บ้านหลังสุดท้ายของผู้แย๊วโตหลิง
posted on 29 Sep 2009 01:41 by chalita in pan-din-t-rak
บ้าน..ในชีวิตเราอยู่มาแล้ว 3 แห่ง
บ้านเกิดเราเป็นบ้านของพ่อ พอโตหน่อยช่วงพยายาม'ติดปีก'
บินหนีออกจากบ้านก็ไปเช่าอพาร์ตเมนท์อยู่
แต่แล้วก็เริ่มเสียดายเงินค่าเช่า
พอดีมีที่ดินผืนงามอยู่100วาที่พ่อแม่ซื้อให้
(แบบของเราจริงๆที่ไม่รวมของน้องอ่านะ) ที่เดชะบุญ
อยู่ๆพ่อก็ถมให้เมื่อ 6 ปีก่อน หลังจากซื้อมาปล่อยรกร้างไว้ตั้งกว่า20ปี
ก็ไหนๆพ่อออกตังค์ซื้อที่+ถมให้แล้ว
พอตัวเองเกิดอยากประหยัดค่าเช่าอพาร์ตเมนท์
ก็เลยขอตังค์พ่อนั่นแหละมาปลูกบ้าน..
เหอ เหอ เด็กดีเจงๆ 

ด้วยเคยตั้งใจว่าจะอยู่คนเดียวแบบคนโสด.. ทำแต่งาน.. มีแต่เพื่อนๆ..[และหนุ่มๆ]บ้าง สไตล์นั้น
และไม่ต้องการรบกวนพ่อมากด้วย หลังที่ 3 ของเราก็เลยเหมือนเป็นพิซซาถาดเล็ก personal pan pizza..
คือฟังค์ชันพอดีๆไม่เล็กหรือใหญ่เกิน แต่ก็นะ โชคชะตาเล่นตลกกับเราซะ..
หลายท่านคงรู้แล้วว่าเอาเข้าจริงไม่เป็นอย่างนั้น เพราะตอนนี้เรามีลูกชาย
และพ่อของเด็กอีก 1 ชีวิตอยู่ในบ้านเราค่ะ สรุปว่าบ้านหลังน้อยหลังนี้ "มันไม่พอ" ซะแล้ว
ไม่พอก็ต้องขยับขยายแหละ แต่คงไม่ขอเงินพ่ออีกแล้ว
(หลังนี้ว่าจะหาเงินมาคืนยังไม่ได้คืนเลย)
อืมม์..ที่ว่างของเราเหลือแค่ 50ตร.วา เท่านั้น
นับว่าท้าทาย ดีไซน์-เน่อ อย่างเรามาก เพราะความต้องการเราเยอะเหลือเกิน
เช่น เราตั้งใจจะทำสระว่ายน้ำด้วย [ไม่ได้เว่อร์นะ แต่ชอบว่ายน้ำจิงๆ]
ทำไงดีหว่า? ไม่อยากปลูกล้ำไปที่ของน้อง กลัวต่อไปทะเลาะกัน
เดี๋ยวต้องเลื่อยแบ่งสระ..น้ำคงไหลทิ้งไปเยอะ กลัวค่ะ กลัว
ฐานะเราตอนนี้ ถ้าไม่รวยไปกว่านี้(เฮ้ย รู้สึกแปลกๆ เอาใหม่..ถ้ายังจนเท่านี้ดีกว่า
)
)เราประเมินตัวเองว่า "หลังต่อไปนี้คงเป็นหลังสุดท้ายในชีวิตแล้วล่ะ"
ด้วยความห่วยและไม่เอาถ่านของเรา เราไม่หวังหรอก ว่าเราจะมีโอกาสเริ่มใหม่ได้อีก....
ข้อจำกัดทั้งหมดนี้ ทำให้เราต้องทำการบ้านอย่างหนัก
เราอ่านแปลนในหนังสือ แผ่นพับ และอินเตอร์เน็ต
save รูปเก็บไว้ทุกครั้งที่ทำได้.. เรา.. กลัว.. มัน.. ไม่พอ.. น่ะค่ะ
เพราะคนอย่างเราไม่มีวันทำอะไรเผื่อๆ"เกินๆ"อยู่แล้ว(มันง่ายไป)
ระดับหัวกะทิชาวเกาะพ่อเกาะแม่กินอย่างเราเนี่ยะ..
ต้องทำแล้วออกมา"พอดีเป๊ะ"เท่านั้น มันถึงจะแมน
อือม์ โอเคค่ะ บริงอิทออน..!
ก็ รู้ไหม ผลที่ออกมาตอนนี้คือ พอศึกษาแปลนมาสักระยะก็เริ่มประสาทแด๊กค่ะ
ด้วยแปลนที่ไม่เหมือนกันเลย ต่างขนาด ฟังค์ชัน เราดูหมด
ตั้งแต่แปลนคอนโด2ห้องนอน(ที่ฝันว่าจะซื้อ)..
บ้านเดี่ยวแมสๆ ::mass product:: ของแลนด์แอนด์เฮาส์.. ทาวน์เฮาส์ 4ชั้นของคิวบ์..
บ้านทรงวิคตอเรีย 3ชั้นของดีไซน์เนอร์ฝรั่ง..
ฟูลออพชันแนวคันทรีที่ซัดหน้ากว้างแนวราบไป20เมตรขึ้น..
ไปจนถึงที่เค้าเรียกว่า"ลักซูรี เฮ้าส์"(แปลว่า : มันอลังการโคตรๆเลยละมึง)
เชื่อไหมคะ ในความรู้สึกคือ..
แปลนทุกหลัง มันพอดีกับความต้องการของเราหมดเลย
<--ได้ไงฟร่ะ
<--ได้ไงฟร่ะคือพอดูจากบ้านหลังเล็กๆ.. เออ แค่นี้ก็พอแล้ว ใช่เลย!
แต่ต่อมาพอดูแปลนใหญ่ขึ้น ก็เออ อันนี้ตะหาก(อันก่อนนี้ไม่พอซะละ)
แล้วก็เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ได้ไงเนี่ย มันผิดปกติอย่างแรง แบบนี้ใช้ไม่ได้แน่นอน
ไม่งั้นมีหวังเด๋วบ้านในฝันของเรา ก็อาจลงเอยว่ามีสนามฟุตบอลส่วนตัว
หรือไม่ก็รันเวย์จอดเครื่องแร่ดส่วนบุคคลตรงสวนหน้าบ้านกันพอดี
ทำไงดีอ่า..
ใช้หมอง นั่งมาธิ.. ต่อก ๆ ๆ ๆ.. ครื่ดด เฮ๊ย

อ่านะ ก่อนอื่นต้องหาเหตุ
ก็ คิดว่าเป็นเพราะเรายังไม่เคย 'ได้อยู่บ้านที่ดีพร้อม'
หรือเหมาะกับเราจริงๆ(ขึ้นไป)มาก่อน
เราเลยไม่รู้ว่าอะไรจำเป็น หรือไม่จำเป็นกันแน่
นับว่าเป็นคนมีปัญหาทางบ้านจริงๆ
แต่ทางแก้เท่าที่นึกได้.. ก็เห็นทีเราจำเป็นจะต้อง"จด" จริงจังแล้วละ
เรียนรู้จากหลังที่ผ่านมา(รวมถึงปัจจุบัน)ว่ามันผิดตรงไหน
แล้วก็จดทางแก้ไว้เป็นจุดๆไป หาเรื่องวาด-ออแกไนซ์- อิอิ
เช่น ..ห้องครัวต้องติดกับห้องอาหารนะ
มุมแต่งตัวอยากได้อ่างล้างมือสักจุด
ห้องอาบน้ำต้องให้แสงแดดเข้าตลอดวัน
จะเอาห้องดูหนังด้วย ห้องสมุดด้วย
ห้องนอนแขก ออฟฟิศ ฯลฯ
ที่ผ่านมามันคือ.. อะ บ้านลอยมาเฉยๆนะ
เราเข้าไปอยู่แล้วค่อยปรับตัวให้เข้ากับบ้าน
โอย ผลคืออ้วกค่ะ ทนอยู่ไม่ได้จริงๆ ไม่เอาอีกแล้ว..
อย่างน้อยวันนี้ก็ค่อนข้างมั่นใจว่าในอนาคต
เราจะได้คำตอบเกี่ยวกับบ้านหลังที่กำลังจะมาถึง
เพียงแต่ขณะนี้เรายังคงใช้ทรัพยากร 'เวลา' ที่มีอยู่
เพื่อ 'ทำการบ้าน' นั่นก็คือ อ่าน อ่าน แล้วก็อ่านแปลนให้มากที่สุด
และต้องขยันตั้งข้อสังเกต เอากันให้แตกฉาน..ขนาดหลับตาวาดได้เลย
จดให้ยิก คิดให้หนักที่สุด
เพราะมันลืมจริงๆนะเรื่องที่ใหญ่เกินกว่าจะเห็นได้ตลอดเวลาเนี่ย..
ด้วยความอดทนและสติเท่านั้น ไปเรื่อยๆ อันทิล เดอะ ไทม์ อีส ทรู..
จะว่าไปมันก็เหมือนเรื่องอื่นๆนะ ยกตัวอย่างเรื่องการเมืองละกัน
การที่เราบางคนบอกว่า..เราไม่รู้เลยว่าจะเริ่มมองตรงจุดไหน
ใครเป็นคนดี ใครโกหก หรือใครเหมาะสมกับสังคมเรา.. ตอบยาก ก็จริงค่ะ
แต่เราเริ่มอ่านจากสื่อที่หลากหลายไปก่อนได้ อะไรที่เราลืมง่ายก็ขอให้จดไว้
บันทึกในรูปแบบอะไรก็ได้..มีให้เลือกตั้งเยอะ
ที่สำคัญอย่าใจร้อน อย่าท้อแท้ พอ 'งง' ปุ๊บก็พักสมองแล้วหาจังหวะเริ่มใหม่
ไม่ใช่บอกว่า "ไม่เอาแล้วการเมือง" นะคะ กรุณาให้เวลากับมันและควรมีความหวังเสมอ
นี่คือ"ทำการบ้าน"แล้วในทางสังคม..เพื่อบ้านเมืองค่ะ
ทำมากๆเข้า ถึงวันหนึ่งเราจะสามารถแยกแยะออกได้
ว่าอะไรมันคือ"ความจริง" หรือ "ที่จริง" ที่เราต้องการจริงๆ
ย้อนกลับไปดูเปรียบเทียบเรื่องบ้านของเราก็ได้
มันอาจทำให้ผู้อ่านได้รู้ ว่าที่จริงแล้ว เราตั้งใจจะเขียนอะไรกันแน่
เพียงแต่..กับประเทศไทยแล้วมันคงไม่มีบ้านหลังสุดท้ายหรอกนะคะ หวังเช่นนั้น
:)
..การคิดมาก จะคุ้มค่าก็ต่อเมื่อเราคิดออก
คิดได้ คิดจนเสร็จ เรียกว่า ประสบความสำเร็จจากการคิด
เอาชนะคำสบประมาท จากคนที่ไม่รู้จักคิดและดีแต่พูด..
คิดได้ หมายถึง คิดจนได้คำตอบ..
ทว่า เรื่องทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ว่าได้คำตอบแล้วจบ เพราะเมื่อเราได้คำตอบในครั้งแรกมาแล้ว
ครั้งต่อๆไป แม้จะเป็นคนละเรื่อง..ไม่เกี่ยวกันเลย แต่เราก็มักจะพบว่าเราได้คำตอบเร็วกว่าเดิม
มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพกว่าเดิม และด้วยความมั่นใจกว่าเดิมตั้งเยอะ
เพราะการคิดจนเสร็จ.. สิ่งที่สำคัญกว่าการได้ "คำตอบ" ก็คือการได้ "วิธีคิด" นั่นเองค่ะ
วันนี้คุณ 'ทำ' อะไรเพื่อบ้านเมืองแล้วหรือยัง?
Tags: คิดมาก, ประทศไทย, ปลูกบ้าน, วิธีคิด5 Comments


เพิ่งไอ้โน่นไอ้นี่ ไอ้นั่นไม่ดี แต่งต้องโน้นตรงนี้
คำถามฉุดคิดนี่ขอตั้งสติก่อนนะครับ
#1 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2009-09-29 03:24