พรุ่งนี้..เราจะรักกัน [การเมือง]
posted on 07 Aug 2009 17:32 by chalita in pan-din-t-rak
ทำไมคนภาคกลาง(อย่างเรา)และภาคใต้ถึงได้ดูถูกดูแคลนคนภาคเหนือและอีสานกันนัก?
ก่อนนี้เราก็อยู่กันมาดีๆไม่มีปัญหาอะไร แต่อยู่ๆมันก็เกิดเป็นประเด็นขึ้นมา
และบานปลายกลายเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไปซะงั้น
ทั้งนี้อย่างที่เค้ารู้ๆกันนะ..เรื่องนี้มันเพียงเริ่มมาจาก"ผลประโยชน์"ทางการเมืองโดยแท้เลย
ก่อนอื่น หันกลับไปดูรากเหง้าของแผ่นดินเกิดเรากัน จะพยายามเล่าแบบง่ายๆนะคะ

ประเทศไทยเราทั้ง 4 ภาค มีความต่างเรื่องวัฒนธรรม ความคิด และความเชื่อมานานแล้ว ย้อนหลังได้เป็นร้อยๆปีเลย
เริ่มจากวัฒนธรรมคนอีสาน เขาจะ"ขอกันกิน" เนื่องจากความแห้งแล้งของภูมิประเทศทำให้คนอีสานไม่มาถือสากัน
เรื่องใครรวยกว่า ใครมีเยอะกว่า คนอื่นก็จะไปขอเขากินได้ คนที่ถูกขอก็เต็มใจให้ เพราะถือว่าต่างก็แร้นแค้น
เลยช่วยๆกัน..แบ่งๆกันไป แล้วก็ได้หน้า..ได้ใจกันไป เป็นวัฒนธรรมปกติของเขา
ส่วนภาคเหนือ ไม่ได้แร้นแค้นขนาดอีสาน แต่วัฒนธรรมคนเหนือเค้าเน้นเรื่อง "ความกตัญญู" โดยผู้หญิงจะถูกคาดหวังว่า
ต้องเป็นผู้เสียสละ เช่นการที่ลูกสาวยอมแต่งงานกับคนร่ำรวยเพื่อให้พ่อแม่ได้สบายก็เป็นเรื่องที่ทำกันเป็นธรรมดาเช่นกัน
ครอบครัวจะได้รับการยกย่องนับถือว่ามีลูกกตัญญู ถ้าได้สามีร่ำรวยก็จะดูดเงินสามีกลับไปให้ที่บ้านเค้า สร้างบ้านหลังใหญ่ๆ
สวยๆที่สุดที่เค้าจะทำได้ให้เป็นหน้าเป็นตากับพ่อแม่ แบบนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดาของทางเหนือเจ้าค่ะ..
ภาคใต้ ทรัพยากรเขามีกินกันเหลือเฟือ เขาเลยจะไม่ขอใครกิน เรื่องขอกันกินนี่เป็นสิ่งที่ไร้เกียรตินะ คนใต้รับไม่ได้
และสุดท้าย ภาคกลางอย่างเราๆก็เป็นที่ทราบดีว่าอุดมสมบูรณ์ เราไม่ขอกันกินแต่ใช้วิธีแลกกัน..บาร์เดอเทรด

ทั้งหมดนี้ ประเทศเราก็อยู่ของเรากันได้ มีความสุขกันดีๆตามอัตภาพมาเป็นร้อยๆปีแล้ว
- - -
- - -
ในยุคนั้นภาคเหนือของไทยยังเป็นแบบอาณาจักรล้านนา ไม่ได้เป็นภาคเหนือของประเทศไทยเหมือนวันนี้
ส่วนภาคอีสานก็เป็นดินแดนห่างไกล ที่อิทธิพลของราชสำนักยังแผ่ไปปกครองไม่ถึง
ในตอนนั้น ร.๕ ได้ปฏิรูปการปกครองตามแบบตะวันตก ที่ต้องการให้ประเทศเป็นปึกแผ่น
เพื่อรับมือกับลัทธิล่าอาณานิคมของตะวันตก บรรดาเจ้าเมือง หัวเมือง อาณาจักรต่างๆถูกลดบทบาทลง
เพราะต้องมาขึ้นตรงกับทางกรุงเทพฯ มีสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ"การเก็บภาษี"ในรูปแบบต่างๆ
สิ่งนี้เองที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อภูมิภาคโดยทันที เช่น..
- ภาคเหนือ ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของสัมปทานไม้หรืออื่นๆแต่เพียงผู้เดียวอีก เมื่อถูกลดอำนาจลง การ"แข็งเมือง"(คงคล้ายๆกับความกระด้างกระเดื่องต่อกษัตริย์)ก็ไม่สามารถกระทำได้ ทำให้ภาคเหนือถูกผนวกรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับราชอาณาจักรไทย จนประเทศเป็นปึกแผ่นได้ตามพระราชประสงค์
- ภาคอีสาน คงได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดเนื่องจากไม่มีเงินจ่ายภาษี แต่ก่อนนี้คนอีสานแทบจะไม่ต้องใช้เงิน เพราะเค้าไม่มีระบบเศรษฐกิจ ไม่มีการซื้อขาย แม้จะแร้นแค้นแต่ก็ไม่ได้ขัดสน ยังสามารถพึ่งพากันและกันได้ อยู่กันได้โดยไม่ต้องมีเงิน เมื่อทางการจะเก็บเงินคนอีสานไม่มีให้ กลายเป็นภาพออกมาว่าคนภาคอีสานยากจนที่สุด เก็บภาษีได้น้อยสุด และเริ่มตกระกำลำบาก เพราะแม้จะมีข้าวกินแล้ว แต่ต่อไปจะต้อง"หาเงิน"มาจ่ายภาษีอีกด้วย
- ขณะที่ภาคกลางและภาคใต้เป็นศูนย์กลางการค้ามาแต่โบราณ ไม่มีปัญหาในการหาเงินจ่ายภาษี เมื่อวัดความรวยที่จำนวนเงิน แน่นอนว่าคนภาคกลางและภาคใต้ร่ำรวยที่สุด ในขณะที่คนอีสานคือคนจนที่สุดในประเทศ และถ้าใครจะหาเงิน ก็ต้องมาหาที่ภาคกลางและภาคใต้
เมื่ออิทธิพลของเงินมีมากขึ้น คนอีสานจึงออกหาเงินด้วยการรับจ้าง จนต้องทิ้งถิ่นฐานออกรับจ้างไปทั่วประเทศในที่สุด
โดยส่วนใหญ่จะมารับจ้างที่ภาคกลางและภาคใต้ ส่วนทางภาคเหนือเอง ก็ต้องให้ลูกสาวแสดงความกตัญญู
โดยการมาขายตัวที่ภาคกลางและภาคใต้ เพื่อส่งเงินกลับบ้านเกิดให้พ่อแม่"ได้มีหน้ามีตา"
ทั้งหมดนี้เป็นที่มาของ "การแบ่งชนชั้น" และดูหมิ่นกันระหว่างคนแต่ละภูมิภาค โดยคนอีสานกลายเป็นชนชั้นแรงงาน
คนเหนือมีภาพลักษณ์เป็นผู้ขายบริการทางเพศ ในขณะที่คนภาคกลางและภาคใต้มีสถานะเป็นนายจ้างและผู้ซื้อบริการ
ในทางกลับกัน คนภาคเหนือเองก็เริ่มรู้สึกว่าคนภาคกลางกำลังดูหมิ่นความกตัญญูของพวกเค้า ในขณะที่คนอีสาน
ก็มองว่าคนใต้ไม่มีน้ำใจ
อะ ยุ่งละสิ

[บ่น]
"เงิน"คือ"วัฒนธรรมการเปรียบเทียบ"ที่พวกฝรั่งชอบทำและเอาเชื้อทุเรศๆนี่มาแพร่ให้คนไทยทำตามเสมอๆเลย
ไอ้การ หยิบ เอาเรื่องบางเรื่อง หรือ ยก หลักบางอย่างมาตีค่าเป็นตัวเลขแล้วเอาคนที่แตกต่างกันมา วัด ว่าใคร
จะมี "มาก" กว่าใครเนี่ย ใช่ มันคือ"การแข่งขัน" แต่จะแข่งกันไปทำไม?
ทั้งๆที่เราอยู่ดีๆของเรา แม้จะมีวัฒนธรรมแตกต่างกัน แต่ก็ยอมรับและอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ มันก็ดีอยู่แล้ว
อยู่ๆโดนฝรั่งมายัดเยียด.."การตีค่าเป็นตัวเลขแล้วนำมาชี้วัดกันว่าใครมีเงินมากกว่ากัน"..ใส่หัวเฉยเลย
เราขอถามถึงคนที่ได้ที่โหล่น่ะ ว่า "ศักดิ์ศรีของพวกเขาหายไปไหน?"
[/บ่น]
ก็นะ ถึงปัญหานี้จะมีมานานแล้วแต่มันก็ไม่เคยร้ายแรงถึงขนาดเกิดความแตกแยกเหมือนทุกวันนี้
เพราะพื้นฐานคนไทยทุกภาคมีวัฒนธรรมร่วมกันอย่างหนึ่งคือการไม่เอาเรื่องเอาราว(ถ้าใช้กับเฉพาะเรื่องนี้ละดีมากเลย)
เวลาที่คนรู้สึกมีปมด้อยก็คงจะพยายามลบปมของตัวเองออกไป บางครั้งยิ่งพยายามมันกลับยิ่งดูแย่ลง
อย่างเราเองเกิดมาก็เห็นคนอีสานมีปมอยู่ก่อนแล้ว แล้วก็พยายามที่จะลบปมของตัวเองให้เราเห็นอยู่นั่นแหละ
แล้วใครมันจะไปเข้าใจละวะคะ ว่าทำไมเค้าถึงไม่ให้เกียรติตัวเองบ้าง แทนที่จะเกลียดตัวเอง?
ทำไมถึงต้องทำเป็นอวดฉลาด? อวดรวย? ทั้งๆที่ก็มีอยู่แค่เนี้ยะ..!(...) อะไรอย่างนี้อะค่ะ
- แต่เมื่อไม่นานมานี้..พอได้ยินเรื่องวัฒนธรรมของพวกเค้าที่มีอยู่ก่อนแล้ว เราก็เห็นใจเค้านะ รู้สึกแย่ที่เคยดูถูกเขา
- อันที่จริง คนมันจะมีปมมาตั้งแต่กำเนิดมันช่วยไม่ได้นะ ก็เข้าใจว่ามันไม่ใช่ความผิดของเค้าทั้งหมดหรอก
- แต่แม้ทุกคนเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะ"เข้าใจ"ตัวเองและคนอื่นๆได้นี่คะ
- เราเชื่อว่าการ"ศึกษา"จน"เข้าใจ" น่าจะสามารถลดความขัดแย้งถึงในระดับประเทศได้
และทำได้เร็วกว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเสียด้วยซ้ำ
- แม้เราจะลืมรากเหง้าเราไปบ้าง แต่การกลับไปใส่ใจและศึกษา ก็ยังไม่สายเกินไป
- ถ้าเกิดความเข้าใจแล้ว มันบอกต่อๆไปได้ อยากเห็นทุกคนได้ใช้ชีวิตร่วมกันบนพื้นฐานของความเข้าใจได้สักที
- โดยเฉพาะเรื่องทัศนคติที่ต้องลดความชิงชังลง และเลิกมองเปรียบเทียบเพียงแค่เรื่องบางเรื่องกับคนอื่นๆ
- ในขณะเดียวกันถ้าเขารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าขึ้นแล้ว เขาก็คงจะไม่ทำอะไรเหมือนที่ผ่านมาให้คนอื่นๆดูถูกเค้าเช่นกัน
- หากแต่ถ้าเขาจะได้รับเกียรติบ้าง เริ่มจากเราลองให้เกียรติพวกเค้าก่อนบ้างพอจะได้ไหม?
ในเรื่องนี้..ยังไงๆเราก็คนไทยเหมือนกันนะคะ
ขอบคุณ
ข้อมูลโดย : อาจารย์จี จากสถาบันสเวนเซ่นส์ ประเทศไทย(วิทยาเขตอเมริกันทาวเวอร์)
*ถูกผิดก็อวยพรอาจารย์จีได้แต่เพียงผู้เดียวนะเราไม่เกี่ยว
อ้างอิงรูปปลากรอบ
- รูปประเทศไทย
- รูปหัวใจ [google]


พอกลับมาก็มาพร้อมอะไรดีๆ อีกแล้ว
ขอให้เมืองไทยทุกคนร๊ากกกันๆๆๆ
#1 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2009-08-08 19:46