ไม่อยากให้เสนอข่าวปาหินเลยค่ะ
posted on 01 Dec 2007 20:32 by chalita in 2005-2007, thought
ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี อาชญากรรมก็ต้องเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว
ตามหลักการทางเศรษฐกิจและสังคมอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นจะ
ต้องเป็นข่าวทุกวันเราก็พอที่จะตระหนักได้ .และแม้นักข่าวมัก
จะอ้างว่าการเผยแพร่ข่าวออกไปย่อมเป็นดาบสองคม คือแม้ว่า
ด้านหนึ่งจะเป็นตัวอย่างให้คนทำตาม แต่อีกด้านหนึ่งมันก็คอย
เตือนให้คนระวังตัวเสมอ ก็จริงค่ะ แต่คิดดูดีๆว่าบางกรณี..บาง
ข่าวนั้น ดาบทั้งสองข้างมันคมได้ไม่เท่ากันเอาเสียเลย เช่นสัด
ส่วนระหว่างความปลอดภัยและอันตรายจากการเสนอข่าวอย่าง
คดีปาหินใส่รถ เราเชื่อว่ามันต่างกัน ดังนี้ค่ะ
...
คลิ๊กเพื่ออ่านหลายๆข่าวปาหิน
...
ที่จข.บล็อกเขียนเรื่องนี้เพราะตัวเองก็เป็นผู้ใช้รถยนต์คนหนึ่งที่
คำนึงถึงสวัสดิภาพและความถูกต้องยุติธรรม(นอกเหนือจากกฏ
แห่งกรรม)ของตัวเองและผู้อื่นอยู่เสมอ และแม้จะไม่ทราบหรอก
ว่าถ้าเรายึดมั่นความดีและประกอบแต่กรรมดีแล้วเราจะมีแต่ความ
สงบปลอดภัยในชีวิตหรือเปล่าซึ่งมันยังไม่มีหลักการจะพิสูจน์ได้
ฉะนั้นปลอดภัยไว้ก่อนโดยไตร่ตรองดูบ้าง น่าจะดีกว่า

คลิ๊กไปยังเว็บเจ้าของภาพ
การปาหินสามารถทำได้ง่ายมาก ขอแบ่งมูลเหตุ
ให้กระทำของผู้ก่ออาชญากรรมเป็นสองกรณี คือ
1. หวังในทรัพย์สิน
2. คึกคะนอง
หรือด้วยทั้งสองเหตุผล คือปาใส่รถด้วยความคึกคะนองก่อน แล้ว
ถ้าสบโอกาสก็เข้าไปชิงทรัพย์ได้ หรือไม่ก็ปาเพื่อชิงทรัพย์ แต่ถ้า
ไม่สบโอกาสก็หนีไปก่อน แล้วรอเหยื่อรายใหม่จนกว่าจะชิงทรัพย์
สำเร็จก็ทำได้ทั้งนั้น เพราะการก่ออาชญากรรมแบบนี้ไม่ต้องมีการ
ลงทุนเรื่องอุปกรณ์ และหลักฐานก็เขวี้ยงออกไปแล้ว แถมสถานที่
เกิดเหตุก็เป็นทางรถยนต์สัญจรด้วยทำให้หลบหนีทำเนียนได้ง่าย
เห็นได้ว่า คนก่ออาชญากรรมแทบไม่มีความเสี่ยงที่จะถูกจับตัวมา
ดำเนินคดีเลย ฉะนั้นก็ไม่มีเหตุผลอันใดแล้วที่คน(อยากทำ)จะไม่
ลงมือทำ กล่าวคือถ้านึกจะทำก็ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องลังเล ดูข่าว
ไปแล้วก็เห็นช่องทางทำได้ คึกคะนองก็ลองสักทีไม่คิดอะไรหรอก
แล้วคนที่อยู่ในกลุ่มเหยื่อล่ะ? รู้แล้วระวังตัวได้หรือ? อย่างดีก็แค่
สยองกรุงแล้วเปลี่ยนวิถีชีวิตได้ไหม? หาคนนั่งรถไปเป็นเพื่อนทุก
ครั้งตลอดเวลาได้ไหม? หรือจะย้ายบ้านไปอยู่ซอยที่เปลี่ยวน้อยๆ
กว่านี้ได้หรือเปล่า? หาผัวเป็นตำรวจ?หรือเลี่ยงการใช้ทางลัดโดย
หาถนนใหญ่ๆขับอ้อมทุกวันทั้งขาไป-กลับจากที่ทำงานได้รึเปล่า?
เปลี่ยนมานั่งรถประจำทางแล้วโดนจี้บนสะพานลอยแทนดีกว่าไหม
หรือจะเอารถไปใส่กระจกกันกระสุนมันจะลงทุนมากไปหน่อยรึเปล่า
เอาเป็นว่าเชื่อเรื่องเวรกรรมและสวดมนต์เพื่อพ่อแล้วหวังไปวันๆว่า
วันนี้กูจะได้กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยก็แล้วกัน
ดูข่าวแล้วจะให้ระวังยังไงล่ะค๊า คนมันต้องใช้รถ ยังไงเขาก็ใช้อยู่ดี
จข.บล็อกรู้จักพี่ชายคนหนึ่งที่น้องสาวโดนปาขวดแก้วใส่กระจกรถ
เมื่อ10ปีก่อน แม้ไม่ใช่เหตุการณ์ในช่วงนี้ แต่เมื่อสิบปีที่แล้วไทยเรา
ก็กำลังเจอกับวิกฤติเศรษฐกิจระลอกที่แล้วเหมือนกัน โดยพี่ผู้หญิง
คนนี้นั่งด้านข้างคนขับ และโดนเศษกระจกจำนวนมากพุ่งเข้ากรีดที่
ใบหน้าเต็มๆหลายแผลจนเกือบเสียโฉม หมดเงินค่ารักษาไปก็หลาย
หมื่นและเสียเวลาไปกับการรักษาอยู่หลายปีกว่าจะหาย(ซึ่งดีแค่ไหน
แล้วที่ยังรักษาได้ ทั้งนี้เป็นเพราะตอนนั้นอายุยังน้อย ร่างกายยังซ่อม
เซลได้เร็วหรอกนะ)ส่วนคนขับโดนน้อยหน่อยคือแค่มีกระจกทิ่มเข้า
ไปในลูกตา"เท่านั้นเอง" นับว่าเป็นคนใกล้ตัวพอสมควรเลยค่ะที่เคย
ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมลักษณะนี้มาแล้ว
วอนกันตรงๆว่าอย่าออกข่าวแบบนี้มากนักเลย เราเป็นห่วงทุกคนบน
ถนนนะคะ คุณอย่าได้เห็นแก่เรทติ้งเพียงอย่างเดียว คิดดูให้ดีว่าคุณ
นักข่าว ผู้สื่อข่าวเองก็ไม่ใช่อภิสิทธิ์ชนในเรื่องนี้ เวลาขับรถไปไหนก็
ไม่ได้มีตำรวจนำขบวนเหมือนเรานั่นแหละ ขนาดคณะตลกมากันเต็ม
คันรถ ยังโดนหินปาทะลุกระจกมากระแทกจนเสียชีวิตไปแล้ว หรือล่า
สุดรถโรงเรียนอนุบาลโดนปาหินเพื่ออะไรคะ? ปล้นขนมกับนมกล่อง
และกระติกน้ำหรือ? หรือกะจะเอาเด็กไปขาย ซึ่งนับประสาอะไรกับรถ
เก๋งมากันแค่สองสามคน บางทีปาไปก่อนแล้วค่อยดูยังได้ว่าเรามากัน
เยอะหรือเปล่า ต่อให้เรามีเยอะเขาหนีไปแล้วก็จริง แต่ความเสียหาย
มันได้เกิดขึ้นแล้วจริงไหม
ออกข่าวก็ต่อเมื่ออาชญากรถูกตำรวจจับแล้วก็พอค่ะ
แบบนั้นน่ะ เสนอออกไปให้ได้ดูกันเยอะๆ
--------------------------------------> "Rollo Tomasi"
ปล. เพิ่มเติมนิดนึงค่ะ เมื่อเช้าเพิ่งนึกได้ว่าเรื่องปาหินนี่คือ
คนทำตัดสินใจทำได้ง่าย ลอกเลียนได้ง่าย .ไม่เชื่อกันเหรอ
คะ จากที่คอมเมนท์กันเอาไว้ ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร ...แต่ที่แน่ๆ
การกระทำเพียงครั้งเดียว.ส่งผลเสียหายหนักกว่าแค่ลองทำ
ดูเล่นๆเยอะมาก คือคนทำอาจจะคึกคะนองลองดูนะ .แต่คน
ที่โดนการลองของคนทำเค้ามีเปอร์เซนต์รอดน้อยมากเพราะ
รถส่วนบุคคลโดยมากแล้วทุกคนจะนั่งข้างหน้ากันหมด ลอง
ปาเล่นๆหรือปาจริงๆก็เจ็บตัวแน่ๆ ต่อให้ไม่โดนหินก็ยังมีเศษ
กระจกให้โดนค่ะ
ต่อให้จับได้แล้วเหยื่อหายเร็วขึ้นไหมคะ? ไม่เลยใช่ไหม
เราถึงได้บอกว่าเสนอข่าวมันมีความเสี่ยงการลอกเลียน
เหมือนคนแถวนี้บางคนคิดว่าการเลียนแบบมันเป็นเรื่อง
ปกติ จนไม่คิดว่ามันเป็นอะไรแล้วล่ะคะ เราถึงได้หมด
กำลังใจอยู่ตรงนี้ไง
ข้อเสียของการอัพบล็อกสดๆ คือประเด็นมันไม่คมชัดค่ะ
ยังไม่ตกตะกอน มีแต่อารมณ์ หึหึ
คุยกับจข.บล็อก 
หน้าหนังสือพิมพ์ไปในแนวไหน .. มักจะบ่งบอกว่า
สังคมเราเป็นอย่างไรกันไปแล้ว
.. เห็นข่าวให้พอรู้บ้างก็สมควรนะคะ แต่ประโคมข่าว
ย้ำๆ เน้นๆ กันเข้าไปไม่ค่อยอยากอ่านอะค่ะ
เรื่องอย่างนี้ด้วยเหตุผลคึกคะนองนี่รับไม่ได้จริงๆ
คนอื่นเค้าเดือดร้อน คุณคนทำทั้งหลายนั่นสุขใจ
สะใจ หรือนึกสนุกกันไปได้อย่างไง
#1 By moodee on 2007-12-01 22:46