คุณมีแม่หรือเปล่า(Edit)

posted on 19 Feb 2009 06:13 by chalita  in personality
แก้ไขเพิ่มเติมตรงฟ้อนท์สีเขียวนะจ๊ะ
เพื่อให้ตรงประเด็นเท่านั้นเอง(19/03/2009)


"คุณมีแม่หรือเปล่า?"

เราถามชายแก่คนหนึ่งที่เราไม่เคยรู้จัก
เมื่อตอนบ่ายวันนี้เองค่ะ

18 กุมภา 2552
นอกจากลูกชายเราจะมีอายุครบ 4 เดือนเต็มในวันนี้แล้ว
มันยังเป็นวันนัดพบหมอภูมิแพ้ของเรา
ที่โรงพยาบาลแถวบ้านพ่อ(บ้านเก่าเรา)อีกด้วย

เที่ยงกว่าๆหลังจากให้นมลูกเสร็จแล้ว
เราเดินไปบ้านแม่ จะถามแม่ว่า..
มีจะเข้าเมืองไหม วันนี้เรามีนัดหมอนะ
เผื่อจะติดรถไปด้วยกัน..

แต่เจอหน้าแม่ยังไม่ทันถามแม่ก็ชิงพูดก่อน
ว่ามีกล้วยออกเยอะเลย
ว่าจะเอาไปให้ป๊า(พ่อเราเอง)
ช่วยขับรถไปหน่อย ขนไม่ไหว..

(กล้วยขึ้นเองฟรีๆในสวนบ้าน มีเยอะมาก
ออกมาที..หลายเครือ กินกันไม่ทัน
ก็หอบไปฝากบ้านพ่อประจำ

ขนาดบ้านนู้นอยู่กันเป็นสิบก็ยังกินไม่หมด
สุดท้าย วางขายหน้าบ้านมันซะเลย..
กล้วยบ้านเหลือกินเอามาขาย ไม่เคยใส่ปุ๋ย
รสชาติอร่อยมากไม่เหมือนของปลูกขาย
คนในเมืองหากินแบบนี้ยาก.. ก็ติดใจ
มารอขอซื้อกันบ่อยๆ วางขายแป๊บเดียวก็หมด
หวีละ 20 บาท เครือนึงก็ได้ร่วมสองร้อยแล้ว

ไงล่ะ..นี่แค่เพียงเสี้ยวหนึ่งเล็กๆ
ของแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงจากในหลวงนะ
"เหลือแล้วค่อยขาย..ได้ตังค์ฟรีๆ
ไม่มีทุนเลย ขายไม่ได้ก็ไม่เดือดร้อนโว้ย"
สุดยอดด...!)

โอเคเลย..งั้นขนกล้วยขึ้นรถไปด้วยกัน
"วันนี้หนูจะไปโรงบาลอยู่แล้ว"
แม่ทำหน้าปิ๊งไอเดียบางอย่าง..แล้วยิ้มดีใจ
ไฉนเลย(อ่านว่าฉะ-ไหน-เลย)ยังไม่ทันวางแผน
กะว่าจะบอกให้พ่อขี่มอไซค์มาเอากล้วยที่โรงบาลซะหน่อย
เราจะรีบกลับมาให้นมลูก เพราะไม่ได้คิดว่าจะไปที่ไหนต่อ
เลยมีสต็อกนมไว้แค่มื้อเดียวเอง..

แต่แม่ชิงบอกมาก่อนอีก ว่า
ดีเลยจะไปเอา"ที่นอน"ด้วย....

อะ..งั้นแวะเข้าไปบ้านพ่อหน่อยก็ได้วะ
นึกภาพ"ที่นอน"..มันคงใหญ่ๆ หนักๆ
ให้คนแก่ขี่มอไซค์ทุกมา..สงสาร เดี๋ยวตาย55
.....

ตัดฉับมาที่โรงพยาบาลเลยนะ
..เรานั่งรอยาอยู่

เออ.. เสร็จยัง? 
แม่เดินมาถามหลังจากที่แยกกับเราตรงลานจอดรถ
เพื่อลงไปเดินช้อปปิ้ง(ช้อปฯในโรงบาลนั่นแหละ..
คนมันมีบุญไง เขาหาความสุขได้ทุกที่แหละ ฮ่ะๆๆ)

"เดี๋ยวร้านที่นอน ที่จะไปเอาอะนะ มันอยู่ตรงนี้ๆๆๆ.."

เอาล่ะสิ.. นึกว่าอีที่นอนนี่มันจะอยู่บ้านพ่อซะอีก
ก็เห็นบอกว่า"ไปเอาๆ" ไม่ได้บอกว่า"ไปถอย"นิหว่า!!

(ว่าแล้วก็นึกอะไรขึ้นได้)
อ่า ซวยแระ.. อีร้านห่านั่นอะนะ..

 ที่มันอยู่ริมถนน.! 

 ตรงปากซอย.! 

 100เมตรถัดไป เป็นสี่แยก.!

 แยกนั้นก็(ถึงขนาด)มีรถไฟฟ้าผ่าน.!

โอ้..โน่ววว..!!!     


ยกแขนดูนาฬิกาฟอสซิลสุดที่รัก
..ตายห่า แม่ง 4 โมงเย็นแระไอ้เฮี่ย..
กูตายแน่ๆ.. at แยกราชเทวี in รัชอาว on พรามทาม
แม่..............อีกแล้วเหรอ(น้ำตาตกใน เฮอๆๆๆๆ)
รถคันที่ขับก็ไม่ใช่เบนซ์สมาร์ทนะโว้ยย
แม่....(กู)

ว่าเลี๊ยวก็จำใจขับพาคุณจันทร์เป็งไปช้อปที่นอน
ร้านตรงแถวๆสี่แยกปากซอยบ้านพ่อ..เพชรบุรี7

ความจริงวันนี้สังหรณ์ว่าตัวเองจะตายด้วยซ้ำ
หมายความว่าเสียชีวิตน่ะ สั่งเสียพ่อของลูกที่บ้าน
ว่าจะพยายามปั๊มนมเก็บไว้ให้ลูกนะ
ลูกจะได้กินนมแม่ จะได้แข็งแรงๆ
เราตายไปไม่รู้นมเราจะพอเลี้ยงลูกได้อีกกี่วัน..
อะ เพ้อเจ้อไปตามเรื่อง :P
.....


ตัดฉับมาที่แยกราชเทวี..
ผ่านซอย 5 มาแล้ว มีรถจอด 1 คัน ลุ้นโว้ย..
จะมีคันไหนมาจอดเป็นเพื่อนเราไหม?
เพราะอะไรรู้ไหมคะ ริมถนนบริเวณนั้น
เขาห้ามจอดค่ะ แต้มขาวแดงกันให้พรึ่ด
แต่สภาพก็เหมือนกับร้านแม็คดอเน่า
ตรงรร.สตรีวิทย์ราชดำเนินแหละ
ตั้งป้ายเลย.. "ห้ามจอด" สน.(ไม่ทันดูเพราะขับรถอยู่)
ซึ่งป้ายมันก็วางอยู่กลางฝูงรถน่ะแหละค่ะ

อะขับชลอๆ ใกล้ซอย 7 แล้ว..โล่งชิบหายเลยค่ะ
คือ..ไม่ใช่ถนนโล่งน่ะค่ะ แต่ริมฟุตบาธลายขาว-แดงน่ะ
ไม่มีรถจอดซักคันเลย..มีแต่รถที่กำลังขับมุ่งหน้า
ไปรอสัญญาณไฟอยู่กันเต็มทุกเลน

ไอ้เราก็นิสัยดี๊ดีค่ะ
เจนเนอเรชั่นเอ็กซ์อย่างเราแล้ว
โรงเรียนประถมของเราสอนมาดี..มว่าก
ให้เรามีวินัย
ในสถานการณ์อย่างนี้ ไม่มีจุดผ่อนผันค่ะ
เค้าก็ออกกฏห้ามจอดไว้แล้ว..
ฉะนั้นเราก็เลือกที่จะไม่จอดค่ะ ตัดสินใจแน่วแน่

ขนาดตอนเราแพ้ท้องอยากกินขนมเค็กตึกแถวที่ไม่เคยอยาก
(เค็กสไตล์โฮมเมดขายตามตึกแถวย่านชุมชนน่ะค่ะ)
ถ้าเราจะกิน เราต้องไปซื้อที่ถนนชักพระ 
ตรงนั้นจอดรถข้างทางเอา.. เชื่อไหมว่า
9 เดือนเราทนอยากอยู่อย่างนั้นไม่ยอมออกไปซื้อ
เพราะเราไม่อยากเอารถไปจอดริมถนน
มันกีดขวางการจราจรค่ะ รับไม่ได้

(ปกติคงขึ้นรถเมล์ไปแล้วแต่เราท้องโย้ขึ้นไม่ไหว)


แต่นึกๆดูก็นะสงสารแม่.. 
นึกภาพหญิงวัยกลางร้อย(บวกอีกสิบเศษๆ)
อยากได้ที่นอน..

ยังไงลองหาที่จอดดูเรื่อยๆแล้วกันนะเผื่อมี
แต่ถ้าไม่มีแม่ต้องเข้าใจแล้วล่ะ..

[กะว่าคงจะเลยเข้าซอยไปจอดที่บ้านพ่อ..
เดินออกมาซื้อที่นอนแล้วแบกกลับไปให้แม่เอง]

ทั้งนี้..

ไม่ใช่เพราะกลัวตำรวจ
ไม่ใช่เพราะกลัวถูกปรับ
แต่ขอยืดอดพูดเลยนะ
ว่ากลัวคนอื่นเดือดร้อนค่ะ
กลัวที่สุด ทำไม่ลงเลย เกลียดมาก
เป็นคนดีค่ะเรื่องนี้ ขอยอมรับโดยไม่ถ่อมตัวล่ะ
....



ตัดฉับมาในห้องโดยสาร..
รถคลานไปเรื่อยๆ
"ถนนเพชรบุรีฝั่งขาเข้า..
การจราจรหนาแน่นแต่ยังพอใช้การได้"
ถ้าดูป้ายอัจฉริยะคงเป็นเส้นสีส้มๆเกือบแดง
ถึงหน้าร้านแล้ว..สรุปว่าไม่มีที่จอดเลย

แต่เอ๊ะ..ระหว่างร้านขายที่นอน 2 ร้านนี้
(มันมี 2 ร้านเหมือนๆกัน ไม่รู้แม่จะซื้อร้านไหน)
มี"ช่องไฟ"ของตึกแถว เป็นช่องที่ขับรถเข้าไปได้
ตรงฟุตบาธมีทางลาดขึ้นไป ด้านในเป็นที่จอด
แต่ไม่รู้ของร้านไหน

เริ่มมีความหวัง.. คืนนี้คุณนายจันเป็ง
จะได้มีที่นอนนุ่มๆนอนให้หายปวดหลังไหมน๊อ
...

ช่องว่างระหว่างตึกที่ว่านั้น
ข้างในลึกๆมีรถโคโรล่าสามห่วงสีเขียวจอดอุดอยู่..
แต่บนฟุตบาธแนวเดียวกับหน้าร้านยังว่าง
ข้างๆทางลาด มีรถจอดบนฟุตบาธด้วย 1 คัน
(มีเพื่อนแล้วโว้ย เย้ๆ)


เลี้ยวขึ้นไปเลยค่ะ..จอดอุดทางเข้ามันนั่นแหละ
กะว่ายังไงๆคุณนายคงใช้เวลาไม่นาน
เพราะก็บอกแล้วว่าโทรมาสั่งให้เด็กเตรียมไว้
มาถึงก็โหลดขึ้นรถได้.. แต่ไม่ทำ ไฉนเลยคุณนายก็ยัง
แก้เก้อด้วยการบอกเราว่า เอาน่ะ..ที่นอนมันเหมือนๆกัน
ไปชี้ๆแล้วก็เอาใส่รถ มันไม่นานหรอก.. เฮ้อ

คุณนายลงไปแล้วค่ะ..
ไม่เห็นเร็วอย่างที่หลอกเราไว้เลย
คุณนายเดินเลื๊อก..เลือก..
ตามประสาคนมีความสุขได้ทุกที่..เฮ้อ

แต่ก็หมดห่วงไปอย่างนะคะ
เราไม่ได้จอดในเลนซ้าย
ไม่มีใครต้องเปลี่ยนเลนเพราะรถเรา
(การเปลี่ยนเลนแต่ละครั้ง ส่งผลกระทบต่อความเร็ว
ของรถคันหลังไปถึงที่ระยะกิโลเมตรเชียวนะ 
: ความรู้จากยูบีซี)
อีกอย่างเราก็เฝ้ารถอยู่..พร้อมขยับ


ว่าแล้วก็ได้ยินเสียงแป๊นนนนน....ดังลั่น
ยาวมาแต่ไกล.. รัชอาวแบบนี้
คงเริ่มมีคนอารมณ์เสียบ้างแล้วล่ะไม่แปลกๆ
มองไปมองมา หาสถานการณ์ให้รมเสียไม่เจอแฮะ..


อ่า..ปิกอัพสีทองคันนั้นเปิดไฟเลี้ยวว่ะ

อ่า..เค้าชะลอแล้ว ตรงทางเข้าพอดี

อ่า..เค้าจอดแล้ว เค้าจะเข้าช่องที่รถเราจอดอยู่นินา..

อ่า....เจ้าของรถที่แผดเสียงแตรคือคันนี้นิหว่า

อ่า...เชื่อไหม เสียงแตรยังไม่หยุดเลย
เขากดแตรอยู่อย่างนั้น แสดงว่าเค้าโกรธมาก.....


อืม..ทำไงดีล่ะ เดินไปที่ร้านที่นอน(3ก้าวก็ถึง)
เรียกจันเป็งก่อนเลย แม่..เค้าจะเอารถเข้า
แม่ตกใจ หวาย..ตาย..ทำไงดีล่ะ
หันหน้าหาเหยื่อ..โยนงานให้คนอื่นรับผิดชอบ

เจ้าของร้านเดินมาบอกว่าให้เข้าไปจอดข้างในได้เลยๆ
ด้วยใบหน้ายิ้มๆ พร้อมกับวิ่งไปเลื่อนรถสีเขียวคันที่จอดอุดอยู่

เลื่อนขึ้นหน้าแล้วถอยเข้าซอง.. โอเย มีที่ให้เข้าแล้ว
แถมจข.ร้านคอนเฟิร์ม..! มีที่จอด
เด็กในร้านวิ่งออกมาช่วยโบกถึง 2 คน
บรรยากาศรัชอาวดีจิงค่ะเย็ดเข้

อะเราก็ตาร์ดรถขับเข้าปายย..
ปิ๊กอัพ'รมเสียขับมาตามหลัง..
เหมือนยังได้ยินเขาบีบแตรใส่อีกนะ
แต่รู้สึกหูมันอื้อๆหรือไม่ก็แตรเค้าเบา
เราเลยไม่แน่ใจว่าได้ยินอะไร

เข้าไปถึงข้างในแล้ว ไม่มีซองให้ถอยเข้า
มีแต่ทางให้ขึ้นหน้าหักซ้ายนิด
แล้วถอยมาหยุดตรงมุมขวาหน่อย
อะ กูก็ถอย.. เสร็จแล้วเด็กมันเหงื่อตกบอกว่า
เอ่อ.. เขยิบมาใหม่ให้ชิดกำแพงได้ไหมครับ

อ๋อ..เข้าใจระ น้องจะให้พี่หลบ
ให้พิคอัพเลี้ยวซ้ายเข้าบ้านมันไปใช่มั๊ย
พยักหน้าล่กๆ ใช่ฮะๆ

อะ โอเค ขึ้นหน้าไปใหม่..
ถอยชิด"กรรม"แพง เรียบร้อย ใช้เวลา 2 นาที 
เร็วกว่าตอนเข้าคูหาไปกาบัตรเลือกตั้งอีก
ปิ๊กอัพก็ได้จอดหน้าบ้านเค้า แดดดี้สโฮม
โฮมสวีทโฮม

เราเพิ่งเห็นว่าด้านในยังอุตส่าห์มีบ้าน
เป็นห้องแถวหลังจี๊ดๆ..(เสียงหนูที่ไหนจี๊ดๆ)

อ๊า..นึกว่าจะจบ แม่งไม่จบ.. 
คนขับโผล่หัวออกมาระหว่างตีวงเลี้ยว
ผ่านหน้ารถเราไปว่า
"ด่าๆๆๆ ด่าๆๆ และด่าๆๆ"
อืม..จำไม่ได้ พอดีไม่ได้สนใจคำพูดมัน
แต่ที่สนใจคือ..คนขับแก่มาก หงอกมาเชียว
อายุราว 70 เพศชาย ผิวดำแดง
ผอม รูปร่างสันทัด และปากจัดทีเดียว

สิ่งที่มันด่าคือ ประมาณว่าเราเนี่ยเลวมาก
จอดขวางทางเข้าได้ไง คนจะเข้าบ้านเข้าไม่ได้
ขับรถภาษาส้นตีนอะไรวะ..ซึ่งตรงนี้อะ จี๊ด


จากที่เล่ามา..
เราซะอีก..ที่เกลียดมาก
และไม่มีวันที่จะทำแบบนี้
ถ้าหากว่าไม่โดนแม่ปั่นหัวจนหัวปั่นขนาดนี้
แล้วยังมาโดนใครไม่รู้ด่าว่า หาว่าเรามักง่าย
เห็นแก่ตัว ขับรถส้นตีน..ฯลฯ เสียเอง
อะไรกันเนี่ย

แม่ง..โซ อันแฟร์ค่ะ
เลี้ยงลูกอยู่ดีๆ แวะมาพบหมอตามนัด
อยากกลับบ้านไปหาลูกใจจะขาด
แต่ก็ยังหวังดีกับแม่ กลัวแม่จะเหนื่อย
ทั้งหมดนี้เราสมควรได้รับสิ่งนี้หรือคะ
(น้อยใจว่ะ ทำขนาดนี้แล้ว ยัง...เฮ้อ)


ความเป็นจริงนะคะ
ขอชี้แจงเป็นข้อๆราวกับอภิปรายในสภาละกัน


เราเลวมาก?
อย่างที่เล่ามายืดยาวน่ะแหละ เราไม่เลวนะ
ไม่ขอรับผิดเรื่องนี้ เพราะเราไม่ผิด
แต่ติดที่แม่เรา เขาเอาแต่ใจ
แล้ว..เค้าเป็นแม่เราน่ะ ใครมีแม่ที่ชอบบงการคงเข้าใจดี

เราจำใจต้องทำ เราถูกแม่หลอกใช้ใช่มั๊ยคะ
แกหลอกให้เข้าใจว่ามีเตรียมของไว้แล้วไม่ต้องจอดนาน
เราเลยยอมในสเต็ปแรกไงคะ 
หลังจากนั้นมันก็ง่ายแล้วที่แม่จะเอายังไงกะเราก็ได้
แม่ทำแบบนี้บ่อยๆค่ะ

พอมาถึงแม่เราบอกว่าเปล่า ไม่ได้โทรให้เตรียมน่ะ
หน้าตาเฉย.. แล้วก็เลยตามเลย
คุณนายทิ้งเราไปเดินช้อปซะสบายใจ

ก็เราโดนหลอกนี่คะ.. 
มาว่าเราเลวแบบนี้ เราไม่ยอมรับนะคะ


จอดขวางทางเข้าได้ไง?
เหตุผลที่ตัดสินใจเลือกทำก็ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว
คือ รถบนถนนระหว่างที่เราจอดรอแม่เรานั้น
หลายสิบคันนะ ที่สามารถวิ่งผ่านบริเวณหน้าร้านได้โฟลว
ไม่ติดขัด ไม่ต้องเปลี่ยนเลน ไม่เดือดร้อน.. 

ลำพัง 1 คนต่อ 1คันก็หลายสิบคนแล้วที่เดินทางอย่างไม่ติดขัด
ด้วยจิตสำนึกของเราแท้ๆ
เราไม่ได้ทวงนะ แต่ถ้าแม่เราขับล่ะ คงมีคนเดือดร้อนมากมาย
แล้วลุงล่ะ หลายสิบคนไม่เดือดร้อนแต่ลุงไม่สะดวกคนเดียวนี่
รู้จักมีหัวคิดบ้างไหม? หรือว่าเรื่องของตัวเองสำคัญที่สุด?

ซึ่งการที่เจ้าของรถปิ๊กอัพคันนี้จะเข้าบ้าน
เราก็เฝ้ารถรอจะเลื่อนให้อยู่แล้ว ไม่ได้ล็อครถ
ไม่ได้เข้าเกียร์ หรือใส่เบรคมือแล้วลงไปฉุยฉาย
เดินเลือกลายที่นอนอยู่ซักหน่อย

ดังนั้นเราก็ไม่เชิงขวางทางเข้า
แต่อาจทำให้คุณเข้าบ้านช้าไป 2 นาทีเท่านั้นค่ะ
แต่ถ้าอยากจะว่าเราเรื่องนี้ โอเคยอมรับ 
ต้องขออภัยจริงๆ เราผิดค่ะ แต่ลุงเปิดโอกาสให้เราขอโทษไหม?
ไม่เลยเพราะอะไรคะ กลัวจะไม่ได้ด่าคนฟรีเหรอวันนี้


คนจะเข้าบ้านเข้าไม่ได้?
ไม่เป็นความจริง เพราะตอนที่คนพูดได้พูดมาถึงตรงประโยคนี้
รถเขาจอดเทียบหน้าบ้านแล้ว ด้วยหลบรถเราพ้นโดยสิ้นเชิง
มีพยานหลักฐานชัดเจนว่าเค้าสามารถเข้าบ้านได้
ฉะนั้น คำพูดนี้ไม่เป็นความจริงเลย

และสุดท้าย

ขับรถภาษาส้นตีนอะไรวะ?

ตรงนี้จงใจด่าว่าให้เสียหายและอับอายแถมด้วยเจ็บช้ำ
อยากถามว่ามันจำเป็นไหมที่จะต้องมาด่าว่ากันถึงขนาดนี้?
เท่าที่เห็นวัฒนธรรมประเพณีของความมีน้ำใจจากมนุษย์ด้วยกัน
คุณเพียงบีบแตรเรียกเราเบาๆ 2 ครั้งสั้นๆ(ปิ๊นๆ)
ส่งสัญญาณมือชี้เข้าบ้าน เราก็เข้าใจแล้ว

หรือถ้าเป็นเรานะ เราจะลงรถมาสะกิดเรียกเลย
เพราะมันช่วยทำให้อารมณ์ซอฟท์กว่ากันเยอะ
(เผื่อผิดคาดมือหนักกดแตรแรงไป ผิดใจกันแย่เลยนะ)
เราไม่ต้องการทะเลาะเบาะแว้งกับใคร
เพียงแค่ใช้ทางร่วมกันแค่นี้ ไม่เห็นจำเป็น
จะต้องมีเรื่องมีราวกันเลยสักนิด
นอกจากชอบหรืออยากจะมีเอง

..ตรงนั้นก็มีสังคม มีคนอยู่ร่วมกันเยอะ
ไม่ใช่ทางเข้าบ้านคุณคนเดียวซะที่ไหน
เราเพียงถอยรถออกมา ขึ้นหน้าให้คุณได้เลี้ยวเข้าไป
มันก็จบแล้วและง่ายกว่าที่มันเกิดขึ้นเยอะ


ดังนั้น..เราจึงโผล่หน้าออกกระจกไปแล้วถามกับเค้าว่า
"คุณมีแม่หรือเปล่า?"
....

ตรงนี้ขอเน้นและขยายเจตนาของประโยค(คุณมีแม่หรือเปล่า)นะ
ว่า.. ไม่ว่าสิ่งนั้นๆคุณจะไม่เห็นด้วยกับที่แม่อยากให้ทำ
หรือสาบานได้ว่าให้ตายยังไงคุณก็จะไม่มีวันทำ
เชื่อไหมว่า ใครที่มีแม่แบบเราต้องถือเป็นข้อยกเว้น
เราไม่มีวันที่จะขัดใจแม่ได้หรอก เพราะตระหนักดีถึงสิ่งที่จะตามมา
หากว่าที่ทำไปมันขัดใจแม่แล้วล่ะก็....
ไม่เคยที่จะคุ้มเลย สาบานได้

เข้าใจไหมว่า สำหรับ"แม่"แล้ว..คำคำนี้
ไม่มีคำว่า"ถูก" หรือ"ผิด".. มันมีแต่คำว่า"แม่"เท่านั้นแหละ

ในเรื่องของการจราจรบนท้องถนน แม้กระ่ทั่งตำรวจจราจรเอง
ยังเข้าใจเรื่องคนขับรถที่มี"แม่"นั่งมาด้วยนี้เลย

นอกเหนือจากเรื่องเล่าหลายๆเรื่องแล้ว
ครั้งนึงที่เราเคยอยู่ในสถานการณ์จริงด้วย
เป็นรถเพื่อนเราเอง วันนั้นแม่มันนั่งข้างๆ(คนขับ)
แม่สั่งให้จอด สั่งให้เลี้ยว.. สั่งให้ยูเทิร์น ฯลฯ ไปตลอดทาง
โดยไม่สนป้ายบังคับ ไม่รู้กฏและไม่เคยขับรถ
คนขับก็จะตายเอา เครียด เซ็ง ทำอะไรแม่ไม่ได้

ครั้งนึงมันเป็นที่ห้ามจอด(ประมาณนี้ จำไม่ค่อยได้)
ตำรวจเดินมาเคาะกระจกเลย.. พอเปิดมาตำรวจเจอแม่มัน

ขึ้นชื่อว่าเป็นตุ๊กตาหน้ารถที่ชื่อว่า"แม่"แล้ว.. 
เจ๊แกยังไม่ทันปริปากบอกเหตุผลเลย
แค่เห็นคนขับมันบอกเสียงสั่นเครือว่า.."คุณตำรวจครับ
แม่ผมบังคับน่ะครับ ผมขอโทษจริงๆครับ ผมไม่รู้จะทำไง"
(น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเก็บกด)
โดยมีเจ๊แกโผล่ข้ามมาสบตากับคุณตำรวจเท่านั้นแหละ
สิ้นเสียงเจ๊ที่กำลังบอกว่า"ชั้นจอดทำ...แป๊บเดียว"
"คุณรู้ไหมว่าชั้น...(ฉอดๆๆๆ)"

คุณตำรวจก็ปล่อยไปเลย ประมาณว่าเจอบ่อยน่ะ
โดยบอกปรามๆแค่ว่า"วันหลังอย่าทำอีกนะครับ"
ก็นะ เถียงไปก็ไม่ชนะ เธอจะเอาของเธองั้นน่ะ
สู้เก็บพลังชีวิตเอาไว้ใช้กับงานของตัวเองต่อไป
ยังจะดีเสียกว่ามาเถียงกับผู้หญิงที่บางคนเรียกว่า"แม่"


เราถึงถามตาลุงนั่นไง ว่ามึงมีแม่ไหม?
(แถมดูท่าแกจะเก็ตซะด้วยนะ)
จะด่าจะว่าใครน่ะ ดูซะหน่อย อย่ามามั่วหลอกด่าเด็กสบายปาก
เราไม่ได้อยากจะจอดแถวนั้นซักนิดเลย เสนียดรถเราเปล่าๆ
แน่จริงมึงด่าคนต้นเหตุสิคะ กล้าไหม?



ไม่จบค่ะ ชายแก่คนนั้นหลังจากที่ด่าว่าเราสารพัด
ด้วยคำพูดของ"ผู้หลักผู้ใหญ่"ที่มักชอบข่มเหง
ผู้หญิงหน้าเด็กๆอย่างเรา นึกว่าเรากลัว นึกว่าเราหงอ
แต่เค้าคงเข้าใจอะไรผิดกระมังคะ

มึงด่าผิดคนแล้ว

ด้วยผู้อ่านบล็อกคงไม่เคยเห็นตัวจริงของเรา
อันใบหน้าอันแสนอ่อนระยำของเรานี้
เฉพาะปีที่แล้วคนจะทักว่าเราน่าจะมีอายุ 25
(ซีเรียสนะ ไม่ได้ปล่อยมุก)

ใบหน้าอ่อนระยำของเรานี่แหละ
ที่ดึงดูดพวกไอ้เหี้ยแก่..บ้าโชว์พาว
มาตายกับเราเสียหลายศพ

ด้วยมันเห็นเหตุการณ์ขณะที่เราไปเรียกแม่ที่ร้านที่นอน
แน่แท้แล้วว่ามันต้องรู้ค่ะ..แม่เราตะหากที่มาซื้อของ
ส่วนเราเฝ้ารถอยู่
ฉะนั้นไม่ใช่เจตนาของเราแน่ๆที่ทำให้มันเดือดร้อน(ในวันนี้)

เมื่อเราสวนออกไปด้วยระดับ 105 เดซิเบล
ความเร็ว 4 มัคส่งผ่านพลังคลื่นเต่าที่ 6 จีฟอร์ซ
มันถึงกับผงะ.. และเท่าที่เราเห็นในแววตาของมันนั้น
วัยวุฒิของมันร่วม 70 ปี
ที่สะสมบารมีแห่งปมด้อยและความเก็บกดปริศนาในชีวิตของมัน
ได้พังถลายกลายเป็นขี้ดินลงสายน้ำในท่อโสโครกข้างๆนั่นแหละ

มันเข้าใจทันทีว่า..คนที่เห็นแก่ตัวคือแม่เรา
เราไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลยอย่างที่มันคิดแหละ
แต่สิ่งที่มันคาดไม่ถึงคือ
เราเคลียร์อย่างชัดเจนที่ประโยคเดียว"คุณมีแม่หรือเปล่า?"

รีบกลบความอึ้ง..
มันรีบเฉไฉด่าเรื่องอื่น วกไปวนมาทันที
เพราะไม่งั้นเสียฟอร์มค่ะ อาวุโส(กัง)ขนาดนี้
จะมาเสียหมาให้เด็กผู้หญิงขับรถสีขาว
กระจกใสๆอายุ 25 (ตามที่มันเข้าใจ)
ต่อหน้าธารกำนัลได้อย่างไร

ก็แหม เล่นโชว์พาวกลางกลุ่มคนหน้าบ้านตัวเอง
คงจะโชว์ทุกวันจนคนเค้านับถือ..ว่าเจ๋ง ด่าเก่งจริงๆ
ข่มเด็กได้ คนแก่แล้วเด็กจะมาหือได้ยังไง ฮ่าๆๆๆๆ

มึงรู้จักกูน้อยไป


สวนไป แลกหมัดเหมือนคนจีนตีปิงปองน่ะ
แต่มันส่งลูกโยกหมูๆ มาให้ซะโด่ง
จะเหลืออะไร
ก็เจอเราตบกู้ด(good)โฟร์แฮนด์กลับไปซะฉาดๆๆ
ลงขอบโต๊ะที่ 4 มัก 6แรงจีอีกทีละกันนะมั่วไปเรื่อย
ทุกดอกที่สวนไป ลดความมั่นใจมันลงไปทุกขณะๆ

มึงรู้มั๊ย พ่อกูด่ากูได้เจ็บกว่ามึงหลายร้อยเท่า
แถมกูโดนมาแล้วกว่าสามสิบปี แค่นี้กระจอกหลาย..

เราไม่ได้โกรธแค้นอะไรคนแก่นะคะ
ขนาดเค้าด่าพ่อล่อแม่เรา ด่าเราเหมือนหมูเหมือนหมาขนาดนี้
เรายังอุตส่าห์เข้าใจเค้า.. ว่าอยู่บ้านรูหนูแบบนี้
กลางเมืองแบบนี้ เครียดแน่นอนค่ะ
ก็จะไม่เข้าใจได้อย่างไร
บ้านเก่าเรามันอยู่ห่างจากจุดนี้ไปไม่กี่ร้อยเมตร..

แล้วเรามีเจอปัญหาอย่างลุงเหียกคนนี้มั๊ย..เจอค่ะ
เจอมา20กว่าปีแล้ว(อยู่มา30ปี แต่ 10 ปีแรกยังไม่แออัดค่ะ)

แล้วเราเครียดอย่างลุงเหียกคนนี้มั๊ย..เครียดสิคะ

แล้วเราทำยังไง..เราย้ายบ้านมาอยู่ชานเมืองค่ะ
โดยที่ไม่เคยก่นด่าว่าใครที่มาอยู่ทีหลังเรา
มาทำให้เราเดือดร้อน.. ไม่เคยค่ะ

เราก็ไม่ชอบที่อยู่คับแคบแบบนี้
แต่มันเป็นปัญหาของเรา ก็แก้ที่ตัวเรา
ไม่ใช่เอาไปโยนใส่และระบายลงที่คนอื่น
โทษคนอื่น ด่าว่าคนอื่นแบบนี้

โดยเฉพาะกรณีลุงคนนี้มันแฝงการกดขี่ทางเพศ 
และการข่มเหงกันทางวัยวุฒิชัดๆเลยค่ะ เรารับไม่ได้ 
นึกถึงพวกอาจารย์ที่มันบ้าโชว์พาวข่มเด็กนักเรียนสิคะ
มีเป็นกุรุดเลย สอยมาหลายรายแล้วตั้งแต่ม.ต้นแน่ะ
ถ้าชอบเรื่องแบบนี้ ไว้จะมาเล่าให้ฟังอีก เหอเหอ


เป็นผู้ใหญ่ประสาอะไรคะ เกิดก่อนเราตั้ง 40 ปี
ตอนลุงเหียกนี่อายุเท่าเรา เรายังไม่เกิดเล้ย
ทำไมต้องให้เด็กมาสั่งสอนด้วย ด่าก็สู้เราไม่ได้
โดนเราสวนไปแต่ละดอกจังๆ เหรียญทองโอลิมปิค
ขณะที่ลุงแกปล่อยหมัดเก่าๆมา(กูรู้แระว่ามึงต้องมามุกนี้)
หลบทุกหมัด ชกเราไม่โดน.. ควายมั๊ย

น็อคแล้วต้องเข้าไปซ้ำ เราพูดนิ่งๆ

"อายุก็มากแล้วนะทำแบบนี้ได้อย่างไร"

"ระวังให้ดีเถอะ" 

เขาเถียงเราว่ามันไม่เกี่ยวกับเรื่องอายุหรอก
รีบออกตัวเลยนะ.. เห็นหรอกค่ะว่าก่อนด่าเรา
เขาด่าเด็กคนงานร้านที่นอนซะสาดเสียเทเสีย
ด่าน้องเค้าเป็นหมาเป็นแมวเลย อย่างกับเค้าไม่ใช่คน
หรืออยู่ในอาณัติของลุงคนเดียวจะโขกจะสับยังไงก็ได้
ทั้งๆที่ร้านที่นอนก็ไม่ใช่ของลุง

เด็กหนุ่มเขามาทำงานที่กรุงเทพ
เขามีพ่อมีแม่อยู่ทางภาคอีสาน
เขามีศักดิ์ศรี มีเกียรติไม่ต่างจากลุงหรอก
ที่นาบ้านเค้ากว้างขวางกว่าบ้านรูหนูของลุงหลายร้อยเท่า
กี่สิบกี่ร้อยไร่ไม่รู้ เอาเป็นว่าสามารถจอดรถ
รุ่นที่ลุงขับได้แนวราบ2-3ล็อตสายการผลิต
จากโรงงานเชียวค่ะอีดอก


"ระวังให้ดี" ใช่ว่าเราจะไปกระทืบลุงให้เสียสุขภาพ
แต่เราเตือนว่าลุงแก่จะลงโลงอยู่นี่แล้ว
ถ้ายังไม่ฝึกบริหารจิตให้เป็นกุศล
ท่าทางลมหายใจเฮือกสุดท้าย ลุงจะไม่ตายดี
อาจทุรนทุราย ว่าตัวเองยังไม่ได้สะสมบุญไว้มากพอ
ตรีฑูตมาเยือนแล้ว 
คงได้ลงนรกขุมที่เทถ่านร้อนยัดปากเป็นแน่แท้
(ใครเคยลง..บอกทีว่าขุมที่เท่าไหร่)

ว่าแล้วก็ตอกตะปูปิดฝาโลงให้ลุงเค้าซะ
แถมยังตักดินขึ้นมากลบหน้าให้ลุงด้วย
สะใจหลาย....


ลุงเอ๊ยเคยทำกับใครมาแล้วบ้างล่ะ
วันนี้มาทำกับเด็กอายุ25(แต่เปลือก)
ลุงคงงุนงงมาก
ว่าทำไมอีเด็กนี่สวนลุงได้หมดจด
ยิ่งกว่าตอนล้างพิษทางตูดด้วยกาแฟ?


เราเพิ่งมีลูกนะคะ อย่าริด่าแม่ลูกอ่อน

พลังแห่งสัญชาตญาณความเป็นแม่
ที่มีโอกาสได้ปกป้องลูกตัวน้อยๆมาถึง 4 เดือนแล้ว
วันนี้ เรามั่นใจในคุณค่าความเป็นมนุษย์ของตัวเองขั้นเทพ

เรามีหน้าที่รับผิดชอบ
และโพรเทค(คุ้มกัน)ชีวิตใครสักคนได้เนี่ย
ฉะนั้น เราแน่มาก..เข้าใจมั๊ยคะ
ใครจะมาข่มเราคงยากแล้วล่ะค่ะ

อายเค้ามั๊ยคะลุง ด่าไม่ดูตาม้าตาเรือ
....

ปิดท้ายด้วยคุณนายจันเป็งเดินฉุยฉายมาที่รถ
ช้อปเสร็จแล้ว.. อีลุงเหียกนี่เห็นแม่เรามันทำไงเชื่อมั๊ยคะ

มันพูดว่า"ที่นี่ไม่ใช่ที่จอดรถร้านที่นอนนะคร๊าบ"
ด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนิ่ม อ่อนระทวย เชียวค่ะ
สัตนรก กะแล้วไม่ผิดเลย
เห็นไหมคะ ชัดๆ จะๆ ว่ามันไม่กล้าด่าผู้ใหญ่

ไม่ทราบว่ากลัวเค้ามี"เครื่องราด*"ชั้นสูงกว่ามึงอยู่ที่บ้านหรือไงคะ
*ตั้งใจสะกดแบบนี้นะคะ

ผู้ใหญ่แบบนี้ ไม่ต้องเอาไว้ในสังคมหรอกค่ะ
เก็บมันเสียให้หมด
....

ขับรถออกมาแล้ว...
เด็กที่ร้านเดินมา ก้มหัวขอโทษขอโพยเรางกๆๆ
น่าสงสาร
คงโดนไอ้เหี้ยนั่นด่าทุกวันเช้าเย็นจนหงอขนาดนี้

"เด็กเขาคงเห็นแล้ว ว่าเราเหนือกว่า
ด่าชนะมัน เขาคงกลัวเราไปด้วยไม่น้อย.."

เราเลยบอกเค้าว่า ไม่เป็นไรค่า ยิ้มให้ด้วยไมตรีจิต..
สบตาเค้า..แล้วบอกเป็นนัยๆว่า จัดการให้แล้วนะ

"เก็บมัน"

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คุณแววน่ากลัววววว

#1 By เจ้าชายน้อย on 2009-02-19 07:53

55555555555555555555555555555555555555555555555555555++++

สุดยอดคร๊าคุณแวว เจอแบบนี้เรามักจะด่าไม่ทัน แล้วเก็บมาเจ็บใจทีหลังว่าทำไมกรูไม่ตอบโต้มันวะ ....เก็บมามากก็เก็บกดเองอีกค่ะ ไม่ไหว ๆ วันหลังต้องขอเีรียนวิชาจากคุงแม่แววมั่งแว้ว

จะรอฟังประวัติการสอยอันโชกโชนลำดับก่อนหน้าในโอกาสถัดไปนะคะ

#2 By b613 ดาวถัดมา on 2009-02-19 09:01

บางคนแก่แล้วแก่เลย โกรธได้แต่ไม่ใช่ระบายอารมณ์แทนที่อายุมากๆ จะเย็นๆ เป็นที่พึ่งอยู่ให้คนเคารพ

#3 By wesong on 2009-02-19 09:10

วันหลังขอยืมตัว ไปด่าลูกค้าผมหน่อยได้มั้ยครับ

#4 By Brawatcher on 2009-02-19 17:34

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด ปรบมือให้คุณแววชนะเลิศค่ะ!!!!!
บางคนนี่ก็แก่แต่ตัวจริงๆค่ะ แก่แล้วเกรียนเนี่ยแย่กว่าเด็กเกรียนอีกเนอะ
นับวันยิ่งมีคนแก่เกรียนมากขึ้นไม่รู้ทำไม คนบางคนมันก็โตแต่ตัวค่ะ

#5 By gallantfoal on 2009-02-19 20:53

คุณบราฯ(#4)
ทาบทาม(งานเข้า)อีกแล้ว..big smile

ทำเล่นไป.. เคยมีคนเรียกตัวไปช่วย
(จากการแนะนำของอีกคนอีกที sad smile)
ประมาณว่า"เฮ๊ยๆ เรียกพี่แววไปด่ามันเลยๆ"
น้องมันก็เออว่ะ มาตามเรา55

เราก็ไปจริงๆนะ แต่ยังไม่ด่าหรอก
ไปถึงก็พูดดีๆก่อน แต่แบบ..
คงพูดยิงตรงเข้าประเด็นเลยน่ะ
งานนั้น..อ้าปากก็แทบควักเงินจ่ายแล้ว
ไม่รู้ทำไม(เห็นรัศมีอะไรในตัวเราเหรอ?)

สรุปคือ มิชชั่นคอมพลีท..!
ลูกหนี้คืนเงินให้น้องเค้าทันที
ครบทุกบาท ทุกสตางค์เลยค่ะ wink sad smile
สุดยอด open-mounthed smile

#7 By b613 ดาวถัดมา on 2009-02-20 03:41

ไม่ได้มาอ่านนาน...

คุณพี่เหนื่อยไปเลยนะครับ

เรื่องชีวิต ตึกแถวมันหน้าเศร้าจริงๆแหละครับ

แต่ ต้องอยู่กันด้วย ความรอมชอมถึงจะดีีที่สุด

#8 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2009-03-06 18:43

บางทีคนก็ทำอะไรเป็นนิสัย ด่าเค้าไปทั่วกร่าง เป็นมี่คงสวนกลับเหมือนกันแต่คงสวนดีๆค่ะ เพราะอย่างน้อยเราก็มีส่วนผิดอยู่เหมือนกัน อย่าไปเอามาคิดมากเลยนะคะ คนพวกนี้คงเก่งแต่ปาก

#9 By aMy on 2009-03-09 07:06

อู๊วแรง !!

แต่แอบสะจายยยย

#10 By hungryangry on 2009-03-09 18:30

ให้น้องจู๊ดเป็นกรรมการตัดสิน เป๊ง ยกที่ 1
เตรียมอัพเลยดีก่า sad smile

#11 By b613 ดาวถัดมา on 2009-03-13 17:04

ไม่รู้จะเมาท์อะไรลงบล็อก ก็ถ่ายรูปน้องจู๊ดมาอวดกันบ้างก็ได้นะคะ อิอิ confused smile (หลอกล่อให้อัพบล็อกสุดริด)

#12 By b613 ดาวถัดมา on 2009-03-13 17:05

ฮึ้ยยยย เพิ่งได้มาอ่านตรงสีเขียว ๆ
อ่านแล้วทำให้เข้าใจคำว่า "คุณมีแม่หรือเปล่า" มากขึ้น

ฮ่า ฮ่า ฉันเข้าใจคุณแววเลยค่ะ
บางทีการที่เราจะมีโอกาสได้มาเกิดเป็นลูกของพ่อแม่แบบไหน ฉันแอบเชื่อว่ามันเป็นบททดสอบชีวิตของเรา(ภาคศาสนาอาจเรียกว่าเป็นกรรมที่เคยทำีมา) ฉันก็มีพ่อที่ตัวเองไม่รักเอามาก ๆ ไม่รู้สึกซึ้งกับคำว่าพ่อเลย อยู่ใกล้ ๆ ต้องได้มีปากเสียงกันบ่อย ๆ แต่พอห่างออกมาก็รู้สึกผิดที่ทำแบบนั้นกับผู้มีพระคุณ

อย่างไรก็ตาม ฉันว่าคุณแววทำถูกแล้วที่(ต้อง)ตามใจแม่ ถึงแม้จะเป็นภาคบังคับ แต่ทำแบบนี้ อย่างน้อยทำให้คุณแม่มีความสุขเอนจอยไลฟ์กับการมีลูกดี ๆ คอยรับใช้อยู่ใกล้ ๆ 55555

#13 By b613 ดาวถัดมา on 2009-03-20 12:36

ฮ่าๆ ม่ะได้แวะเข้ามาอ่าน
อ่านแล้วขำกลิ้งเลย ไอ้ลุงแบบนี้มันต้องเจอคนแบบเจ๊จริงๆ 55555+

ของเจ๊แร๊งง ม่ะกล้ายุ่งด้วยแน่นอนแบบนี้
แสดงว่าผลตรวจออกมาดีซิคับเนี่ย?
เห็นไม่บ่นถึงเลย
ขอให้สุขภาพแข็งแรงเยอะๆ คุณลูกโตไวๆนะค้าบบ
มีเวอร์ชันรีมิกซ์ด้วย confused smile

#15 By manop on 2009-03-21 07:58