้ อย่างเช่นกลุ่มผู้ชายหรือที่มีร่างกายเป็นผู้ชายนี่..ที่ว่าเขาไม่มีปัญหานั้นไม่ใช่เพราะเป็นคนดีอะไร แต่แค่เพราะมันเกิดมาไม่มีมดลูก หรืออวัยวะที่จะใช้ฝังตัวสำหรับตัวอ่อนเท่านั้นเอง ส่วนผู้หญิงนอกวัยเจริญพันธุ์ ทั้งเด็กและหญิงชราที่ไม่มีประจำเดือนก็เช่นกัน เพราะถึงจะมีเพศสัมพันธ์แต่ก็ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้..
 
ส่วนผู้หญิงที่สมัครใจจะใช้วิธีรักนวลสงวนตัวในการคุมกำเนิด ที่ให้ไว้ 70% ก็เพราะว่าโดยธรรมชาติแล้วร่างกายจะยังตั้งครรภ์ได้ ซึ่งการรักนวลเป็นเรื่องของจิตใจและสิ่งแวดล้อมต่างๆในการดำรงชีวิตที่เอื้อให้กระทำได้เท่านั้น แต่ถ้าเอาเข้าจริงอาจพลั้งเผลอคือตั้งใจจะทำแต่อาจทำไม่สำเร็จ ใจอ่อน หรืออีกกรณีหนึ่งก็คือโดนหลอก เนื่องจากไร้เดียงสาเกินไปหรือคิดว่าเป็นคนที่จะแต่งงานด้วย..
 
อีกกลุ่มย่อยที่เป็นผู้หญิงที่แต่งงาน มีครอบครัวแล้ว ก็ยังอาจจะไม่พร้อมที่จะตั้งครรภ์ได้เช่นกัน เคยสำรวจมาก็มีหลายเปอร์เซนต์ที่แต่งงานไปก่อน แต่ยังอยากทำงานอยู่หรือติดขัดเรื่องทางเศรษฐกิจและอื่นๆ รวมถึงการทำหมันที่ล้มเหลว(ตัดท่อนำไข่ไปแล้วร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้)ก็มี หรือคนที่มีลูกไม่ไหวอีกแล้ว เช่นอาจจะอายุมากแล้วหรือมีลูกเยอะเกินไปแล้วเลี้ยงไม่ไหว เป็นต้น.. ส่วนอีกกรณีก็คือการหย่าร้างกันไปแล้วมีเพศสัมพันธ์หรือการนอกใจสามี แล้วเกิดตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจค่ะ ให้ไว้ครึ่งๆเลยเพราะมีโอกาสพลาดเยอะ
 
 
กลุ่มที่สอง
 
 
กลุ่มย่อยสองกลุ่มแรก[ผู้หญิงรักนวลฯกับผู้หญิงมีครอบครัวแล้ว] ก็คือส่วนต่างที่ได้อธิบายไปแล้วในกลุ่มแรก ซึ่งเปอร์เซนต์ที่เหลือจะนับว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงนั่นเอง ส่วนกลุ่มย่อยที่เพิ่มเข้ามาใหม่คือผู้หญิงที่อาจจะเหงา ขาดความอบอุ่นแต่เป็นกรณีที่มีเพื่อนดีๆ ชักชวนกันไปทำกิจกรรมดีๆ หรือเป็นผู้โชคดีได้พบเป้าหมายในชีวิตที่ทำให้ลืมความเหงาไปได้(ซึ่งที่จริงมันยาก) จึงให้เอาไว้ว่า 40% ของคนกลุ่มนี้เท่านั้นที่อาจจะรอด..ในที่นี้ก็คือเปอร์เซ็นต์รอดนั้นไม่เต็มร้อยนะคะ เป็นคนที่เสี่ยงแต่อาจรอด เพราะเปอร์เซนต์ที่เหลือคือไม่รอดนั่นเองค่ะ
 
กับกลุ่มผู้หญิงที่ชอบเรื่องเซ็กส์ ชอบการมีเซ็กส์ ให้ไว้ 90%ในฐานะที่สามารถแยกแยะการหาความสุข กับการหาคู่ชีวิตได้ออก ผู้หญิงกลุ่มนี้ฉลาดรู้ทันโลกพอสมควร จึงน่าจะรอดจากการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์เนื่องจากเธอจะสมัครใจใช้อุปกรณ์ป้องกันอยู่แล้ว จึงมีโอกาสพลาดได้10%เพราะความถี่ก็แล้วกันค่ะ
 
 
กลุ่มสุดท้าย..
 
 
98% คือเด็กที่มีปัญหาทางบ้าน ซึ่งเป็นเด็กผู้หญิง ขาดความรักความอบอุ่น ไม่มีเกราะป้องกันทางสังคม ไม่มีปัญญาจะดูแลตัวเองนั่นแหละค่ะ เกือบจะร้อยทั้งร้อยที่จะต้องพบกับการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์แน่นอน แต่อาจมีหลุดรอดไปได้ด้วยเพราะจังหวะ ให้ไว้แค่ 2% สำหรับการตั้งครรภ์ที่จะว่ายากก็ไม่ยากแต่จะว่าง่ายมันก็ไม่ง่ายเช่นกัน
 
ส่วนผู้หญิงที่มีปัญหาทางบ้านแต่มีเพื่อนหรือมีเป้าหมายชีวิต จะยังคงเสี่ยงอยู่ไม่น้อย เพราะเพื่อนที่ดีก็มีโอกาสที่จะจากเราไปเช่นกัน อาทิ เมื่อถึงเวลาที่เพื่อนจะหนีไปมีแฟนบ้าง หรือไม่เช่นนั้นก็เมื่อเป้าหมายของพวกเธอเองไม่ชัดเจนในบางขณะ เช่นในช่วงที่ตกต่ำหรือประสบความล้มเหลวบางอย่างตามธรรมชาติของชีวิต ซึ่งอาจมีผลทำให้ตัดสินใจผิดหรือไปเจอคนเอาเปรียบมาหลอกลวงก็ได้..
 
 
..
สำหรับการจั่วหัวเรื่องเอาไว้แบบนั้นก็คือ..อยากชี้ให้เห็นว่า
ด้วยวิถีชีวิตของพวกผู้ชายนั้น จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำแท้งเลย 
 พวกเขาไม่สามารถรับผิดชอบเรื่องนี้ได้ด้วยข้อกำหนดทางธรรมชาติอยู่แล้ว
ไม่ใช่หน้าที่ของพวกเขาที่จะต้องต้องคิดหนัก เช่นว่าจะเก็บเด็กไว้หรือไม่?
จึงไม่ต้องระวังตัว ไม่ต้องกลัวท้อง ไม่ต้องตัดสินใจ ไม่เคยจะต้องเจ็บตัว
ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องทำอะไรเลย..ในเรื่องนี้ จริงไหมคะ?
 
แต่ที่ผ่านมาเราได้พบกับความเห็นของพวกเขาเสียเยอะ..
แถมเป็นความเห็นที่ไร้มนุษยธรรม ขาดความเข้าใจในหัวอกของผู้หญิงเสียด้วย
 
ฉะนั้น... ก็เหมือนเรื่องเซ็กส์เราไม่ควรถามพระนั่นแหละค่ะ
เพราะพระเป็นนักบวช เขาย่อมต้องระงับกิเลสไม่คิดถึงมัน จึงไม่เกี่ยวข้องกับมัน
แล้วเราจะไปถามพระได้อย่างไร ว่าเซ็กส์เป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ ไม่ควรทำนะคะ
ฉันใดฉันนั้น ในเรื่องทำแท้ง ถึงเวลาหรือยัง? ที่เราจะเพิกเฉย
กับความเห็นของพวกผู้ชาย(ที่มักแล้งน้ำใจและคอยแต่จะตีตราบาปให้..)
 
พวกเขาทำเช่นนี้ทำไม? รายละเอียดจะเล่าให้ฟังในตอนหน้าค่ะ
 
 
 
ทิ้งท้ายไว้ว่า..
"ความเห็นของผู้ชาย ที่มีต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับสรีระของผู้หญิงนั้น
 ไม่มีความหมายพอๆกับที่พวกเขาไม่รู้ว่าจะมีหัวนมไปทำไมนั่นแหละ"
 
 
ไปตายซะเกิดใหม่เป็นผู้ชายซะ

555+



#8 By 555+ (125.25.103.249) on 2011-11-30 00:42

สวัสดีครับ แวะมาเยี่ยมครับ แล้วจะแวะมาใหม่ครับ
อ่านแล้ว ต้องมาอ่านอีก

สวัสดีครับ

#7 By Live a Live on 2011-01-12 22:14

เราว่าผู้ชาย เอาเฉพาะชายไทยก็ได้ค่ะ

หลายครั้งหลายคราทำตัวเป็นว่าดีกว่าผู้ชายประเทศอื่น
ไอ้เกาหลี โอ๊ย กดขี่ จริงๆ แล้วไม่ได้ทำตัวเหมือนในละครหรอก ตบเมียเป็นว่าเล่น ญี่ปุ่นน่ะเหรอ โอ๊ย บ้างาน แต่งกับมันไปแล้วเป็นได้แค่แม่บ้านหง่าวๆ

แล้วถาม.......ผู้ชายไทย จุดเด่น คืออะไร?

กินเหล้า ติดเพื่อน บ้าบอล? ตายระ จุดเด่นเอ็งก็ใช่ว่าจะมีดีเล๊ยย แล้วก็ชอบมาว่าเค้า อันนี้พูดแค่รวมๆนะคะ

แต่ที่ชายไทยชอบยกมาอ้างว่า อยู่กับชาติโน้นชาตินี้แล้วสาวไทยจะโดนกดขี่ข่มเหง (โดยเฉพาะชอบค่อนแคะสาวๆที่แต่งงานกับต่างชาติว่าหวังเงิน) แต่ตัวเองก็ไม่เคยคิดที่จะปกป้อง

ไม่ใช่แค่ไม่ปกป้อง แต่ไม่คิดที่จะทำอะไรเลยต่างหาก ไม่งั้น พัทยา พัฒพงศ์จะดังระเบิดให้ต่างชาติเค้าเข้ามาหาความสุขกับสาวไทยเหรอ ไม่ใช่ไม่ปกป้องแถมยังสนับสนุนส่งเสริมอีก แล้วมาทำเป็นปากว่าตาขยิบ ด่าผู้หญิงไม่รักนวลสงวนตัว

อ้าว..... ตบมือข้างเดียวมันดังหรือเปล่าวะ

อยู่เฉยๆ ผู้หญิงมันท้องได้ แท้งได้หรือเปล่าวะ

แล้วถ้าไม่ทำแท้งเนี่ย ไอ้คนที่มาไข่ไว้ มันมาอุ้มท้อง 8-9 เดือนด้วยหรือเปล่า มันมาดูแลหลังคลอดด้วยหรือเปล่า

มันมานั่งเลี้ยงลูกจนโตด้วยหรือเปล่า

ไม่ได้ฟันธงว่าควรทำแท้งหรือไม่ควรนะคะ เพราะมันต้องดูเป็นกรณีๆ ไป แต่รู้สึกดีใจมากที่คุณแววเขียนเอนทรี่นี้ขึ้นมาจริงๆ Hot!

#6 By gallantfoal on 2011-01-09 17:28

@brawatcher

555555cry
ผู้ชายที่ชอบ sex มีหัวนม ไว้ทำหน้าที่ไม่ต่างจากผู้หญิงนัก นอกเหนือจากการให้นมลูก

#4 By brawatcher on 2011-01-04 20:20

ยินดีที่ได้รุ้จัก

confused smile confused smile confused smile confused smile

ขอให้มีความสุขมากมาย

#3 By ปิยะ99 on 2011-01-04 09:55

เรื่องบางเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ คนเขียน กม.เเทบทุกประเทศคือผู้ชายเเมนๆนะ เเละ ในเอเชียในไทยเราก็ยิ่ง
หากเราเข้าใจมัน มองเเบบมหภาคจะเห็นว่า
ส่วนน้อยที่เสียเปรียบเป็นเเค่จุดๆหนึ่งที่ต้องมองข้าม (จริงๆคือคิดเเบบเอาเปรียบคนส่วนน้อยหรือคนไม่กล้าลุกขึ้นมาต่อสู้มาเรียกร้องเพราะอ่อนเเอ่กว่้าโดยตรง)
ที่นี้ คนทุกวันนี้ ไม่ได้มีเเค่การเอาเปรียบ
เเค่การที่ผู้หญิงต้องท้องจากการถูกรุมโทรม พ่อหรือครูหรือเพื่อนหรือเจ้านายหรือญาติๆหรือเเฟนของตัวเองข่มขืน มันมีมากกว่านั้น มีการถูกเอาเปรียบริดรอนสิทธิอีกมากมายในสังคมโลกเเละประเทศนี้ จะยกสื่อหลักๆมาเป็นตัวอย่างประกอบที่คอยยุยงทำให้เกิดความเคยชินเล่นๆก็ได้จะได้ไม่กระทบกระเทือนจิตใจผู้เสียหาย
มีคนออกจากประเทศนี้ไป ไปเจออีกที่ก็ปัญหาเดิมๆนี่ล่ะ
มันเป็นกลไกลูกโซ่ ปฏิจสมุปบาท ผมรู้จักคนเอาเเอลกอฮอล์ล้างเเผลให้ผู็้หญิงที่เที่ยวดื่มกินสลบไปเวียนเทียน ถ่ายคลิป ต่อ ผมปรึกษาตำรวจ มูลนิธิ ต่างๆจนเมื่อย
ยังหลักฐานเอาผิดไม่พอ (ใครกล้าฟ้องกล้ารับ ผมก็ต้องยอมเป็นศัตรูกับหมอนั่นชั่วชีวิต) เเล้วคนก็ทำยังนอนเปิดเเอร์สบายใช้เงินวันละ 500-1000 อยู่เลย
ตัวประเด็นที่คุณยกมารวมเป็นการสมยอมเเต่เล็งไปที่การมีความคิดรับผิดชอบของผู้ชายทีี่่มีต่อการกระทำที่ได้ เอากันไปเเล้ว
ที่เป็นคนมีความหวังว่าชีวิตพรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้ มักไม่มีใครรับผิดชอบต่อการ เอา ครั้งที่ทำให้ท้อง
เว้นจะจับ เมียรวย จากการเอากัน นี่ อีกเรื่อง

เสนอเเนะนะ ผู้หญิง ควรรู้ทันเเละไม่ทำตัวเสี่ยงดีที่สุด
(ไม่ใช่การมองโลกในเเง่ร้ายนะ
เป็น การมองโลกเเบบเข้าใจ)
ผู้ชายดีๆๆๆๆมีเยอะมากๆๆๆมายที่คุณบังเอิญ อาจไม่ทราบว่าเค้าดี (ประเด็นด้านศีลธรรมเเละด้านทีี่โลกยอมรับด้านอื่น) หรือประเด็นคือเอาเเล้ว รับเลี้ยง
ในสังคมนี้ทีการปนเเปกันไปหมดคุณภาพคน เเละมันวัดด้วยตัวเลขไม่ได้หรอกมันขึ้นกับสถานะการณ์ขณะนั้นด้วย
กลุ่มตัวอย่างวิจัยที่เราลองพื้นที่ไปในทาง ท.บ. มันเทียบเคียงประชากรทั้งหมด ที่เจาะจงศึกษาได้เเค่ในตำรา
ของจริงๆถ้าจะวิจัยต้องควบคุมปัจจัยหลายๆอย่างจริงๆจึงจะได้ข้อมูลเชิงปริมาณเเละคุณภาพ ไว้สรุปอีกที่
โชคดี เเฮปปี้ นิวเยียร์

#2 By cesarmonsters on 2011-01-02 00:14

สมัครใจไร้ลูกค่ะ ขี้เกียจเลี้ยงsad smile

#1 By คนหน้าหมี on 2011-01-01 23:29