มาฟังพระเทศน์กัน

posted on 15 Jul 2008 16:43 by chalita  in pan-din-t-rak


ขอคั่นรายการด้วย copy กระทู้ในเวบที่ไปอ่าน
มา  paste ลงบล็อกเพื่อเป็นการเผยแพร่นะคะ
ระหว่างที่คิดเอนทรีใหม่.. ไปพบเข้า อ่านแล้ว..
สบายใจ หายเหนื่อย พระท่านออกมาช่วยเรา
พูดอีกแรง ดีใจมาก +เลื่อมใสท่านมานานแล้ว
เอามาวางซะ..ทั้งดุ้น เป็นครั้งแรกที่ทำแบบนี้นะ อุอุ


กระทู้จากหน้านี้ค่ะ
http://forum.serithai.net/index.php?topic=29674.msg320083;topicseen#msg320083

 

ท่าน ว.วชิรเมธี ชี้ความเป็นกลาง=ความเป็นก้าง
ถ่วงความเจริญ..สังคมไทยเพ้อเจ้อก้าง  (อ่าน 220 ครั้ง)
oho
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


ดูรายละเอียด อีเมล์ ข้อความส่วนตัว (ออฟไลน์)
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 18:12 »


ว.วชิรเมธี (ภาพจาก www.tamdee.net)


ท่าน ว.วชิรเมธี ชี้ทางสว่าง ระบุในทางพุทธ ความเป็นกลางทางการเมืองคือ การยืนอยู่ข้างธรรมะและความถูกต้อง มิใช่การอยู่เฉยๆ อย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ เพราะการอยู่เฉยๆ นั้นจะนำประเทศไทยไปสู่หายนะ สงสัยระบบการศึกษายิ่งสอนยิ่งทำให้คน “เชื่อง” ส่วนพระสงฆ์ควรเป็นต้นแบบของการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง โดยต้อง ‘ถ่ายทอดธรรม’ ให้กับนักการเมือง แต่ไม่เล่นการเมือง

       
       นิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 11 กรกฎาคม 2551 หน้าที่ 54 ในคอลัมน์ธรรมาภิวัฒน์ ว.วชิรเมธี หรือ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ได้เขียนบทความเรื่อง “ความเป็นกลาง = ความเป็นก้าง” อธิบาย เหตุผลในการวิจารณ์ทางการเมืองของท่านที่ส่งผลเสียต่อรัฐบาล
       
       ทั้งนี้ ท่าน ว.วชิรเมธี อธิบายว่า ท่านไม่เห็นด้วยกับทัศนะของคนไทยส่วนใหญ่ที่ระบุว่า พระต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองด้วยการไม่พูดถึงการเมือง ไม่เล่นการเมือง และควรจะปล่อยวางเรื่องทางโลก มุ่งดับกิเลศอย่างเดียว โดยให้เหตุผลว่า “ในทางพุทธศาสนา ความเป็นกลาง ก็คือ ความเป็นธรรม ธรรมะคือความถูกต้อง ... ดังนั้น ภาวะที่เป็นกลาง การวางตัวเป็นกลาง ก็คือ การวางตนอยู่กับธรรมและธรรมอยู่กับใคร เราก็ควรจะสังกัดอยู่ในฝ่ายนั้น การเป็นกลางจึงไม่ได้หมายถึงการไม่เลือกฝ่าย
       

       นอกจากนี้ ว.วชิรเมธี ยังกล่าวด้วยว่า “ความเป็นกลาง” ที่คนส่วนใหญ่ รวมถึง นักวิชาการ สื่อมวชนอ้างถึงนั้นเกิดจากความไม่รู้ “การอยู่เฉยๆ ไม่เรียกว่า การวางตนเป็นกลาง แต่ควรเรียกว่า วางตนเป็น ‘ก้าง’ คือ คอยขวางไม่ให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นในสังคม ... น่าเป็นห่วงมากที่ในสังคมไทยของเราคิดกันตื้นๆ ว่า การวางตนเป็นกลาง คือ การอยู่เฉยๆ และก็คนกลุ่มใหญ่พยายามขยายแนวคิดนี้ออกไปจนทำท่าจะเห็นดีเห็นงามกันทั้งประเทศ”
       

       “ระบบการศึกษาของคนไทยนี้มันผิดปกติตรงไหนหรือเปล่าที่เมื่อศึกษากันไปๆ ทำไมคนไทยถึงได้ ‘เชื่อง’ มากขึ้นทุกที มหาวิทยาลัย , สื่อมวลชน, วัฒนธรรม ที่ทำให้คนมีความแกล้วกล้าอาจหาญในการที่จะเผชิญกับความอยุติธรรม, ความเลวร้าย, ความฟอนเฟะ, ความสามานย์ของชนชั้นนำ หรือ ของคนทั่วไป ซึ่งเต็มไปด้วยเล่ห์เพทุบายกลายเป็นจิ้งจอกของสังคม หายไปไหนกันหมด”
       
       “บ้านเมืองที่มากไปด้วยคนที่วางตัวเป็นกลางด้วยการอยู่เฉยๆ นั้น ไม่ต่างอะไรกับการเปิดทางให้ประเทศเดินเข้าสู่ความหายนะอย่างถาวรด้วยความยินดี ความสงบสุขที่ปราศจากปัญญานั้น เป็นความสงบสุขของป่าช้ามากกว่าของอารยชน ความนิ่งที่เกิดจากพื้นฐาน คือ ความกลัวนั้นไม่ต่างอะไรกับความนิ่งของสิงโตหินตามวัด”
       

       ขณะเดียวกันบทความชิ้นดังกล่าวยังอ้างอิงถึงสมัยพุทธกาลด้วยว่า พระพุทธเจ้าทรงเป็นนักประชาธิปไตย นักสิทธิมนุษยชน โดยหักล้างคำสอนเรื่องพระพรหม เรื่องระบบวรรณะ นอกจากนี้พระพุทธเจ้ายังทรงแสดงธรรมที่เกี่ยวข้องกับการเมืองเอาไว้มากมาย ทรงห้ามทัพ ทรงเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับสงครามระหว่างรัฐต่างๆ รวมถึงเสนอระบบเศรษฐกิจแบบ “ทางสายกลาง” ที่เน้นการบริโภคเพื่อความอยู่รอดมากกว่าการบริโภคเพื่อความมั่งคั่งอย่างไม่รู้จบด้วย

       
       ดังนั้นคำกล่าวที่ว่าพระสงฆ์ไม่ควรจะยุ่งเกี่ยวกับการเมืองโดยสิ้นเชิงนั้น ว.วชิรเมธี จึงเห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะในความเป็นจริงแล้ว ตามคำสอนของพุทธศาสนา พระสงฆ์ควร ‘ถ่ายทอดธรรม’ ให้กับนักการเมืองได้ แต่เล่นการเมืองไม่ได้และควรเป็นต้นแบบในการวางตนเป็นกลาง ด้วยการเลือกยืนอยู่ข้างธรรมะ ธรรมะอยู่ที่ไหน พระก็ควรอยู่ที่นั่น

 ---------------------------------------------------------

ถ้าเห็นด้วยก็ช่วยๆกันบอกต่อแนวคิดนี้เถิด..โยม


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ถูกต้องที่สุดดดดด

big smile

#1 By Backpack Girl on 2008-07-15 18:30

เป็นกลาง = เป็นก้าง
จริงด้วยแฮะ ล้ำลึกค่ะ ล้ำลึก

#2 By Sirius on 2008-07-15 19:07

อยู่เฉยๆงอมืองอเท้า จะเป็็นกากมากกว่าก้างนะครับ... cry
เห็นด้วยๆๆๆ
คนที่ไม่ทำอะไร...ไม่ได้แปลว่าเป็นกลาง
เป็นคนหนีปัญหามากกว่า

#4 By wesong on 2008-07-15 21:48

บางครั้งผมเองก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวถ่วงเหมือนกัน
ตกลงผมต้องออกไปเข้าร่วมประท้วงกับเขาสินะ open-mounthed smile

#5 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-07-15 22:30

ก็เห็นด้วยว่าพระสงฆ์(และเรา ๆ)ควรวางตัวเป็นกลางคืออยู่ฝ่ายธรรมะ ธรรมะอยู่กับใครก็อยู่กับฝ่ายนั้น แต่ว่า...ยังมองไม่เห็นว่าธรรมะอยู่ฝ่ายใครเลยอ่ะสิคะ เลยเลือกข้างไม่ถูก

#6 By DreamCatcher on 2008-07-15 22:49

อืม ทั้งเห็นด้วยและเห็นต่างนะ

เห็นด้วยเกือบหมด ติดนิดเดียว ข้างไหนคือธรรมะ?sad smile

ผมเชื่อว่าการที่จะตัดสินได้ ว่า นโยบายหนึ่งๆ ดีหรือเลว มันต้องอาศัย ภูมิหลัง ทั้งทฤษฏี วิชาการ ไม่น้อย โดยเฉพาะถ้านโยบายนั้นๆ คลุมเครือ หรือโดนบดบังด้วยความเชื่อแบบเด่นชัด

ทีนี้ คนทั่วไปกลุ่มใหญ่ๆจะเดินตามพระ มีอะไรที่ผมจะเชื่อได้ว่า พระตัดสินถูก? พระมีสถานะเป็นตัวเร่งทางสังคมตัวหนึ่งอยู่แล้ว ถ้าตัวเร่้งอยู่ผิดที่สถานการณ์มันอาจจะเลวร้ายขึ้น

แล้วถ้าพระสององค์มีความเห็นไม่ตรงกัน เกี่ยวกับรัฐบาล แล้วเลือกข้างล่ะ? มันจะวายป่วงหนักขึ้นหรือเปล่า?

sad smile sad smile

#7 By house on 2008-07-16 11:27

คนสมัยนี้ ผิดถูกแยกแยะไม่เป็นกันแล้วเหรอ...เฮ้อangry smile

ดี/ชั่ว.. แค่นี้เองนะ
แยกไม่ออก? ว่าอะไรดี..อะไรชั่ว..
ถึงกับบอกไม่รู้จะเลือกข้างไหน..

เฮ้ออออออๆๆๆๆๆ

#8 By เจ้าของบล็อก (58.9.149.22) on 2008-07-16 14:41

ูู^^

คนที่ ไม่ คิด.. ก็ไม่ควรมีหัวไว้คิดใช่ไหมครับ

การเลิอกต่างไม่ได้แปลว่าผิดเสมอ หรือว่าต้องถูกทุกครั้งสินะ ครับ

#9 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-07-17 10:37

การนิ่งเฉยใช่ว่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกเรื่อง



อ่านเรื่องนี้แล้ว..นึกถึงคนคนหนึ่ง..
ในชีวิตของเธอไม่เคยลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครคนใด ด้วยเหตุผลว่า "ไม่มีคนไหนที่ดีพอ"

อิฉันคัดค้านความคิดของเธอด้วยเหตุผลว่า..
หนึ่งเสียงที่เงียบเฉยไว้ก็มีความสำคัญพอที่จะเปลี่ยนแปลงหรือสร้างความสมดุลให้กับอำนาจฝ่ายบริหาร
เมื่อไม่มีคนไหนที่ 'ดีพอ' ก็ไม่ควรจะปล่อยให้ไอ้พวก 'ดีไม่พอ' เริงร่านอนตีพุงด้วยเสียงข้างมาก
มิใช่ฤา??
เฮ่อ~
sad smile sad smile



ลป.
อีก ๓ เดือนข้างหน้า จะได้ยลโฉมสมาชิกใหม่แล้ว!!

#10 By |:| ShaKo |:| on 2008-07-18 17:36

ระบบการศึกษาไทย ยิ่งเรียนยิ่งเชื่องกันไปทุกที sad smile
กรอบบ้านเราเยอะมากไปหน่อยค่ะ หลุดกรอบกันไปมากๆ
ก็เหมือนเป็นตัวประหลาดๆ ในหมู่ชนกันไปซะงั้น


รักษาสุขภาพนะคะ

#11 By moodee on 2008-07-18 23:51

มาแปลกแนววัดแนววา sad smile

ว่าแต่น่าจะชวนพระท่านมาเทศน์ใน exteen นะเนี่ย (บาปไหม sad smile )

#12 By manop on 2008-07-20 19:18

เปี๊ยะเลย..
น่าจะอ่านกันเยอะๆ ..

Hot! big smile

#13 By MomMom on 2008-08-04 17:34

ข้างไหนคือธรรมะ

อย่ารอให้ใครชี้นำ

ติดตามข่าวสารและความเป็นไป

และเราจะรู้เจตนา

ข่าวลือฟังให้น้อยที่สุดจะดี...ครับbig smile

#14 By อากุง on 2008-08-05 08:38

แง่คิดเตือนสติดีๆที่หลายๆคนควรอ่านHot!

#15 By nonworld on 2008-08-15 13:46

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ

#16 By mzither(look chin pla) on 2008-08-21 20:28

เห็นด้วยเลยค่ะ

การวางตัวเป็นกลางโดยการอยู่เฉยๆ นั้นเป็นก้าง

บทความนี้น่าจะมีคนมาอ่านเยอะๆ นะ

จะได้แง่คิดเตือนสติดีๆ กลับไปด้วยอ่ะ

Hot!

#17 By [fujirain] on 2008-08-31 13:36

หุหุ รู้สึกเหมือนพระท่านมาพูดอยู่ตรงหน้าหนูเองยังไงไม่รู้แฮะ
..เต็มๆ
แต่สำหรับหนูนะคะ ถ้าการอยู่เฉยๆ ของหนูจะสามารถยุติความขัดแย้งได้ (หนูไม่ได้หมายความว่าใครจำเป็นต้องอยู่เฉยๆ เหมือนหนูนะคะ) หนูขออยู่เฉยๆ ดีกว่า

สำหรับหนู.. การอยู่เฉยๆ บางครั้งไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ไม่ทำอะไร และไม่มีความคืดเห็นใดๆ นะคะ

จาก เด็กม.ธรรมศาสตร์

#18 By \/ /\ N ∑ Z Z /\ on 2008-09-05 23:50