*แม้จะเจตนาดีแต่เนื้อหาบางส่วนมันติดเรต
บอกไม่ได้ว่าเหมาะหรือไม่เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
กรุณาดูแลตัวเองด้วยนะคะ

-เอนทรีนี้เป็นภาคต่อของครั้งแรกที่ฉันเข้าโรงแรมม่านรูด-

อ่านคอมเมนท์ของเอนทรีก่อนแล้ว
ทำให้กลับมาเขียนเรื่องนี้ต่อ
เพราะเจ้าอุทาหรณ์ที่เขียนไป..
จริงๆแล้วนเป็นเพียงการกลบหลุม
ที่ขุดหลอกแกล้งคนอ่านบล็อก
(ขาประจำ)เล่นๆที่พอจะรู้จักนิสัยฉันอ
ยู่บ้าง
กับตั้งใจแค่จะเล่าชีวิตประหลาดๆช่วงหนึ่งเท่านั้น
โดยเพื่อ
ความบันเทิงๆล้วนๆ ไม่ได้ตั้งใจจะมีสาระเท่าไหร่

ทำให้ฉันรู้สึกผิด
นิดๆ
แต่ยังไงก็ขอขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาในการทิ้งคอมเมนท์
ไว้
(ทำให้ทราบความรู้สึกและความคิดของคนอ่านได้เยอะเลย)

คราวนี้ขอเขียนแบบมีประโยชน์บ้าง ไม่สนุกนะไม่อ่านก็ไม่เป็นไร
แต่อยากเขียนแปะไว้เผื่อมันจะมีประโยชน์กับใครได้บ้างฉันก็ไม่รู้

สาระสำคัญของเรื่องที่ไม่ได้เน้นในคราวที่แล้ว คือ
หลายคนคิดว่า
การที่ฉันกับเพื่อนสามารถอยู่ท่ามกลาง
ผู้หญิงขายตัวได้โดยไม่ขาย
ซะเองเป็นเรื่องของความสามารถนั้น
เป็นความเข้าใจที่ผิดค่ะ(ซึ่ง
มันเป็นความผิดของฉันเอง
ที่เขียนซะหรูว่ามันเป็นอุทาหรณ์)

แต่
ความจริงก็คือ..หากคุณหรือใครก็ตามมาเห็น"สภาพ"
เหมือนอย่างที่เราเห็นแล้วล่ะก็ (ทั้งสภาพ
ความเป็นอยู่
สภาพสังขาร สภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของพี่ๆ
เค้า
ฯลฯ หรือพยาธิสภาพ<---เอ๊ะมาไง?) 
ไม่ว่าใคร
ก็จะไม่อยากขายตัวและไม่อยากเป็นเหมือนเขากั
นหรอกค่ะ

"ความรู้สึกที่ฉันมีต่อการขายตัวนั้นมันน่ากลัวมาก
ฉันยอมรับว่าเพียง
ครั้งแรกที่ฉันได้เห็นสภาพแบบนั้น
ฉันก็สำนึกในคุณค่าของตัวเอง
ขึ้นมาทันทีเลย

..ฉันยอมรับนะ ว่ารู้สึกภูมิใจที่ตัวเองมีการศึกษา
มี
พ่อแม่ที่ให้บ้านอยู่ให้โอกาสดีๆในชีวิตมากมาย
ตัวฉันแตกต่างจากพี่ๆเค้าโดยสิ้นเชิง
พอคิดแบบนี้แล้ว ใครมันจะอยากขายตัวล่ะคะ"

*แค่ใช้คำว่า"เห็นสภาพ"ก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากแล้วใช่ไหม

**ต้องขออภัยพี่ๆในศรีทองจริงๆนะคะ
ฉันไม่ได้ตั้งใจจะลบหลู่นะ
แต่อยากอธิบายให้คนข้างนอก
สามารถเข้าใจได้บ้างเท่านั้นเอง
(เพราะฉันคงจะไปห้ามพี่ๆขายตัวไม่ได้หรอก..จริงไหม)

ฉะนั้นน้องๆผู้หญิงและผู้ชายที่มองการขายตัวว่าน่าทำ
(เพราะอยาก
ได้เงิน และคิดไปเองว่ามันเป็นเพียง
การร่วมเพศตามปกติ)ก็ลอง
พิจารณาหลักการคิดของฉัน
ดังต่อไปนี้ดูนะซึ่งฉันก็ไม่ทราบว่า
ตัวเองจะคิดถูกหรือเปล่า
เพราะไม่เคยมีประสบการณ์จริง
แต่ฉันมี
เหตุผลที่..น่ากลัวว่ามันจะเป็นจริงมาฝากตะหาก...
(เรื่องนี้คนขายตัว
ไม่เกี่ยว ฉันเพียงต้องการแชร์หลักการ
กับน้องๆที่ฉันเป็นห่วงเท่านั้น)

- การขายตัวแลกเงิน ไม่ต่างอะไรจากการเป็นลูกจ้างเขา
ในเมื่อคุณเองยังเบื่อเจ้านาย เบื่อหัวหน้า
ที่คอยมาสั่งให้คุณทำโน่นนี่
โดยที่คุณไม่กล้าหือ
หรือขนาดคนทำงานอิสระเองเวลามีคนมาจ้าง
(คือเอาเงินมาแลก)
ไม่ว่าจะอาชีพไหน คนรับจ้างต้องทำตามที่คน
จ่ายเงินต้องการเสมอ

ฉันเคยเห็น อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์(ศิลปิน)
ให้สัมภาษณ์ว่าไม่ขอรับเงินในการสร้างวัดร่องขุ่นแม้แต่บาทเดียว
โดย
ให้เหตุผลว่า พอคนให้เงินมาแล้วจะเริ่มออกความเห็น
ติตรงนั้น.. อยาก
ได้ตรงนี้..
(คนจ่ายเงินมักจะรู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจเสมอล่ะ)
ทำให้อาจารย์
ไม่เป็นอิสระ อยากทำอะไรก็ไม่ได้
ต้องมาอยู่ใต้บังคับบัญชา..

ศิลปินจะสร้างวัด จะวาดรูป เล่นดนตรีหรือออกเทป
ยังโดนนายทุนสั่งได้ 
แล้วนับประสาอะไรกับน้อง
ที่เป็นใครไม่รู้ ลูกเต้าเหล่าใครมันไม่สนหรอก
อยากเอาร่างกายไปตกอยู่ใน"สภาพ"
ที่ยอมถูกทำอะไรก็ได้ตามสั่งหรือเปล่าล่ะ?
 

- งานทุกสาขาอาชีพ จะมีทั้งงานที่เราชอบทำและไม่ชอบทำ
ยกตัวอย่าง : คนเป็นโปรแกรมเมอร์ก็ย่อมที่จะชอบทำโปรแกรม
แต่พอ
ไปทำงานใน(บาง)บริษัทจริงๆแล้ว ปรากฏว่าไปเจอ
ฝ่ายบัญชีคีย์ข้อมูลผิดมา 3 วัน กลาย
เป็นฝ่ายโปรแกรมฯ
ต้องมาแก้ข้อมูลเสียเอง เพราะตัวเลขที่ผิดมันได้เข้าไป
อยู่ในฐานข้อมูล
หลักของบริษัทแล้ว จึงเป็นหน้าที่
ของคนที่ดีไซน์ระบบต้องพลอยไปดู
แล เพราะเขารู้ ว่าความผิด
จะเกิดอยู่ที่จุดใดบ้าง แทนที่จะได้เขียนโป
รแกรมกันอย่างเดียว
เรื่องนี้โปรแกรมโอดครวญมาเองว่า ผมล่ะเซ็ง
รับประทาน
เบื่อการแก้ข้อมูลมากๆ แต่มันเป็นหน้าที่เพราะนี่มันก็คืองาน

หรือฉันเองเคยดีไซน์บ้านเอาไว้หลังหนึ่ง
ตอนจัดฟังค์ชันก็วาดแปลน
บ้าน เช็คดาต้า,ทิศทางลมกันสนุกสนาน
เลือกวัสดุสีสัน เจาะช่อง
หน้าต่าง ทางสัญจร ไฟฟ้า-ประปา
มีความสุขมาก แต่พอมาถึงงาน
โครงสร้าง..โคตรจะเซ็งเลย
ต้องมานั่งเลือกเหล็กเส้น ประมาณ
ราคา ทำระบบหลังคา ผนัง
คาน เสา ชิต..ฟัก..#%@!# ฯลฯ

ฉะนั้น ต่อให้คนที่ชอบเซ็กส์
เวลาไปขายตัวก็น่าจะต้องเจอขอให้ทำ
อะไรบางอย่างที่ไม่ชอบทำ
อาทิเช่น กลืนของเหลวที่ไม่ใช่อาหาร, 
ลิ้มรสของสกปรกเหม็นอับ
หรือถูกสวนทวารทั้งๆที่ท้องไม่ได้ผูก

ยัง
ไม่รวมถึงสไตล์วิปริตที่เจ็บตัวเอาการ
หรือการบังคับขู่เข็ญต่างๆ 
เช่น
ต้องมารองรับขบวนรถไฟคราวถึงเดียวสามช่องทาง
(กรณีให้
บริการนักท่องเที่ยวที่มาเป็นหมู่คณะ)
บวกกับเขาจ่ายเงินซื้อเราไป
เหมือนอย่างในข้อที่แล้ว
มีเหรอที่ไม่อยากทำแล้วจะเลี่ยงได้?

-ความยุติธรรมคุ้มครองคุณไม่ได้ เพราะคุณเองก็กำลังทำผิดกฏหมาย
ความเสี่ยงในการตกลงกันแล้วเขาไม่ทำตามที่ตกลง
น้องคิดว่าใครจะ
รับผิดชอบ? ไม่มีหรอกค่ะ นอกจาก"ตัว"น้องเอง
ต้องเอาชีวิตให้รอดเองนะ แม้ตอนตกลงกันเค้าไปกับเราแค่คนเดียว
ไป
ถึงเจอเป็นสิบมารออยู่ในที่เปลี่ยว เตรียมใจเอาไว้ยัง?

ฉันเคยดูหนังที่
สร้างจากเรื่องจริง..
โสเภณีคนหนึ่งถูกทรมานจนเกือบสลบ แต่จังหวะ
ดีดวงยังไม่ถึงฆาต
ต่อสู้เอาตัวรอดมาได้ หลังจากนั้นพอมาเปิดท้ายรถ
ลูกค้า
เจอทั้งถุงดำ อุปกรณ์เชือด หั่นศพ สารพัด ฯลฯ
ขายตัวได้ครั้ง
ละเท่าไหร่ถึงจะคุ้มเนี่ย?

- อย่าคิดว่าเขาจะยอมสวมถุงยาง
จากทุกข้อที่กล่าวมา
ถ้าตกลงไปกับเขาแล้ว..ชีวิตเราเขายังเอาไปได้
นับประสาอะไรกับแค่ไม่อยากสวมถุงยาง?

ถ้าน้องโดนใช้กำลังบังคับ สู้
เขาได้ไหมคะ? ถ้าสู้ไม่ได้
แล้วโดนบังคับใจให้ร่วมหลับนอนโดยไม่สวม
ถุงยางอนามัย
นึกสภาพสิคะ ติดโรคมา แต่ละโรค..กินน้ำเยอะๆ
พักผ่อน
สามวันหายที่ไหน +ยังมีเรื่องการตั้งครรภ์อีก
นรกรออยู่แล้วค่ะ ฉะนั้น..
คำถามเดิม ว่าขายตัวเองเท่าไหร่ดีถึงจะคุ้ม?

- สิ่งนี้สำคัญที่สุด มาทำความเข้าใจคำว่า "ศักดิ์ศรี" กันเถอะ
ในที่นี้มันคือระหว่างการดำเนินกิจกรรมทางเพศ ถ้าเป็นแฟนกัน
เขาอาจ
จะแคร์คุณว่าคุณไม่ชอบไม่อยากให้ทำแบบนี้
เขาก็จะไม่ทำเพราะกลัว
คุณโกรธ

แต่ถ้ากับคนที่"ซื้อ"คุณมาแล้วมันต่างกันนะ
เขาถือว่าคุณเป็นสมบัติของเขา(ในชั่วโมงนั้น)
หรือเป็นเพียงแค่เนื้อชิ้นหนึ่ง เป็นแค่นังโส
เภณี..
ลองไม่ให้ทำสิคะ ตบค่ะ ทั้งทำร้ายทั้งบังคับ
หรืออะไรก็ตามแต่จินตนาการคุณ
จะรู้สึกได้เลยว่าคุณไร้ค่า
ต่ำต้อย เป็นเพียงเศษสวะ นั่นแหละคือการไม่
มีศักดิ์ศรี
"มันต้องอธิบายแบบนี้ ไม่งั้นแม่งไม่เข้าใจกัน"

ละครไทยหรือนิยายน้ำเน่ามันปลูกฝังกันมาแบบ..
"พระเอกปล้ำนางเอก 
อุ๊ย..โรแมนติก"
คนในสังคมไทยเราถึงไปคิดว่าถูกข่มขืนเป็นการได้ผูก
มัด
กับคนที่มากระทำเรา และมันคงมาจากความรักเสียอย่างนั้น

กระทั่ง
มุกตลกคาเฟ่หลายๆมุกที่เคยเห็น..
ถึงกับมีผู้หญิง(ปลอม)นางหนึ่งอยากสวย
และ"ใฝ่ฝันว่าอยากโดนข่มขืนซักวัน!!??"

คุณใช่ดาวพระศุกร์เหรอ? ถึงจะพบรักแท้ได้จากการขายตัว
อ้อ..ไม่ใช่สิ แม้ดาวพระศุกร์ยังเป็นเพียงนิยายเลย..
แต่นี่มันเรื่องจริงนะโว้ย

ทั้งหมดเป็นประสบการณ์ทางอ้อมค่ะ
ฉันศึกษาเรื่องความบ้าอำนาจของคน 
และมองความแตกต่าง
ระหว่างเพศชายหญิงตลอดเวลา กับแนวคิดที่รับเอา
จากที่เห็นเมืองนอกมาก็เยอะ หนังฝรั่งบางเรื่องก็สอนให้เข้าใจ
ว่า"ข่มขืน"
มันเป็นภัยที่น่ากลัวยังไง มันเป็นความรุนแรง
ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์ และก
ารเป็นโสเภณีมันเป็นสวะ

ในขณะที่คนไทยคิดว่าได้ตังค์มา ก็จะซื้อกระ
เป๋าหลุยส์..
สะพายแล้วดูเป็นคนมีคุณค่า ทั้งๆที่ตกกลางคืน
ก็ออกไปนอนให้"ไอ้
ห่วย"ที่ไหนไม่รู้มัน"กด" "ขี่"
..แล้วเช้ามาก็ยังหลอกตัวเองได้ว่าชั้น
สวยเริ่ด เชิ่ด หยิ่ง ได้

ส่วน คนที่ไปมองว่ามัน"ดีนะได้ตังค์"ทุกคนนั่นแหละ
ที่ทำลายสังคมไทย 
และฉันคิดว่าพี่ๆในโรงแรม
เป็นคนโชคร้ายมากมาย
ที่จำต้องรับสภาพ
เลวร้ายที่บอกมาทั้งหมดนั้นอยู่
อาจเพราะเขาไม่มีทางเลือกและโอกาสหรอกนะคะ

ยังมีใครคิดอยู่อีกไหม ว่าการขายตัวมันยั่วยวนแต่ฉันห้ามใจได้?


*ภาพยนตร์ที่สะท้อนความรุนแรงและสยองขวัญ
ของ
การค้าประเวณีและการข่มขืน(เท่าที่นึกออกตอนนี้นะ)
- A Time to Kill (1996)              
- Leaving Las Vegas (1995)       
- Monster (2003)
- CSI หลายตอน(จำเมืองไม่ได้แล้วค่ะ น่าจะเป็นเวกัส)

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ลืมบอกไปว่าที่อัพเอนทรีนี้ก็ไม่ได้คิดว่าน้องๆในเอกซ์ทีนจะไปขายหรอกนะ แต่นึกไปถึงเด็กๆจำนวนมากที่ใช้อินเตอร์เน็ตอาจจะมาค้นเจอหน้านี้น่ะค่ะsad smile
อ่านแล้วคิดตาม..
ได้ประโยชน์มหาศาลเชียวคุณ
big smile big smile

#2 By |:| ShaKo |:| on 2007-10-29 21:49

อืม ขอบอกว่าได้แง่คิดอะไรมากมายเลย
อยากอ่านงานเขียนแบบนี้อีกนะจ๊ะแวว
อี๊ดว่าแววฉาย"แวว"นักเขียนจริงๆแล้วล่ะ

#3 By eeddy(อี๊ด) on 2007-10-29 22:22

ได้ประโยชน์มากๆเลยค่ะ confused smile

#4 By Pam (222.123.129.233) on 2007-10-29 22:40

โอย อ่านแล้วอยากปรบมือให้ดังๆ ได้ข้อคิดมากๆเลยค่ะ อ่านแล้วเห็นภาพมากๆ
คือปกติก็รู้อยู่แล้วว่าขายตัวมันไม่ดี พอได้อ่าน เออจริงมันมีอะไรที่เราคิดไม่ถึงเมื่อก่อนก็คิดว่า อึ๊บกันแล้วจบ ลืมคิดว่า ไอ้คนที่มันมาซื้อเนี่ย แสดงว่ามันหาเองของมันไม่ได้ เลยถึงต้องซื้อ แล้วพอซื้อมันก็อยากได้ให้คุ้มราคา (หรือเกินราคา)
ลองนึกภาพตามแล้วอยากอ้วก

CSI จำได้ตอนนึง เป็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านสวนตอนดึกแล้วโดนข่มขืน แถมโดนทำร้ายบาดเจ็บสาหัส ส่วนคนร้ายก็เกือบจะลอยนวล ถ้าไม่ได้หลักฐานมัดตัว

นี่ขนาดในหนังยังเป็นอย่างนี้ แล้วสังคมจริงๆจะขนาดไหน

ปล. ขอให้หายปวดกระเพาะเร็วๆนะคะ แหะๆ ส่วนโรคผื่นกุหลาบนั่นอย่าไปเป็นมันเล๊ยย ถึงจะฮาแต่ก็ไม่ดีหรอก 555

#5 By gallantfoal on 2007-10-29 22:58

อ่านแล้วรู้สึกหดหู่จัง

มันก็เป็นอีกด้านหนึ่งที่บางคนยอมรับสภาพ

แม้จะไม่อยากจะทำ

แต่ก็นะ ชีวิตเราเรื่องเกิดไม่ได้

#6 By Maxtrix™ on 2007-10-29 22:58

เขียนได้ดีครับ confused smile เรียกได้ว่าหักล้างเหตุผลของคนคิดสั้นได้เกือบหมดเลยละ

ถ้าคนที่ได้อ่านยังอยากจะขายตัวแลกเงินไปซื้อของฟุ่มเฟือยอีกละก็...คงพูดได้แค่ว่า "ไม่รักดี" แล้วล่ะครับ
เนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับตอนก่อนและมีสาระที่ดี
นำเสนอแยกเป็นประเด็นได้อย่างแหลมคม
อ่านแล้วเข้าใจโดยเห็นภาพชัดเจน

โหวตให้เพราะสาระที่เจ้าของบล็อกนำเสนอ big smile

#8 By jerasak on 2007-10-29 23:37

เอนทรีนี้พูดตรงๆดีค่ะ บางทีเราก็สงสารคนที่ทำอาชีพนี้นะ
เพราะก็คิดว่าถ้าให้เลือกได้คงไม่มีใครอยากทำ

เพราะฉะนั้นอ่านแล้วยังทำอีก ก็ไม่รู้จะพูดยังไงล่ะนะ
ขอบคุณที่เขียนอะไรดีๆโดนใจมาให้อ่านนะคะsurprised smile

#9 By MamiLuv on 2007-10-30 12:14

ให้ข้อคิดดีมากๆเลยล่ะฮะ ถึงบางคำที่ใช้จะฟังดูแสยงรูขุมขน เช่น "ต้องมารองรับขบวนรถไฟคราวถึงเดียวสามช่องทาง" เอิ๊ก
ความจริง ถ้าไม่มีคนซื้อก็ไม่มีคนขาย มีซัพพลายมันเลยมีดีมานด์ เป็นวงจรอุบาทว์เช่นนี้ตลอดไป

มีลูกสอนลูก มีผัวเสี้ยมผัว ว่าอีตัวน่าสงสาร อย่าไปรุกรานกัน ดับที่เหตุ กรรมก็ดับ

#11 By conte (203.146.136.88) on 2007-10-30 14:14

วันนี้อ่าน แล้วรู้สึกว่า รุน แรง ยัๆงไม่รู้แฮะ

#12 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-10-30 14:27

หุหุมาอีกแว้ว แต่คราวนี้ม่ะมีหลุมแล้ว
เอาเนื้อๆไำปกินกันเลยทีเดียว สาระเยอะจริงๆ
เจ๊นี่ แก่ทั้งประสบการณ์ทั้ง.....เลยopen-mounthed smile
แน่น ๆ เลยครับพี่!!

ก็หวังให้เด็ก ๆ จำนวนมากมาค้นเจอเหมือนกันครับ

เมื่อวานพักยาวๆไปหนึ่งวัน อยากเข้ามาขอบคุณทุกคอมเมนท์ค่ะ อ่านแล้วมีกำลังใจ(ตอนแรกอัพไปแล้วเครียด ก่อนอัพก็คิดแล้วคิดอีก) คิดมากกลัวว่าเนื้อหาจะรุนแรงเดี๋ยวคนอ่านรับไม่ได้

- ขอบคุณกำลังใจจากอี๊ดนะคะ จะพยายามสู้ต่อไปทาเคชิค่ะ
- ขอบคุณ..คุณgallantสำหรับคอมเมนท์หลายๆประเด็นรวมถึงพรเรื่องสุขภาพ ตอนนี้ทานยาก็ดีขึ้นทุกวันๆแล้วค่ะวันนี้เหลือแค่เกร็งๆ ไม่รู้ไปเครียดอะไรมาsad smile
- คุณปูติน ขอบคุณคำว่า"หักล้าง"ค่ะ ชอบจังเลย
- พี่จี ขอบคุณที่โหวตให้จ้า แล้วจะเคลียร์ค่าหน้าม้าให้น๊าconfused smile
- น้องตด ไอ้สามช่องทางนั่นน่ะ พี่เคยเห็นในเวบโป๊ หย๋องอะ
- น้องเยี่ยม อยากเตือนด้วยเห็นเป็นน้องนุ่งนะ เวลาน้องจะเขียนคอมเมนท์แสดงความยินดีกับใคร ก็ไม่น่าที่จะทำให้คนอ่านเขารู้สึกเจ็บนะ น้องอาจบอกว่าไม่รู้ตัว ซึ่งพี่ก็ไม่ได้ว่าน้องจะตั้งใจหรอกค่ะ แต่สำรวจตัวเองหน่อยก็ดีว่า ตัวเองยินดีกับคนอื่นเขา100% ไหม การแสดงออกจะได้ไม่ทำให้พี่เฮิร์ท (พี่อ่อนไหวนะน้อง เอนทรีที่แล้วก็หาว่าพี่หลอกคนเก่ง..เขียนงี้ได้ไงวะ *ว่าจะไม่โวยแล้วเชียวแต่รักนะถึงเตือนเนี่ย)

แม้ปริมาณคอมเมนท์ของเอนทรีนี้จะไม่เท่าอันก่อนแต่คุณภาพดีกว่าเยอะเลยค่ะ(อ่านแล้วกรี๊ดเลยนะ) ก็ซาบซึ้งในทุกๆคำเชียว เดี๋ยวจะตามไปขอบคุณทุกท่านถึงบ้านนะเคอะโทษฐานที่ได้ให้กำลังใจไว้ค่ะ อิอิ
ชอบสิ่งที่พี่เขียนเป็นบทสรุปใน Entry นี้มากๆค่ะ
ตอนแรกคิดอยู่ว่าจะจบอย่างไร? แต่พี่เขียนจบได้ค่อนข้างดีและชี้ให้เห็นถึงความไม่คุ้มค่าและสิ่งที่เราจะได้รับ
จากการจะสละร่างกายและศักดิ์ศรีของตัวเองเพื่อแลกกับเงินเพียงไม่กี่บาทค่ะ

#16 By หนูพุก on 2007-10-31 17:15

เอนทรี่นี้ของพี่เป็นเอนทรี่ที่ดีมากๆ เลยค่ะอ่านแล้วได้แง่คิดมากมายเลยค่ะคนที่จำเป็นต้องขายตัวโดยที่ไม่มีทางเลือกก็รู้สึกเห็นใจเขาค่ะ ส่วนคนที่มักใช้เงินฟุ่มเฟยพอไม่มีเงินใช้แล้วคิดขายตัวอยากให้มาอ่านเอนทรีนี้ของพี่จริงๆ
เพราะเป็นเรื่องที่ให้แง่คิดมากมายจริงๆค่ะ
เข้ามาอ่านติดๆ กับยัยบีเลยค่ะ (เพื่อนกัน)อ่านแล้วได้แง่คิดมากๆเลยค่ะ เห็นด้วยกับที่พี่พูดมาทั้งหมดเลยค่ะ คนที่เขาจำเป็นต้องขายตัวก็น่าเห็นใจจริงๆ เพราะพวกเขาเลือกไม่ได้ แต่คนที่คิดขายตัว อยากให้เข้ามาเจอเอนทรี่นี้จริงๆ เพราะให้แง่คิดในหลายๆมุม ถ้าได้อ่านแล้วยังคิดอยู่ก็ไม่รู้ด้วยแล้วค่ะ sad smile

#18 By [fujirain] on 2007-10-31 18:33

ชอบแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากๆ เลยค่ะ หลักคิดแต่ละข้อตรงเผงถูกต้องมากๆ อ่านแล้วเพลิน และได้ความรู้ไปด้วย

"งานทุกสาขาอาชีพ จะมีทั้งงานที่เราชอบทำและไม่ชอบทำ" อันนี้จริงค่ะ ไม่ต้องถึงกับงานก็ได้ แค่เวลาเรียนวิชาที่ชอบ ยังไงก็ต้องมีงานที่เราไม่ชอบเข้ามาให้ทำ แต่ถึงจะไม่มี ยังไงก็มีการสอบซึ่งไม่ชอบอยู่ดี เห็นด้วยกับประโยคนี้สุดๆ

ไม่เคยมีความคิดเกี่ยวกับการทำอาชีพนี้อยู่ในหัวเลย ขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้เกิดมาในชีวิตที่ไม่ลำบาก ขอบคุณพ่อแม่สำหรับทุกๆ อย่าง และขอบคุณตัวเองด้วยที่ไม่มีนิสัยตามแฟชันหรือชอบของแบรนเนม (เอาตังค์ไปซื้ออย่างอื่นดีกว่า เหอๆ)

หนังที่กล่าวถึงเราเคยได้ยินชื่อทั้งนั้นเลยยกเว้น Leaving Las Vegas แต่นอกจาก CSI แล้วไม่เคยดูเลยซักเรื่องค่ะ แล้วก็ เรื่อง CSI นั่น ถูกแล้วค่ะ ภาคเวกัส (ที่อื่นนึกไม่ออกว่ามี) ที่เมืองนี้เป็นแหล่งรวมสถานบันเทิง และรวมด้านมืดของมนุษย์เช่นเดียวกัน

#19 By Sirius on 2007-10-31 19:23

หนูเคยเจอคนพวกนี้นั่งอยู่หน้าผับ ตามบาร์
(แค่นั่งรถผ่านมากับพ่อแล้วเหลือบเห็น)
อยากให้พวกเค้าเข้ามาอ่านจังนิ๊ >w<
ยังมีทางเลือกอื่นอีกเยอะแยะที่ไม่ใช่การขายตัว big smile

#20 By ~:+:*P.a.T.a.L.o.T*:+:~ on 2007-11-01 15:10

#21 ไม่อนุญาตค่ะbig smile
สำนวนการเขียนและเล่าเรื่องไฮโซมากครับ..

#23 By Sabertooth (125.25.47.141) on 2009-06-18 16:31

อ่านภาคแรก น่าสนใจมาก แต่มาอ่านตอนหลังนี้ รู้สึกถูกหลอกยังไงชอบกล คิดว่า ผู้เขียนคงต้องเคยขาย...มาก่อน แต่มาหักไปอีกมุมในตอนหลัง

#24 By HiSOMan (124.121.173.178) on 2009-06-19 10:10

อ่านไปอ่านมาเราโดนหรอก อิอิ

สงสารคนที่ไม่มีทางเลือกจังเลย

ขอบคุงนะค่ะสำหรับความรู้

#25 By 1234 (115.67.95.90) on 2009-06-19 14:51

เมื่อก่อนผมก็เคยเที่ยวนะ แต่เดี๋ยวนี้ ไม่เที่ยวแล้วศรีทองน่ะ ไปรัชดาเด็กสวยๆเยอะดี อ่านแล้วก็ยังอยากเที่ยวมากขึ้นอีก

#26 By รัชดา (61.7.191.177) on 2009-06-19 21:09

I totally agree with you

#27 By Tor Ha (118.173.83.99) on 2009-06-19 21:46

พี่เขียนเรื่องนี้ได้น่าติดตามดีค่ะ ปกติหนูไม่ค่อยสนใจ
อยากอ่านเรื่องอะไรแบบนี้ แต่ที่พี่เขียนมานี่ทำให้หนู
สนใจติดตามอ่านจนจบเลยค่ะ สุดยอดจริงๆ
หนูขอชื่นชมในตัวพี่ด้วยนะคะ ที่มีความคิดรักตัวเอง รักครอบครัว แถมยังเป็นคนดีรู้จักรักคนอื่นที่มาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังอีก หนูจะดูพี่ไว้เป็นแบบอย่างนะคะ ขอบคุณพี่มากค่ะ
ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าดี ๆ แบบนี้นะคะ
อ่านแล้วก็คิดตามได้ข้อคิดดีๆ เยอะเลย

ขอบคุณค่ะ^^confused smile

#28 By YY (222.123.54.35) on 2009-06-19 22:21

ชอบจัง บังเอิญเข้ามาอ่านถึงอ่านไม่ละเอียดแต่ก็ชอบค่ะได้แง่คิดดี

#29 By ตังเม (124.121.18.227) on 2009-07-19 21:36

ขอบคุณมากเลยอะ

อ่านแล้วได้อะไรเยอะเลย

หนูก้เรียนเตกเหมือนกัน

ยินดีได้รู้จักพี่นะ

#30 By dope_flow@hotmail.com (61.90.78.242) on 2009-08-12 01:43