สืบเนื่องจาก entry ก่อน ที่เขียนไปสั้นๆ....
ตอนแรกนึกว่าเรื่องการตายของเพื่อนเก่าคนหนึ่ง
 จะจบลง..ด้วยเป็นที่มาของ"ความชอบรถเปิดประทุน"ของเรา แต่มันไม่ใช่แฮะ 
 
คือมันคิดปุ๊ปแล้วก็โพสต์ปั๊บเลย ก็เลยนึกว่ามีแค่นั้น
แต่พอผ่านไป 1วันมันตกผลึกได้อีก 
ตอนนั้นสมองกำลังโล่งๆอยู่ เรื่องราวมันเลยย้อนกลับเข้ามาในหัว.. 
 
เหมือนกับเคยเดินเข้ามาสำรวจห้องนี้จนทั่วแล้วครั้งนึง
แต่พอกลับเข้ามาใหม่ ปรากฏว่าคราวนี้มันมีไอเทมชิ้นเล็กๆ 
สีเหลือง ตกอยู่ที่พื้นอันนึงด้วย..
 
เก็บไอเทมขึ้นมาดู มันเขียนว่า "ยังมีต่อ"
ก็เลย ตกลง ใช้ไอเทมนั้น (อิอิ)
แล้วภาพอดีตที่เหลือ..ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ก็ผุดขึ้นมาฉายเป็นฉากๆๆ ..
 
 
เริ่มกันเลยนะ
...
 

 
...
ยามเย็นของวันหนึ่ง..เมื่อ12 ปีก่อน
 
หลังจากเลิกเรียนเรากลับมาถึงบ้าน กำลังพักผ่อนอยู่ในห้อง
เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น แม่มาเรียกบอกว่าจะคุยอะไรหน่อย
 
พอเดินลงไปถึงชั้นล่าง แม่บอกว่า
"ลูก..ต่ายมันฆ่าตัวตาย ตายไปแล้วนะ รถปอฯมารับศพไปเมื่อกี้"
 
หา...!
 
ตกใจร้องจ๊ากเลย ไม่เหมือนในหนังนะที่เค้าจะงงๆกันก่อน
ไม่เชื่อแบบสมจริง แต่คือช่วงนั้นไม่ได้เจอต่ายนานแล้ว เลยไม่ชิน
กับการมีชีวิตอยู่ของเธอเท่่าไหร่.. พอบอกว่าตาย ก็รับรู้ว่าตาย
 
 
คำถามต่อมาออกจากปากไปแบบอัตโนมัติ..
 
ยังไง? มันทำทำไม? มันเป็นอะไร? 
โอ้ๆๆ มายก่อชช !!! ม่ายๆไม่จริง รับไม่ได้..
 
ความหดหู่เข้าเกาะกุมหัวใจเฉียบพลัน
ด้วยความที่รู้จักเพื่อนคนนี้ว่าเป็นเด็กกำพร้า ถูกเก็บมาเลี้ยง พ่อแม่เป็นใครไม่รู้
แถมผู้ปกครองปัจจุบันก็ไม่ใส่ใจเธอนัก ประมาณมีมูลเหตุเป็นคนอาภัพว่างั้น
 
ต่าย..เป็นเพื่อนในละแวกบ้านที่โตมาด้วยกัน คนในซอยจะรู้ว่า
มีสาวสวยอยู่เพียง 3คนนี้ก็คือต่าย กระแต และผู๊แย๊วโตหลิง (เฮ้ยจิงง่ะ..?Kiss)

แต่ตอนโตมา..ต่ายกลับเป็นเด็กกำพร้าที่สวยสะพรั่ง
มีหนุ่มๆมาจีบเพียบบเลย เธอก็เลือกเอารวยๆ หล่อๆ
ขับซีรีส์5 มาส่งบ้าน.. ราวกับมันชดเชยการขาดความรัก
และปัญหาชีวิต คล้ายๆเรา
 
แต่แล้วเธอก็มาฆ่าตัวตาย เพราะอะไรถามแม่แม่ก็ไม่รู้
บอกให้เราเดินไปถามญาติๆที่บ้านเธอเอาเองละกัน

 
...
ร้องไห้ดิเรา ต่อมน้ำตาแตก โศกเศร้ามากมาย
อดคิดไม่ได้ว่า..ตอนมันทำตัวเอง มันจะคิดอะไรอยู่?
ทำไมเราไม่อยู่กับเธอตอนนั้น? ถ้าเราอยู่เธอคงจะไม่ทำแบบนี้ชิมิๆ?
 
อยากคุยกับต่ายๆๆ
แต่......มันสายไปแล้ว
 
 
 Tongue out 
 
 
เสียใจ.. เสียดายความสวยของเธอมากๆด้วย
 
เดินร้องไห้ตลอดทางไปจนถึงบ้านต่าย อยู่ห่างไป 300 เมตรได้มั๊ง
ไปถึงก็เจอแม่(บุญธรรม)กับยาย(บุญธรรม)ของต่าย นั่งอยู่ในบ้าน
พอเค้าเห็นเราก็เรียกเข้ามานั่งคุย.. 
 
อะไรๆๆ ยังไงๆๆๆ ยายเล่าให้ฟังหมด 
 
ว่าเมื่อช่วงบ่าย ต่ายยังมีชีวิตอยู่..
เธอกลับจากไปเรียนมาเหมือนเรา แต่ต่ายเรียนที่ ม.ศรีปทุม
บ่ายวันนั้น..ก่อนกลับบ้านแวะทานสุกี้กับเพื่อนที่ ม.ก่อน
 จำแม่นเลยว่าเป็นเอ็มเคสาขาพหลโยธิน ที่มีโออิชิอยู่ข้างๆน่ะ
 
กลับมาถึงบ้าน..บอกว่าเพลียแล้วก็นอนพัก
ทราบว่าท้องเสียไม่รู้ไปกินอะไรมา สันนิษฐานว่าเพราะมะขามหวาน
ยายบอกว่าเห็นต่ายถือกินอยู่เป็นถุงๆ
 
ต่อมายายก็ขึ้นไปดูอาการอยู่เรื่อยๆ ต่ายทั้งอาเจียน..ทั้งหลับ
ไปลูบๆหลังต่าย หลังก็ยังอุ่นๆ แต่หลังจากนั้นไม่นานเพื่อนเราก็ตัวเย็นลง
ยายลองปลุก.. ปรากฏว่าไม่ตื่นแล้ว ต่ายนอนนิ่งไม่ไหวติง
 
ยายโทรเรียกรถปอเต๊กตึ๊ง พาส่งโรงพยาบาลใกล้สุดทันที..
 
 
นั่นปะไร.. มันฆ่าตัวตายช่วงไหนละเนี่ยะ ?!? Laughing
 
 
...
ยายเล่าต่อ..ว่าที่โรงพยาบาล ก่อนยายกลับ
หลังหมอยืนยันว่าเสียชีวิตแน่นอนแล้ว ทางฝ่ายนิติเวช
แจ้งผลการชันสูตรมาว่า สาเหตุการตายเกิดจาก"ขาดน้ำ"
 
ห้ะ? Sealed
 
ขาดน้ำแล้วตายมันเป็นจั๊งได๋..(เราเมื่อ12ปีก่อน โคตร งง เลย) 
กระหายใคร่อยากจะรู้มากมาย
 
คือ.."ถ้าไม่ได้กินน้ำแล้วตาย" เนี่ย เก็ตล่ะ..
 
แต่ทำไมคนนอนอยู่บ้านแท้ๆ ถ้าถึงขนาดจะตายแล้ว
 มันจะไม่รู้ตัวบ้างเลยเหรอ ปกติตอนเราหิวน้ำยังกระเสือกกระสน
หาน้ำมากินได้ แล้วทำไมเพื่อนเราไม่กินน้ำวะ ถึงกับตาย?
 
สัญชาตญาณมันอยู่ไหนซะล่ะ?
 
สงสัยๆๆๆๆๆ
 
...
 
ว่าแล้วก็นึกขึ้นได้ ที่เราสงสัยมากไปกว่านั้น
และต้องการคำตอบเด๋วนี้เลย คือ..
 
"แม่..! ไปเอาเรื่องฆ่าตัวตายมาจากไหน หือ?" 
 
เช็คบิลแม่ทันที ก้าวแรกหลังเดินออกจากบ้านต่าย
 
"อ่า..ก็ไอ้พวกแม่แดงมันบอก" แม่พูดหน้าจ๋อยๆ (แม่แดงคือแม่ค้าส้มตำข้างๆบ้าน)
 
อ่อ ที่แท้ก็ข่าวลือชาวแก๊งค์... อี สรัดด บ้านเค้าห่างไป
ไม่ถึงครึ่งกิโล แม่งลือกันซะดราม่า ไอ้เราแค่เดินไปคุย
แป๊ปเดียวก็เข้าใจเรื่องราวแล้วนะเนี่ย
 
ทำไมคนเราแม่ง... !@#$%^&*
 
เกิดคำถาม "ทำไมพวกมึงต้องลือ?" สื่อสารกับเขาก็ได้นี่ ถ้าอยากรู้
แต่นี่มาพูดเอาเอง คิดเอาเอง? แถมมีคนเชื่อแล้วไปบอกต่อด้วย
ความอยากรู้มันเกินขอบเขตไปไหม รู้จักให้เกียรติคนกันเหอะไหม?

 
 
...
 ณ งานศพของต่าย วันเผา...
[ดีเทลของ entry - "อดีตเพื่อน"]
บนเมรุที่จุดไฟวอร์มเตาได้ที่ สัปเหร่อเรียกเพื่อนๆ มาดูศพเป็นครั้งสุดท้าย
เราเป็นคนหนึ่งในเกือบยี่สิบคน ที่ขึ้นไปบอกลาต