มุกทำกำไรกินขาดของโรงหนัง
posted on 12 Jun 2008 12:31 by chalita in tellingวันนี้มาเล่าเรื่องการไปโรงหนังเมื่อวันก่อนให้ฟังจ่ะ
ที่อยากเล่าก็เพราะ..ไม่ได้เข้าโรงหนังมานานค่อนปี
จนจำเรื่องสุดท้ายที่ไปดูไม่ได้แร้ว
ปรากฏว่าเสี่ยวรับประทานกันไปเลย.. ในเรื่องของ
"สงวนสิทธิ์การนำอาหารจากภายนอกเข้าโรง"

คือว่าเรื่องของเรื่อง เราได้ลงทุน(แรง)เดินไปซื้อ popcorn ที่สวนสนุก
บริเวณใกล้ๆกับโรงหนังค่ะ ด้วยแรงจูงใจที่มันมีหน่วยบริโภคที่น้อยเลย
ทำให้ซื้อได้ในราคาประหยัด.. ซึ่งอีกใจก็ทราบดีอยู่ว่ามันอาจดูไม่งาม
นัก แต่ในเมื่อที่ผ่านมาไปดูหนังที่ไหนๆเขาก็มักจะอ้างเกณฑ์มาตรฐาน
ของกลิ่นอาหารอื่นๆจากภายนอก ที่อาจเข้ามารบกวนคนดูอื่นๆในโรง...
เห็นอ้างอย่างนี้มาตลอดกว่า 10 ปีแล้ว..
เราเลยจัดการหาทางออกให้ทั้งเขาและเรา ด้วยการนำอาหารรูปแบบเดียว
กับที่เค้ามีขายเข้าไป.. ฉะนั้นเรื่องกลิ่นจึงไม่ใช่ปัญหา พบกันครึ่งทางแบบ
นี้น่าจะแฮปปี้ทั้งสองฝ่ายชิเมะคะ?
ที่ไหนได้.. ตอนนี้เขาเปลี่ยนข้ออ้างใหม่แล้วอะค่ะ เหอเหอ..

การหันมาใช้คำว่า "สงวนสิทธิ์การนำอาหารจากภายนอกเข้าโรง" นั้น
เป็น copy(คำพูด)ที่ดี...มวาก สามารถชี้ขาดได้เลยว่าเราต้องซื้อแต่ขนม
ของเขาเท่านั้นค่ะ ใจนึงก็ชื่นชมแต่อีกใจก็คิดว่าแหม..สิบกว่าปีผ่านไปแล้ว
ทำไมเพิ่งคิดได้คะ ที่ผ่านมาเราก็หลงเข้าใจว่าทางโรงหนังคงแค่ต้องการที่
จะระวังในเรื่องของความสะอาด กับกลิ่นที่รบกวนคนดูอื่นๆจริงๆซะอีก ถึง
ได้ห้ามอาหารอื่นที่ไม่ใช่ป็อบคอร์นและขนมถุงแห้งๆ ที่สามารถซื้อได้จาก
โซนแคนดี้บาร์ของเขา
เพราะเราก็เคยเจอแฮมเบอร์เกอร์..กับฮอทด็อก แล้วแม่งรับไม่ได้จริงๆอะค่ะ
เรางี้..นั่งดูหนังสูดหายใจมีแต่กลิ่นน้ำมันทอดเนื้อ ไส้กรอก+มายองเนสมันๆ..
รู้สึกหงุดหงิดและสกปรกมากเลย ทำให้เสียอารมณ์ดูหนังจริงๆค่ะ แต่ถ้าเป็น
ป็อบคอร์นนี่..ไม่เป็นไร โดยที่เมื่อก่อนเราก็ดูหนังบ่อยๆ (เดือนหนึ่งไม่ต่ำกว่า
4 รอบนะคะ) แต่เรากลับไม่ซื้ออะไรเข้าไปกินเลย ประมาณว่าดูหนังแบบจริง
จังมวาก..ว่างั้น
กระนั้นเลย.. เราก็ยังเก็บป็อบคอร์นที่กล่องสกรีนเป็นยี่ห้อแปลกตาใส่ถุงเอาไว้
อย่างมิดชิดในขณะเดินเข้าโรงแบบไม่ให้ประเจิดประเจ้อ.. แต่คุณผู้ชายตัวดี
ที่ไปด้วยกัน กลับไม่เคยจะคิดใส่ใจอะไรรอบข้างเลย.. ดันแอบเปิดถุงหยิบกิน
เคี้ยวตุ้ยๆระหว่างเดินเข้าไปหน้าตาเฉย(ออ.. เราขอไม่แต่งงานกับผู้ชายแบบนี้
นะคะ//บ่น) ไม่งั้นคงพริ้วไปแล้วค่ะ
เป็นผลทำให้พนักงานเชิญไปฝากอาหารพร้อมกับวรรคทองที่ว่า "ทางโรงหนัง
สงวนสิทธิ์การนำอาหารจากภายนอกเข้าไปนะคับ" เราได้ยินถึงกับอึ้งค่ะ ไม่ได้
เข้าโรงหนังมาครึ่งปี มันเปลี่ยนมุกแล้วเนอะ แถม..ให้ตายเถอะ มารู้เอาวันที่เรา
ครึ้มอยากกินป็อบคอร์นตอนดูหนังเสียด้วย
ก็คือถ้าหนังสนุกๆดูไม่คิดมากนี่มันก็น่ากินแหละค่ะ แต่ถ้าเป็นหนังเครียดๆ
เราคงไม่ซื้อ พอดีว่าหนังที่ไปดูมันคืออินเดียหน้าโจร(ส์) ทราบกันดีว่ามัน
เป็นแอดเวนเจอร์สนุกๆ เว่อร์ๆเรื่องหนึ่ง เลยอยากจะไปนั่งดูขำๆ เพลินๆแค่
กินหนมส่งเสริมความหนุกเล่นๆ..ไม่ได้ไปกินจริงจังหรือดูจริงจังใดๆทั้งสิ้น
...................................

เราซื้อป็อบคอร์นแบบถุงละ15บาทมา2ถุง รสเค็มและหวานรวมเป็นสามสิบบาท
+น้ำอัดลม 1แก้ว 20บาท รวมเป็นห้าสิบบาทเอง..ก็มีป๊อบคอร์นกินแล้ว เทียบกับ
ทางโรงขาย.. คอมโบเซ็ทต่างๆ เห็นผ่านๆเริ่มต้นคงอยู่ที่ 90อัพแล้ว กินกันให้คอ
เจ็บ ต่อมทอลซิลอักเสบไปเลย เพราะปริมาณเยอะกว่าที่เราต้องการมากๆ ซึ่งทั้ง
หมดนี้เราไม่ได้คิดจริงๆ ว่าทางโรงหนังเขาจะงกขนาดจงใจมาเอากำไรจากเรา
ด้วยการบังคับขายเยอะๆและฟันราคาข้าวโพดแบบนี้น่ะค่ะ ก็เลยไปยึดหลักการ
ประหยัด กินแต่พอดีและไม่รบกวนคนดูคนอื่น.. พบกันครึ่งทางแบบนี้(คิดให้แล้ว)
ก็น่าจะลงตัวพอให้กันได้ อุตส่าห์ไม่ทำให้ประเจิดประเจ้อแล้วน๊า
....................................

ยังดีที่พนักงานเค้าสุภาพกับเรามากค่ะ เขาบอกว่าเครื่องดื่ม(แก้วสีเหลืองๆ
สกรีนว่าfood court ของห้างเดอะมอลล์)นำเข้าได้แต่"สงวนสิทธิ์"อาหาร..
เราเลยเอาถุงกระดาษของขนมพายร้านบองชูให้เขาไป.. แล้วก็พูดหน้าตา
เฉยว่า อืมม์..เราไม่คิดว่าเจ้าพายพวกนี้มันจะมีกลิ่นหรอกนะ นอกนั้นก็เป็น
นมกล่อง(จากซูเปอร์มาร์เก็ต-เปิดถุงผ้าให้เขาดู) "เราไปจ่ายตลาดมาน่ะค่ะ
คงไม่เป็นไรใช่ไหม.." พนักงานรับมุกปล่อยเราเข้าไปแล้วยึดพายถุงนั้นไว้
แทน.. อาจเป็นเพราะเจ้าถุงป็อบคอร์นนั่น มันแทบมองไม่เห็นจริงๆน่ะค่ะ
แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย เพราะมันไม่เสียของ ถ้าเราต้องฝากป็อบคอร์นไว้
ข้างนอก ดูหนังจบคงเอาไปทิ้งแน่ๆ แต่ส่วนพายเราซื้อไปกินกับกาแฟตอน
เช้าที่บ้าน ก็เลยรับหน้าที่เป็นตัวประกันแทนไป 55

...........................

ต้องขอบคุณพนักงานคนนั้นที่มีความคิดและเข้าใจเหตุการณ์นะคะ
อยากบอกว่าการให้เกียรติลูกค้า(ที่ดื้อรั้นอย่างมีไหวพริบ)คนหนึ่งก็ทำให้
เราได้รู้กติกาใหม่เป็นครั้งแรกแบบไม่เสียความรู้สึก ซึ่งวันหลังเราก็จะไม่
ทำแบบนี้อีกค่ะ.. เพราะข้ออ้าง(ขอสงวนสิทธิ์)นี้..เป็นที่จบกันไปเลยเถียง
ไม่ได้แล้วจริงๆ แล้ว..เราก็ไม่ได้อยากจะกินป็อบคอร์นมากขนาดนั้น และ
ป็อบคอร์นของเครือ SF ก็ไม่อร่อยขนาดที่เราจะควัก 100บาท ไปแลกมา
ทานหรอกค่ะ(มันเท่าค่าตั๋วดูอีกเรื่องเลยนี่คะ)
สรุปเรื่องป็อบคอร์นนะคะ.. เรายอมรับเงื่อนไขของทางโรงหนัง ว่าคิดข้ออ้าง
ได้ดีจริงๆ(แม้จะคิดช้าไปหน่อย) และเข้าใจแล้วว่าทางโรงหนังต้องการกำไร
จากการขายข้าวโพดเกินควร ทั้งๆที่ใช้ต้นทุนเพียงไม่กี่สตางค์ ซึ่งไม่เป็นไรค่ะ
ยุคนี้เราเองก็ยังอยากประหยัด เขาเองก็ต้องหาทางทำกำไรเพิ่ม.. เข้าใจค่ะ
เพียงแต่ที่เราไม่คิดเรื่องจะไปฟ้องสคบ.หรืออะไรทำนองนั้นก็เพราะ..
เรายังมีทางเลือกอื่นๆอีก คือเราชอบกินป็อบคอร์นของเครือเมเจอร์ค่ะ
เราว่ามันอร่อยดี ฉะนั้น..ถ้าวันใดที่เราอยากดูหนังและกินป็อบคอร์น..
เราจะเดินทางไปดูที่เมเจอร์แทน นั่นเท่ากับ SF เสียลูกค้าไปแล้ว 2-4
ที่นั่ง/รอบ(บางทีเรามีเพื่อนไปกันอีกค่ะ) ซึ่งเราว่าก็แฟร์ดี ในเมื่อคุณ
ทำป็อบคอร์นไม่อร่อย แล้วยังบังคับให้ต้องซื้อแพงๆ เราก็จะไปดูหนัง
ที่อื่นฮ่ะ
ซึ่งการที่พนักงานของ SF ให้เกียรติ(ไว้หน้า)เราในวันนั้น.. ทำให้ทางโรง
หนังยังไม่เสียลูกค้าไป ..เพราะเราก็ถือว่าโรงภาพยนตร์เครือ SF มีโลเคชัน
ที่สะดวกกับการเดินทาง(ด้วยรถเมล์)ของเรา ดังนั้น เราไม่รังเกียจที่จะกลับ
มาชมภาพยนตร์ที่นี่อีก แต่ต้องเป็นวันที่เราไม่อยากกินป็อบปคอร์นเท่านั้นนะ
อย่างไรก็ดี ไหนๆจะสงวนสิทธิ์ลูกค้าแล้ว ลูกค้าอย่างเราก็เลยอยากให้ทาง
โรงภาพยนตร์ SF ทุกสาขา ช่วยสงวนสิทธิการรับประทานเลือดของลูกค้า
จากยุงในโรงของคุณด้วยค่ะ พบกันครึ่งทาง ถ้าเราไม่เอาอาหารจากภายนอก
เข้าไป คุณก็อย่าให้เราต้องทิ้งเลือดของเราไว้ในท้องยุงในโรงของคุณด้วยสิคะ
เพราะเวลายุงมันรับประทานเลือดเรา มันรบกวนลูกค้าอย่างเรานะคะ เราคันค่ะ
รำคาญมากก...

คุยกับจข.บล็อก 

ไอ้แพท..

แต่ถ้าวันไหนประหยัดก็ ถุงกลางราคา 50บาท 2รส กับน้ำเปล่าขวด....
อร่อยก็ไม่อร่อยแถมแพงอีก เลยเลือกที่จะไม่ทานเลย
กลายเป็นว่าไม่ชอบทานอะไรขณะกำลังดูหนังไปเสียแล้ว
#1 By นางสาวความสุข on 2008-06-12 16:11