ครั้งสุดท้ายที่ฉันเข้าโรงแรมม่านรูด
posted on 29 Oct 2007 18:13 by chalita in 2005-2007, recommended
*แม้จะเจตนาดีแต่เนื้อหาบางส่วนมันติดเรต
บอกไม่ได้ว่าเหมาะหรือไม่เหมาะกับผู้อ่าน
ประเภทไหน .กรุณาดูแลตัวเองด้วยนะคะ
-เอนทรีนี้เป็นภาคต่อของ ครั้งแรกที่ฉันเข้าโรงแรมม่านรูด-
อ่านคอมเมนท์ของเอนทรีก่อนแล้วทำให้กลับมาเขียนเรื่องนี้ต่อ
เพราะเจ้าอุทาหรณ์ที่เขียนไป จริงๆแล้วมันเป็นเพียงการกลบหลุม
ที่ขุดหลอกแกล้งคนอ่านบลอกขาประจำเล่นๆ..ที่พอจะรู้จักนิสัยฉัน
อยู่บ้าง กับตั้งใจแค่จะเล่าชีวิตประหลาดๆช่วงหนึ่งเท่านั้น โดยเพื่อ
ความบันเทิงๆล้วนๆไม่ได้ตั้งใจจะมีสาระเท่าไหร่ ทำให้ฉันรู้สึกผิด
นิดๆ แต่ยังไงก็ขอขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาในการทิ้งคอมเมนท์
ไว้(ทำให้ทราบความรู้สึกและความคิดของคนอ่านได้เยอะเลย)
คราวนี้ขอเขียนแบบมีประโยชน์บ้าง ไม่สนุกนะไม่อ่านก็ไม่เป็นไร
แต่อยากเขียนแปะไว้เผื่อมันจะมีประโยชน์กับใครได้บ้างฉันก็ไม่รู้
สาระสำคัญของเรื่องที่ไม่ได้เน้นในคราวที่แล้ว คือ หลายคนคิดว่า
การที่ฉันกับเพื่อนสามารถอยู่ท่ามกลางผู้หญิงขายตัวได้โดยไม่ขาย
ซะเองเป็นเรื่องของความสามารถนั้น เป็นความเข้าใจที่ผิดค่ะ(ซึ่ง
มันเป็นความผิดของฉันเองที่เขียนซะหรูว่ามันเป็นอุทาหรณ์) แต่
ความจริงก็คือ..หากคุณหรือใครก็ตามมาเห็น"สภาพ"(ทั้งสภาพ
ความเป็นอยู่ สภาพสังขาร สภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของพี่ๆ
เค้า ฯลฯ หรือพยาธิสภาพ<---เอ๊ะมาไง?)เหมือนอย่างที่เราเห็น
แล้วล่ะก็ ไม่ว่าใครก็จะไม่อยากขายตัว และไม่อยากเป็นเหมือนเขา
กันทั้งนั้นแหละค่ะ
ความรู้สึกที่ฉันมีต่อการขายตัวนั้นมันน่ากลัวมาก ฉันยอมรับว่าเพียง
ครั้งแรกที่ฉันได้เห็นสภาพแบบนั้น ฉันก็สำนึกในคุณค่าของตัวเอง
ขึ้นมาทันทีเลย ..ฉันยอมรับนะ ว่ารู้สึกภูมิใจที่ตัวเองมีการศึกษา มี
พ่อแม่ที่ให้บ้านอยู่ให้โอกาสดีๆในชีวิตมากมาย ตัวฉันแตกต่างจาก
พี่ๆเค้าโดยสิ้นเชิง พอคิดแบบนี้แล้ว ใครมันจะอยากขายตัวล่ะคะ
*แค่ใช้คำว่า"เห็นสภาพ"ก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากแล้วใช่ไหม
**ต้องขออภัยพี่ๆในศรีทองจริงๆนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะลบหลู่นะ
แต่อยากอธิบายให้คนข้างนอกสามารถเข้าใจได้บ้างเท่านั้นเอง
(เพราะฉันคงจะไปห้ามพี่ๆขายตัวไม่ได้หรอก..จริงไหม)
ฉะนั้นน้องๆผู้หญิงและผู้ชายที่มองการขายตัวว่าน่าทำ(เพราะอยาก
ได้เงิน และคิดไปเองว่ามันเป็นเพียงการร่วมเพศตามปกติ) ก็ลอง
พิจารณาหลักการคิดของฉันดังต่อไปนี้ดูนะคะ ซึ่งฉันก็ไม่ทราบว่า
ตัวเองคิดถูกหรือเปล่าเพราะไม่เคยมีประสบการณ์จริง เพียงแต่ฉันมี
เหตุผลที่น่ากลัวว่ามันจะเป็นจริงมาฝากตะหาก...(เรื่องนี้คนขายตัว
ไม่เกี่ยว ฉันเพียงต้องการแชร์หลักการกับน้องๆที่ฉันเป็นห่วงเท่านั้น)
- การขายตัวแลกเงิน ไม่ต่างอะไรจากการเป็นลูกจ้างเขา
ในเมื่อคุณเองยังเบื่อเจ้านาย เบื่อหัวหน้าที่คอยมาสั่งให้คุณทำโน่นนี่
โดยที่คุณไม่กล้าหือ หรือขนาดคนทำงานอิสระเองเวลามีคนมาจ้าง
(คือเอาเงินมาแลก)ไม่ว่าจะอาชีพไหน คนรับจ้างต้องทำตามที่คน
จ่ายเงินต้องการเสมอ ฉันเคยเห็น อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์(ศิลปิน)
ให้สัมภาษณ์ว่าไม่ขอรับเงินในการสร้างวัดร่องขุ่นแม้แต่บาทเดียวโดย
ให้เหตุผลว่า พอคนให้เงินมาแล้วจะเริ่มออกความเห็น ติตรงนั้นอยาก
ได้ตรงนี้(คนจ่ายเงินจะรู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจเสมอล่ะ)ทำให้อาจารย์
ไม่เป็นอิสระ อยากทำอะไรก็ไม่ได้ ต้องมาอยู่ใต้บังคับบัญชา..
ศิลปินจะสร้างวัด จะวาดรูป เล่นดนตรีหรืออกเทปยังโดนนายทุนสั่งได้
แล้วนับประสาอะไรกับน้องที่เป็นใครไม่รู้ ลูกเต้าเหล่าใครมันไม่สนหรอก
อยากเอาร่างกายไปตกอยู่ในสภาพทำอะไรก็ได้ตามสั่งหรือเปล่าล่ะ
- งานทุกสาขาอาชีพ จะมีทั้งงานที่เราชอบทำและไม่ชอบทำ
ยกตัวอย่าง : คนเป็นโปรแกรมเมอร์ก็ย่อมที่จะชอบทำโปรแกรม แต่พอ
ไปทำงานในบริษัทจริงๆแล้ว เจอฝ่ายบัญชีคีย์ข้อมูลผิดสามวัน กลาย
เป็นฝ่ายโปรแกรมฯต้องมาแก้ข้อมูลเองเพราะมันเข้าไปอยู่ในฐานข้อมูล
หลักของบริษัทแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของคนที่ดีไซน์ระบบต้องพลอยไปดู
แล เพราะเขาจะรู้ว่าความผิดจะเกิดอยู่ที่จุดใดบ้าง แทนที่จะได้เขียน
โปรแกรมกันอย่างเดียว เรื่องนี้โปรแกรมโอดครวญมาเองว่า ผมล่ะเซ็ง
รับประทาน เบื่อการแก้ข้อมูลมั่กๆ แต่มันเป็นหน้าที่เพราะนี่มันก็คืองาน
หรือฉันเองเคยดีไซน์บ้านเอาไว้หลังหนึ่ง ตอนจัดฟังค์ชัน วาดแปลน
บ้าน เช็คดาต้า ทิศทางลมกันสนุกสนาน เลือกวัสดุสีสัน เจาะช่อง
หน้าต่าง ทางสัญจร ไฟฟ้า-ประปา มีความสุขมาก แต่พอมาถึงงาน
โครงสร้าง ฉันงี้โคตรจะเซ็งเลย ต้องมานั่งเลือกเหล็กเส้น ประมาณ
ราคา ทำระบบโครงหลังคา ผนัง คาน เสา ชิต..ฟัก..ฯลฯ
ฉะนั้น ต่อให้คนที่ชอบเซกส์ เวลาไปขายตัวก็น่าจะต้องเจอขอให้ทำ
อะไรบางอย่างที่ไม่ชอบทำ อาทิเช่น กลืนของเหลวที่ไม่ใช่อาหาร
ลิ้มรสของสกปรกเหม็นอับ หรือถูกสวนทวารทั้งๆที่ท้องไม่ได้ผูก ยัง
ไม่รวมถึงสไตล์วิปริต ที่เจ็บตัวเอาการ หรือการบังคับขู่เข็ญต่างๆ
เช่นต้องมารองรับขบวนรถไฟคราวถึงเดียวสามช่องทาง(กรณีให้
บริการนักท่องเที่ยวที่มาเป็นหมู่คณะ)บวกกับเขาจ่ายเงินซื้อเราไป
เหมือนอย่างในข้อที่แล้ว มีเหรอที่ไม่อยากทำแล้วจะเลี่ยงได้
-ความยุติธรรมคุ้มครองคุณไม่ได้ เพราะคุณเองก็กำลังทำผิดกฏหมาย
ความเสี่ยงในการตกลงกันแล้วเขาไม่ทำตามที่ตกลง น้องคิดว่าใครจะ
รับผิดชอบ? ไม่มีหรอกค่ะ ตอนตกลงกันเค้าไปกับเราแค่คนเดียว ไป
ถึงเจอเป็นสิบมารออยู่ในที่เปลี่ยว เตรียมใจเอาไว้ยัง ฉันเคยดูหนังที่
สร้างจากเรื่องจริง..โสเภณีคนหนึ่งถูกทรมานจนเกือบสลบ แต่จังหวะ
ดีดวงยังไม่ถึงฆาต ต่อสู้เอาตัวรอดมาได้ หลังจากนั้นพอมาเปิดท้ายรถ
ลูกค้าเจอทั้งถุงดำ อุปกรณ์เชือด หั่นศพ สารพัด ฯลฯ ขายตัวได้ครั้ง
ละเท่าไหร่ถึงจะคุ้มเนี่ย?
- อย่าคิดว่าเขาจะยอมสวมถุงยาง
จากทุกข้อที่กล่าวมา ถ้าตกลงไปกับเขาแล้ว..ชีวิตเราเขายังเอาไปได้
นับประสาอะไรกับแค่ไม่อยากสวมถุงยาง ถ้าน้องโดนใช้กำลังบังคับ สู้
เขาได้ไหมคะ ถ้าสู้ไม่ได้แล้วโดนบังคับใจให้ร่วมหลับนอนโดยไม่สวม
ถุงยางอนามัย นึกสภาพสิคะ ติดโรคมา แต่ละโรค..กินน้ำเยอะๆพักผ่อน
สามวันหายที่ไหน ยังมีเรื่องการตั้งครรภ์อีก นรกรออยู่แล้วค่ะ ฉะนั้น..
คำถามเดิม บอกราคาเท่าไหร่ถึงจะคิดว่าคุ้ม?
- สิ่งนี้สำคัญที่สุด มาทำความเข้าใจคำว่า "ศักดิ์ศรี" กันเถอะ
ในที่นี้มันคือระหว่างการดำเนินกิจกรรมทางเพศ ถ้าเป็นแฟนกันเขาอาจ
จะแคร์คุณ ว่าคุณไม่ชอบไม่อยากให้ทำแบบนี้ เขาก็จะไม่ทำเพราะกลัว
คุณโกรธ แต่ถ้ากับคนที่"ซื้อ"คุณมาแล้ว มันต่างกันนะ เขาถือว่าคุณเป็น
โสเภณี ลองไม่ให้ทำสิคะ ตบค่ะ ทั้งทำร้ายทั้งบังคับ หรืออะไรก็ตามที่คุณ
จะรู้สึกได้เลยว่าคุณไร้ค่า ต่ำต้อย และเป็นเพียงเศษสวะ นั่นแหละคือการ
ไม่มีศักดิ์ศรี มันต้องอธิบายแบบนี้ ไม่งั้นแม่งไม่เข้าใจกัน
ละครไทยหรือนิยายน้ำเน่ามันปลูกฝังกันมาแบบ..พระเอกปล้ำนางเอก
อุ๊ย..โรแมนติก คนในสังคมไทยเราถึงไปคิดว่าถูกข่มขืนเป็นการได้ผูก
มัดกับคนที่มากระทำเรา และมันคงมาจากความรักเสียอย่างนั้น กระทั่ง
มุกตลกคาเฟ่หลายๆมุกที่เคยเห็น.. ถึงกับ..ใฝ่ฝันอยากโดนข่มขืน!!??
คุณใช่ดาวพระศุกร์เหรอ ที่จะพบรักแท้จากการขายตัว
ทั้งหมดเป็นประสบการณ์ทางอ้อม ฉันศึกษาเรื่องความบ้าอำนาจของคน
และมองความแตกต่างระหว่างเพศชายหญิงตลอดเวลา แนวคิดที่รับเอา
จากที่เห็นเมืองนอกมาก็เยอะ หนังฝรั่งบางเรื่องก็สอนให้เข้าใจ ว่าข่มขืน
มันเป็นภัยที่น่ากลัวยังไง มันเป็นความรุนแรงไม่เกี่ยวกับเรื่องเซกส์ และ
การเป็นโสเภณีมันเป็นสวะ ในขณะที่คนไทยคิดว่าได้ตังค์มา ก็จะซื้อกระ
เป๋าหลุยส์ สะพายแล้วดูเป็นคนมีคุณค่า ทั้งๆที่ตกกลางคืนก็ไปนอนให้
ไอ้ห่วยที่ไหนไม่รู้มัน"กด" "ขี่"..แล้วเช้ามาก็ยังหลอกตัวเองได้ว่าชั้น
สวยเริ่ด เชิ่ด หยิ่ง ได้
ส่วนคนที่ไปมองว่ามันดีนะได้ตังค์ ทุกคนนั่นแหละที่ทำลายสังคมไทย
และฉันคิดว่าพี่ๆในโรงแรม เป็นคนโชคร้ายมากมาย ที่จำต้องรับสภาพ
เลวร้ายที่บอกมาทั้งหมดนั้นอยู่ อาจเพราะเขาไม่มีทางเลือกและโอกาส
ยังมีใครคิดอยู่อีกไหม ว่าการขายตัวมันยั่วยวนแต่ฉันห้ามใจได้?
*ภาพยนตร์ที่สะท้อนความรุนแรงและสยองขวัญ ของ
การค้าประเวณีและการข่มขืน(เท่าที่นึกออกตอนนี้นะ)
- A Time to Kill (1996)
- Leaving Las Vegas (1995)
- Monster (2003)
- CSI หลายตอน(จำเมืองไม่ได้แล้วค่ะ น่าจะเป็นเวกัส)
คุยกับจข.บล็อก 

#1 By ผู้แย๊วโตหลิง on 2007-10-29 20:29