ที่ตัดสินใจเขียนเรื่องนี้ก็เพราะอยากเตือนสติน้องๆผู้หญิง
สมัยนี้ที่เห็นว่างานขายบริการทางเพศเป็นเรื่องปกติ ฉันจะ
ขอเล่าประสบการณ์จริงของตัวเองให้น้องๆได้ฟัง เพื่อเป็น
อุทาหรณ์และอยากให้น้องคิดเสียใหม่นะ ซึ่งการที่ฉันยอม
เปิดเผยเรื่องของตัวเองในครั้งนี้ ขอวิงวอนให้ผู้อ่านเข้าใจ
ว่าฉันแค่ต้องการจะสะท้อนภาวะของผู้หญิงที่มีความจำเป็น
ต้องทำ และฉันอยากอุทิศตัวเอง เพื่อแลกกับการสอนน้องๆ
เยาวชนให้มีสติเท่านั้น ขอผู้อ่านจงอย่าเพิ่งด่วนตัดสินฉัน
ว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี ก่อนที่จะได้อ่านเรื่องนี้จบเลยนะคะ
..

โดยเรื่องนี้มันก็ผ่านมานานกว่า16 ปีแล้ว และมันก็กินเวลา
ไปเพียงแค่ 4ปีเท่านั้น.. ซึ่งต่อมาฉันก็เลิกและไม่ได้ไปที่
นั่นอีก นับตั้งแต่ย่างก้าวที่เดินเข้าโรงแรมม่านรูดเป็นครั้งแรก
เมื่อฉันอายุได้เพียง 15ปี (ฉันยังเด็กมาก ยังไม่ค่อยมีความ
คิดอะไร ก็หวังว่าคุณจะไม่ตำหนิฉันเรื่องนี้..)

โดยขณะที่ฉันยังเป็นวัยรุ่นเรียนหนังสืออยู่ ฉันค่อนข้างเกเร
ไม่ยอมเรียนจนตัดสินใจไปสมัคร"สอบเทียบ" (มันคือการ
ศึกษานอกโรงเรียนหรือ กศน.ในปัจจุบันน่ะแหละ แต่ในยุค
นั้นเขาเรียกกันว่า สอบเทียบ ในสมัยนั้น ที่นี่มีไว้สำหรับเด็ก
หัวแข็งส่วนมากที่ต่อต้านการศึกษาในระบบ ต่างจาก กศน.
ในปัจจุบันที่คนสมัครจะออกไปทางอาชีพใช้แรงงานซะมาก
)

ณ ที่แห่งนี้เองที่ฉันได้พบเพื่อนผู้หญิงที่ชื่อการ์ตูน.. การ์ตูน
เป็นเด็กพาณิชย์เจ้าพระยาที่อยากออกจากโรงเรียนเช่นกัน
เพราะไม่ชอบระบบ ไม่ชอบครู ไม่ชอบเพื่อนนักเรียน.. เธอ
บอกว่าเพื่อนๆในโรงเรียนพาณิชย์ค่อนข้างถ่อย ผิดกับไฮโซ
อย่างเธอที่เหมาะสมจะเป็นเพื่อนกับสาวไฉไลอย่างฉันมาก
กว่า เมื่อคอนเซปต์ตรงกันคุณหนูทั้งสองก็เลยได้เป็นเพื่อน
รักกันในเวลาต่อมาไม่นาน... และเพื่อนผู้หญิงคนนี้เอง ที่
ต่อมาได้แนะนำให้ฉัน ได้รู้จักการขายในโรงแรมม่านรูด

*ขอบอกหน่อยว่าการเรียน กศน. เราต้องไปเรียนในโรงเรียน
ที่อยู่ท้องที่เดียวกันกับบ้านเรา ฉะนั้นเพื่อนที่พบในคลาสก็จะ
มีที่พักอยู่ในเขตเดียวกันทั้งนั้น และฉันกับการ์ตูนก็พบว่าบ้าน
เราอยู่ใกล้กันมาก ขนาดที่อยู่ในซอยฝั่งตรงข้ามกันเลยละ


โดยโรงแรมที่การ์ตูนขายอยู่และแนะนำให้ฉันเข้าไปนั้น ก็อยู่
ใกล้ๆบ้านฉันนี่เอง มันมีชื่อว่า"โรงแรมศรีทอง"ซึ่งนับว่าเป็น
โรงแรมม่านรูดที่ชื่อดังมากในยุคนั้น ที่ถ้าเมื่อ 15 ปีที่แล้ว
หากคุณไปถามแท็กซีหรือสามล้อ ที่ขับอยู่ในย่านมาบุญครอง
อนุสาวรีย์หรือประตูน้ำ ว่ารู้จักโรงแรมนี้ไหม ฉันเชื่อว่าไม่มีใคร
ที่จะไม่รู้จักมันแน่

แต่ถ้าคุณไม่รู้จักก็เอาเป็นว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่นั่งรถไฟฟ้า BTS.
แล้วผ่านสถานีราชเทวี ให้มองมาทางฝั่งโรงแรมเอเชีย(อยู่ฝั่ง
ที่รถมุ่งหน้าไปหมอชิต)ข้างๆโรงแรมเอเชียจะมีซอยเล็กๆที่รถ
เข้าออกกันเยอะๆ ซอยนั้นแหละเข้าไปประมาณ 400เมตร ก็
จะเจอโรงแรมศรีทอง และโรงแรมม่านรูดยี่ห้ออื่นๆอีกประมาณ
สองเจ้าละมั๊ง..

เมื่อเข้าประตูโรงแรมศรีทองไปแล้ว จะมองอะไรไม่ค่อยเห็นนัก
เพราะมันมืดจริงๆ ..ที่นี่จะมีตึกใหญ่อยู่ตึกเดียว 4 ชั้นเป็นรูป
ตัวแอลเบียดอัดอยู่ในพื้นที่เล็กๆ บรรยากาศจะอับๆ มองอะไร
ไม่ค่อยเห็น


โดยการ์ตูนใช้โรงแรมนี้เป็นที่พักอาศัยอยู่ประจำเลย.. เนื่อง
จากการ์ตูนทำงานที่นี่เป็นหลัก ไม่ได้ออกไปขายที่อื่น ..ทั้งๆ
ที่ตูนอายุมากกว่าฉันแค่ 3-4 ปีเท่านั้น นับว่ายังไม่บรรลุนิติ
ภาวะ แต่ตูนกลับทำมาหลายปีแล้วจากการชักชวนของพี่สาว
ที่ชื่อพี่ติ๊ก เป็นลูกพี่ลูกน้องของการ์ตูนแต่อายุคงจะประมาณ
ยี่สิบต้นๆ(ฉันไม่รู้ว่าแก่กว่ากันเท่าไหร่) สองคนนี้ทั้งขายและ
พักอยู่ในโรงแรมศรีทองแห่งนี้เหมือนกัน โดยพี่ติ๊กถึงขนาดมี
รถยนต์เป็นของตัวเอง 1 คันแล้ว และพี่น้องสองคนนี้ก็เป็น
คนสวยมาก กินกันไม่ลงจริงๆ
(แต่คงน้อยกว่าฉันนิดนึง อิอิ)

ฐานะเขาก็ดีมาก สมกับที่ย่อหน้าแรกๆฉันเรียกเธอว่าไฮโซน่ะ
ทั้งสองคนเที่ยวเก่งใช้เงินเป็นน้ำเลยเพราะงานแบบนี้มันราย
ได้ดีจริงๆ แถมพี่ติ๊กก็มีเพื่อนฝูงเยอะ ไปเมืองนอกมาทีก็ซื้อน้ำ
หอมแบรนด์ดังมาฝากจนมีเต็มบ้าน ฉันเองก็พลอยใช้ชีวิตแบบ
เขาไปด้วย.. แต่ตูนกับพี่ติ๊กไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกัน เพราะว่าที่
โรงแรมศรีทองจะมีผู้หญิงขายบริการทางเพศประจำอยู่ตลอด
24 ชั่วโมงแหละ
เลยต้องผลัดกันอยู่รอขายเพราะเดี๋ยวลูกค้า
จะมาตอนไหนไม่รู้

แต่อย่างไรก็ดี ที่ที่ฉันกับตูนชอบไป มันก็อยู่ใกล้ๆกับโรงแรมนั่น
แหละ เพราะแถวนั้นมันก็คือสยาม มาบุญครอง อย่างเวลาจะไป
ดูหนัง ส่วนใหญ่ก็จะไปดูที่"แมคเคนน่า"(เจ๊งไปแล้ว อยู่ตรง
ข้ามโรงแรมเอเชียนั่นแหละ)..ก็แทบจะเดินไปแค่ปากซอยก็ได้
เที่ยวแล้ว ไกลออกไปอีกหน่อยก็จะเป็น สกาล่า ลิโด้ เดินไปได้
เหมือนกัน ซึ่งเราไปแปบเดียว เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว สบายมาก

..จะมีก็แต่ถ้าเที่ยวกลางคืนในยุคนั้น เราจะชอบไปเที่ยวในซอย
พัฒน์พงศ์กัน มันจะมีผับที่ชื่อมาร์ส ปาร์ตี้เฮาส์(ไม่ได้ไปดูอะโก
โก้หรอกนะ เมื่อก่อนพัฒน์พงศ์มีร้านนั่งสนุกๆเยอะแยะ ไม่ได้มีแต่
รูดเสาเสมอไป กับอีกอย่างคือไม่รู้ว่าจะไปดูผู้หญิงพวกนั้นอีกทำ
ไม
อะ ก็เห็นๆกันอยู่ทุกวันจนตำตาอยู่เนี่ยะ)..กับอีกที่นึงก็คือซอย
ทองหล่อ ร้านที่เราชอบไปชื่อ"ไรโน่"(ที่แปลว่าแร่ดน่ะ)
สมัยนั้นยังไม่มีอาร์ซีเอ หรือบนถนนรัชดาก็มีแต่ดิสโกเธคใหญ่ๆ
เป็นเรื่องเป็นราวไปเลย เราจึงเที่ยวกันอยู่แค่นี้


โดยก่อนที่จะออกจากบ้าน ฉันก็จะแต่งตัวแล้วบอกแม่ว่าจะออกไป
ค้างที่บ้านตูนนะ(ก็ไปบ้านตูนจริงๆนี่นา ไม่ได้โกหกนะ)พอไปถึง
ก็อาจจะไปนั่งขายก่อนสักพัก พอได้เงินแล้วเราค่อยออกไปเที่ยว
โดยให้พี่ติ๊กรับช่วงต่อ หรือบางทีถ้าไปถึงแล้วนั่งสักพักไม่ได้ขาย
ก็อาจจะออกไปเที่ยวกันก่อน(ถ้าพี่ติ๊กอยู่) แล้วกลับมาค่อยมานั่ง
ขายหลังจากนั้นก็ได้ เพราะฉันเองก็ค้างที่โรงแรมบ่อยๆโดยถ้าแม่
มีโทรมาหา(โทรเข้าเบอร์บ้านตูน)ฉันก็จะมารับสายแม่เสมอละ ที่
บ้านก็เลยไว้ใจ ว่าฉันไปอยู่บ้านเพื่อนผู้หญิงจริงๆ


ส่วนการขายของเราในโรงแรมนั้นก็แล้วแต่ลูกค้าที่มาเที่ยวผู้หญิง
บางครั้งลูกค้าซื้อกับตูน แต่พอกลับมาอีกครั้งก็อาจซื้อกับฉัน คือ
ลูกค้าที่ศรีทองไม่ค่อยเรื่องมาก ถ้าใครว่างอยู่ก็เอาคนนั้นแหละ
บางทีเค้าไม่ได้เลือก..เราจัดให้เขาเองก็มี แต่ที่พิเศษจริงๆก็คือ
เคยมีลูกค้ามาใช้บริการเราพร้อมกันสองคน ครั้งนึงมีลูกค้าใจป้ำ
ที่เรียกทั้งสามคนเลย(พี่ติ๊กด้วย) แต่ก็แค่ครั้งนั้นครั้งเดียวจริงๆ
เพราะไม่ค่อยมีใครเงินถึงได้ขนาดนั้นหรอก(แพงนะ ขอบอก)


คือแม้เราจะเป็นผู้หญิงระดับสวยสุดในศรีทองนะ แต่ฉันคิดจริงๆ
ว่าที่ลูกค้าซื้อกับเราอาจไม่เกี่ยวกับหน้าตาก็ได้(มั๊ง)แต่เป็นเพราะ
เราตอบสนองเขาได้ทุกอย่างมากกว่านะ ซึ่งมันก็สำคัญสำหรับการ
ทำแบบนี้ แต่ฉันก็ต้องขอบคุณพี่ติ๊กด้วย ที่สอนจนเข้าใจถึงความ
ต้องการลึกๆของผู้ชายพวกนี้


เวลาที่เรานั่งรอลูกค้า ฉัน ตูนและพี่ติ๊กไม่ได้นั่งอยู่รวมกับผู้หญิง
ขายบริการคนอื่นๆหรอกนะ คือถ้าคุณเดินเข้ามาในโรงแรมแล้ว ก็
จะมีเด็กผู้ชายเดินเข้ามาถามว่าจะเปิดห้องหรือ?ที่ชั้นล่างสุดของ
โรงแรมก่อน เผื่อว่าคุณมีผู้หญิงมาเอง มันจะได้ไม่เอิกเกริกเกินไป
แต่ถ้าคุณเจาะจงมาเที่ยวผู้หญิงที่นี่เลย ก็จะต้องขึ้นมาบนชั้นสอง
..
ที่ชั้นนี้จะเริ่มมีไฟสีแดงๆสลัวๆ กับมีหญิงขายบริการเดินๆนั่งๆอยู่กัน
เต็มตึกเลย
ส่วนใหญ่มักอยู่บนชั้นสองกับชั้นสาม ส่วนฉันกับการ์ตูน
จะอยู่ชั้นบนสุดคือชั้นสี่

...ตลอด 4 ปีของฉันในโรงแรมแห่งนี้ เชื่อไหมว่าฉันจำหน้าลูกค้า
ไม่ได้สักคน แม้ฉันจะเคยขายให้พวกเขาไม่ต่ำกว่าหนึ่งครั้งแล้วก็ตาม
เพราะพอฉันมาถึงโรงแรมปุ๊บ ฉันก็มักจะก้มหน้าก้มตาไม่ยอมสบตาใคร
(ฉันเป็นคนขี้อายมาก)แต่ก็มีนะที่เหลือบๆดูอยู่บ้าง ก็เห็นเค้ามองฉัน
พยายามยิ้มให้ บางคนที่เพิ่งเคยมาก็จะมองอย่างแปลกใจ ว่าทำไมที่นี่
ถึงมีสวยๆเด็กๆระดับนี้


แต่ฉันก็ก้มหน้าก้มตาอย่างเดียวแล้วเดินขึ้นบันไดไปไม่หยุด อาจเป็น
เพราะในจิตสำนึกก็บอกว่า เดี๋ยววันจันทร์ฉันเองก็ยังต้องไปโรงเรียน
ยังไป
เจอเพื่อนมีชีวิตแบบปกติ ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้ฉันมาอยู่ในสถานที่
แบบนี้ หรือทำอะไรแบบนี้ได้ยังไง
 

และเมื่อขึ้นไปถึงชั้น4 แล้ว ส่วนใหญ่ก็ยังไม่ทันจะได้นั่งเลย.. ลูกค้า
ที่เพิ่งเจอตรงบันไดเมื่อกี้นี้ ก็โทรหาโอปะเรเตอร์แล้วด้วยความรวดเร็ว
แหม..พี่ก็ เจอปุ๊บก็เรียกทันทีเลยนะ หนูเดินมายังไม่ทันหายเมื่อย ต้อง
ทำงานซะแระ ...
แล้วทันใดนั้นโอปะเรเตอร์ก็จะโทรขึ้นมาที่ชั้น 4

เสียงอินเตอร์คอมดังขึ้น.."ตู๊ดๆๆ"

โอปะเรเตอร์ : "โซดาสาม น้ำแข็ง เป็ปซี่ หงษ์แบน กรองทิพย์"

ตูนเพื่อนฉัน : "อ้าว... โซดาสาม น้ำแข็ง เป็ปซี่ หงษ์แบนนึง
           กรองทิพย์"

          "เล็ก เอาไปส่งให้พี่ที"

          "อ้าว แววมาแระ กินอะไรไม๊ เดี๋ยวเฝ้าร้านต่อแปบนึง"
          
แล้วเด็กผู้ชายในร้าน ก็จะวิ่งงง...ไปหยิบโซดา เป็ปซี่ ตักน้ำแข็ง
มาจนครบแต่บุหรี่จะมาเอาที่โต๊ะรับออร์เดอร์ แล้วก็วิ่งลงไปส่งที่ห้อง
แล้วก็ขึ้นมาพร้อมเงิน ตูนก็จะเก็บตังค์ใส่เครื่องคิดเงิน"ติ๊งๆๆ"

อย่างที่บอกว่าบางครั้ง ฉันกับตูนต้องขายด้วยกันในคราวเดียวน่ะ ก็
เพราะบางทีเขาสั่งเยอะฉันก็ช่วยมันหยิบของไง เพราะอย่างช่วงไพร์ม
ไทม์ สัก 1-3ทุ่มเนี่ย.. มากันจังเลย
จะมีออร์เดอร์เข้ามาติดๆกันหลาย
ออร์เดอร์อย่างวุ่นน่ะ ใช้เด็กลงไป 7-8 คนยังไม่พอ เพราะเด็กมันเพิ่ง
ลงไปยังกลับขึ้นมาไม่ทัน หรือบางทีการ์ตูนเพื่อนฉันมันเข้าห้องน้ำ ฉัน
ก็จะรับสายแล้วจดๆๆๆเอาไว้ เพราะ..อีนี่..หล่อนทำมาหลายปีคล่อง
เชียวละ จำเก๊งเก่ง.. ฉันนี่สิ ฟังโอปะเรเตอร์ยังไม่ค่อยจะรู้เรื่องเลย ว่า
เขาสั่งอะไรขึ้นมาว๊ะ..ปวดกบาลจิงๆ

มีที่วุ่นมากๆ พี่ติ๊กต้องออกมาช่วยรับออร์เดอร์แล้วรอสั่งเด็กให้ เพราะฉัน
ฟังไม่ออกน่ะอย่างขำ
บางครั้งต้องใช้ถึงสามคนเพื่อขายให้รายเดียว ก็
คือ.. คนนึงรับออร์เดอร์.. อีกคนนึงหยิบบุหรี่.. อีกคนตักน้ำแข็งอะไรงี้
ตอนเจอลูกค้าใจป้ำ สั่งเบียร์ทีหลายๆขวด สั่งข้าวด้วย2-3จาน บางที
ก็สั่งเป็นข้าวเปล่า+กับหลายอย่างต้มผัดแกงทอด เหล้ากลม มิกซ์เซอร์
บานตะไท (พี่เค้าเซกส์หมู่กันเหรอไงวะ)
อะ เราก็จะมีแม่ครัวทำข้าว
ไปส่งน่ะ ซึ่งราคาของที่ขายในม่านรูดมันชาร์จไม่รู้กี่เปอร์เซนต์ แมร่ง...
สั่งกันไปได้เยอะแยะขนาดนั้น แต่ก็ดี กิจการเพื่อนฉันจะได้ร่ำรวย มีตังค์
ไปเที่ยวไรโน่กัน 555


เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ตรงไหน? ก็ตรงที่ว่า ฉัน พี่ติ๊กและการ์ตูน แม้เราจะ
อยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบนั้น แต่ทุกคนมีความรับผิดชอบต่อชีวิตของตัวเอง
เป็นผู้หญิงที่ดีมีคุณค่าได้ มีภูมิคุ้มกันดีพอที่จะไม่ไปหลงระเริงหรือไปทำ
ตัวแย่ๆ รู้ไหม..ราวกับสองคนนี้เป็นแบบอย่างที่ดีที่ฟ้าส่งมาให้ฉันเลย
เพราะแม้เราจะไปเที่ยวกลางคืนกันตามประสาสาวๆบ้าง แต่เราไม่เคยมี
เรื่องมีราวของผู้ชายมาเกี่ยวข้อง ไม่เคยทำตัวเสื่อมเสีย จะมีก็แต่ตูนชอบ
ดื่มเหล้าอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เมามายหมดสภาพ(ตูนเคยครั้งนึง แต่พอฟื้น
มาแล้วเลิกกินไปเลยค่ะคุณผู้ชม)ฉันเองก็ไม่ชอบกินเหล้าซะงั้น เราก็ไป
ฟังเพลงเต้นรำกันแค่นั้น


คนที่ผับมักคิดว่าเราอายุ20อัพแล้ว เพราะดูเราโตมาก เรานิ่ง เวลาเห็น
เรื่องไม่ดีไม่งาม..ไม่ว่ามันจะไม่งามขนาดไหน เที่ยวก็เที่ยวซะจนไม่ได้
ตื่นเต้นอะไรกับแสงสีมากมายสักเท่าไรแล้ว เรื่องเซกส์นี่ก็เห็นตำตาอยู่
ทุกวัน
ตัวอย่างไม่ดี..ศึกษาไปหมดแย๊ว เจอคนมาจีบก็เฉย.. เฉย และ
ก็เฉยๆ ส่งสายตากร้านโลกแบบคนมีวุฒิภาวะกลับไปให้ด้วย คริคริ
..นี่เราดูไม่เหมือนวัยรุ่นทีนเอจกันจิงๆเลยนะเว๊ยเฮ๊ยเนี่ย..

ที่สำคัญถึงแม้จริงๆแล้วเราจะเป็นเด็กอยู่ ยังสามารถซึมซับเอาต้นแบบ
ที่ไม่ดีมาจากสิ่งแวดล้อมได้อีกเยอะ แต่ก็ไม่เคยทำตัวเหมือนกับผู้หญิง
ขายบริการสักครั้งแม้จะอยู่ท่ามกลางคนอาชีพนั้นก็เถอะ การแต่งกายตูน
ก็เหมือนคุณหนูทั่วๆไป ไม่มีมาแต่งตัวโป๊ๆไปเดินข้างนอก(ที่บอกว่าคุณ
หนูไฮโซน่ะ ตูนเป็นอย่างนั้นจริงๆค่ะ ในยุคนั้นที่ผู้หญิงนิยมสวมรองเท้า
คัตชู เสื้อเชิ๊ตเนื้อผ้าทิ้งๆ กับกางเกงขากระบอกผ้าพริ้วๆน่ะ แหะแหะ)


เรามักไปนั่งจิบกาแฟกันอยู่ที่ร้าน UCC ใต้บันไดเลื่อนสยามชั้น 1 แบบ
คุณหนูๆ ดูหนังฝรั่งและฟังเคนนีจีเป่าแซคเป็นอาชีพ(ถึงได้ไปดูแต่ที่
แมคเคนน่า กับสกาล่าไง โรงหนังสยามไม่ได้เข้าไปเพราะที่นั่นเขาฉาย
หนังไทย..) ตูนเป็นคนที่พูดจาสุภาพไพเราะน่าฟังมาก ไม่เห็นเหมือน
ฉันตอนอยู่กับกลุ่มเพื่อนผู้ชายเลยว่ะ55+


แม้จะเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนพาณิชย์แต่ตูนเหมือนเด็กมหาลัยมากกว่า ก็
ไม่ได้ทำตัวแร่ดๆ(ที่ไปเรียนพาณิชย์ก็เพราะที่บ้านขายของไง)แม้จะออก
ไปสอบเทียบเพราะหัวแข็ง แต่ตูนก็เป็นผู้หญิงที่เรียบร้อยน่ารัก รู้อะไรเยอะ
ไม่ใช่คนที่เรียบร้อยแต่ทำอะไรไม่เป็นน่ะ

แม่ฉันก็รู้มาตลอด แล้วขำด้วยที่เด็กเรียบร้อยอย่างตูนอยู่ในโรงแรมม่านรูด
ก็นะ โลกนี้มันเพี้ยนน.. และแม่ก็ไว้ใจการ์ตูนเพื่อนผู้หญิงคนเดียวของฉัน
คนนี้มาก แม่เองยังเคยแวะไปเยี่ยมตูนและพี่ติ๊กอยู่บ่อยๆเลย(อ้าวเฮ๊ย..
แม่ชั้นเข้าม่านรูดว่ะ)
ก็เห็นว่าการขายของชำบนโรงแรมเป็นกิจการทั่วไปที่
รายได้ดีแค่นั้น ซึ่งตอนนี้สองพี่น้องเลิกทำไปแล้วนะคะ ไม่ต้องไปขอดูตัวนะ

ฉันไม่รู้ว่าที่นั่นมีใครไปทำต่อ เพราะตอนนี้ยังติดต่อตูนไม่ได้ ล่าสุดเมื่อ 10ปี
ที่แล้วก่อนจากกันตูนบอกฉันว่า แวว..ตูนไปอยู่ลพบุรีแระ ไปทำงานที่บ้านนะ
ใช้ชีวิตเรียบง่าย...
ตูนมันคงเบื่อที่นี่แล้ว กรุงเทพฯเป็นเรื่องไร้สาระ กลับไป
ใช้ชีวิตพอเพียงของกรูดีกว่า...


ใครที่ยังตื่นเต้นกับอบายมุขอยู่ น่าจะดูป้าๆอย่างเราเป็นตัวอย่างบ้างนะ..
คือเราเรียนรู้มันได้ถ้าอยากลอง แต่ไม่จำเป็นต้องถลำเข้าไปลึกๆหรอกค่ะ
สำหรับฉันคงอยู่ที่โชควาสนา เพราะฉันไปรู้ไปเห็นอะไรที่คนอื่นไม่ได้เห็น
กันทุกวัน มันเลยทำให้ฉันพอที่จะคิดอะไรขึ้นมาได้บ้าง มีภูมิคุ้มกันอยู่บ้าง
และพอจะตั้งสติได้ก็ยังดี แต่ส่วนคนที่ไม่มีโอกาสแบบนี้ น่าจะลองศึกษา
จากชีวิตคนอื่นดูนะ

..แล้วจะเบื่อโลกไปเอง(อ้าว)คือ..มันไม่มีอะไรสำคัญหรอก ผู้ชายก็คือ
ผู้ชาย เท่าที่เห็น...คนดูดีมีฐานะ มีการศึกษา แต่งตัวเนี๊ยบสะอาดและมี
คลาสมาเชียว บางคนยังเป็นนักศึกษาอยู่ หน้าตาติ๋มๆ แต่ก็ยังขับรถหรู
เลี้ยวเข้ามาเที่ยวผู้หญิงในโรงแรมม่านรูดอับๆ มืดๆจิ้งหรีดๆแบบนี้ได้..

ชั้นละปลงจริงๆ


อ่านจบแล้วใครมีปัญหาอะไรอยากถาม
เชิญที่คอมเมนท์นะจ๊ะ ยินดีเคลียร์ทั้งหมด
(เขียนหลอกไว้เยอะ ไม่รู้มีใครเชื่อป่าว
กลัวเก็บไม่หมดแฮะ อิอิ)

โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง100%จ้า

บ้ายบายย่ะ ไปอย่างเชิ่ดๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ไม่กล้าเข้าม่านรูด กลัวโดนแอบซ่อนกล้อง เดี๋ยวจะกลายเป็นดาราจำเป็นcry

#1 By palermos on 2007-10-27 21:18

...ตอนแรกนึกถึงรายการย้อนรอยและแถบดำคาดตา ..sad smile

กัลยาณมิตตา ดีมากๆ ค่ะ โหย..แม่รู้ด้วย แต่ถ้าเป็นหนู ถึงหนูจะไม่ได้มีจิตอกุศลคิดจะประกอบอาชีพเฉพาะทางที่นั่น 1) แม่หนูไม่ให้ไปแน่ๆ (แปลว่า ด่าเช็ด!) 2) หนูกลัวตัวเองค่ะ (เหอๆ) หนูว่าตัวเองไปอยู่ในที่อโคจรแบบนั้นไม่ได้แฮะ sad smile (ไม่ได้ว่านะคะ!) แต่ถ้าหนูไม่มั่นพอ (แบบพี่ question) หนูว่าหนูอย่าไปเลยดีที่สุด sad smile

#3 By \/ /\ N ฮ Z Z /\ on 2007-10-27 21:35

โอ้วตกใจหมดเลยง่ะ -*-
ขุดหลุมไว้เยอะนะเนี่ย ถ้าไม่อ่าน line by line
นี้คงจะพลาดอย่างแน่นอน - -"
เห็นชื่อ entry แล้วคิดว่าติดเรท เลยย่องตามมาดู
แต่อ่านไปอ่านมา ได้ข้อคิดดี ๆ เยอะเลยค่ะ
ขออนุญาต Add ไว้เลยนะคะbig smile

ป.ล. เรียกตัวเองว่าป้านี่ ป้าขนาดไหนแล้วเหรอคะembarrassed

#5 By DreamCatcher on 2007-10-27 22:12

อ่านทุกบันทัด = = แต่โดนหลอกไรบ้างไม่ยู้หรอก ชีวิตก็คือบทเรียนแหละ สิ่งที่ผ่านมาแล้วก็คือสิ่งที่ผ่านมาแล้ว ขอบคุณสำหรับวิทยทานค่ะ

#6 By ~@Asami@~ on 2007-10-27 22:21

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทีแรกก็ว่า โหยแรงงง
แต่ไปๆมาๆ อ่อ งี้นี่เอง

แอบอยากเข้าไปดูมั่งอ่ะว่าในนั้นเป็นยังไง

#7 By gallantfoal on 2007-10-27 22:28

#5 ไม่ป้าเท่าไหร่หรอกค่ะbig smile ก็ 16 ปีที่แล้วอายุ15 บวกกันก็สามเอ็ดไง ป้าดโธ่(สงสัยเขียนเยอะ คนอ่านเบลอหมดแล้ว น่าเห็นจาย และจ๋งจ๋านsad smile)แต่เวลาบ่นสอนน้องๆจะออกตัวว่าป้า เดี๋ยวน้องจะหาว่าเป็นยายแก่ขี้บ่นน่ะ คริคริ

*ว่าแต่ใครโหวตHOT POST ให้ชั้นยะ ..ขอให้มีความสุข กินข้าวฟรีอาหารดีดนตรีไพเราะ สุขภาพแจ่ม เสน่ห์แรง ปีใหม่เจอหนุ่มๆสาวๆปิ๊งๆๆ เพื่อนฝูงมากมาย ได้เงินใช้เยอะๆ ไปไหนรถไม่ติดอากาศที่บ้านบริสุทธิ์เย็นสบาย บุญพาวาสนาส่ง ให้พ่อแม่ บุตร บริวารมีความสุขโดยทั่วกันเทอญ สาธุ๊ๆๆbig smile
อ่านตอนแรกๆก็งงๆ พออ่านมาเรื่อยๆเริ่มเข้าใจละว่าขายอะไร
โล่งใจเลยแต่ก็เก่งจังเลยนะที่ทำแบบนั้นกันได้โดยที่ไม่ได้ไปทำอะไรแย่ๆ

15ปีที่แล้ว เรายังนั่งดูการ์ตูนตอนเช้าเสาร์อาทิตย์อยู่เล้ย

#9 By Little Little on 2007-10-27 22:38

SiLLY OLD WaeW: ผมนี่แหละครับกดให้ ขอน้อมรับพรแต่โดยดี
คุณแวว!!??เล่นซะตกใจ ที่แท้ก็เอวังด้วยประการฉะนี้นี่เอง โล่งอก

#11 By eeddy(อี๊ด) on 2007-10-27 22:51

เฮ้อ ผิดหวัง 5555555open-mounthed smile

#12 By - on 2007-10-27 22:52

งืม ไม่คิดเลยค่ะเรื่องแบบนี้
เป็นเด้กดี(ตรงไหนเนี่ยฉัน)
ขนาดแฟนยังไม่คิดมีเลยค่ะ
ชีวิตตอนนี้คิดว่าบ้าดาราไปวันๆ
นี่คือความสุขแล้วbig smile

#13 By :+:Sakura_badzZ:+: on 2007-10-27 22:53

555 ค่ะ ^^ รับทราบจากในบลอค

PS. ทันเสะ เช้า24 แล้ว

#14 By ~@Asami@~ on 2007-10-27 22:57

เอนทรีนี้เป็นเกียรติ์แก่วงตระกูลที่สุดแล้ว แชมป์มา งือๆ

ขอบคุณค๊าคุณแชมป์cry
ยาวมากคะ แต่ก็อ่านจนจบ ลุ้นแทบตาย

คุณเยี่ยมมากเลยนะคะ อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เย้ายุอย่างนั้น

ก้ยังดูแลตัวเองได้ ฉันยกนิ้วให้เลย big smile

#16 By พริย์ริสา on 2007-10-27 23:07

*-*
ขอบคุณสำหรับเรื่องราว
แง่คิด
ทัศนะคติ
โลกอีกใบที่ใครนึกไม่ถึง

และ ศักดิ์ศรี อันมีค่ายิ่ง

วันหลังแวะมาใหม่ครับ
big smile

#17 By ::poompuien:: on 2007-10-27 23:17

เป็น บลีอคแรกหรือเปล่าที่เขียนยาวขนาดนี้แล้ว ข้าอ่านจบ ขอบคุณสำหรับการเขียนบล๊อกดีๆค่ะbig smile

#18 By ฟ้า ฝน on 2007-10-27 23:23

เห็นชื่อเอนทรี่แล้วตกใจcry

สุดท้ายแล้วก็ขำๆ เอวังประการเช่นนี้sad smile
ปล. โหวตให้จะได้สมพรปากเจ้าของบลอค อิอิbig smile

#19 By worapoj@~@ on 2007-10-27 23:25

อดตื่นเต้นไม่ได้
ตะก่อนเคยอยู่แถวนั้นแหละ
เคยพาเพื่อนไปด้วย
แต่ผมพาไปเฉย เฉย
ไม่ได้ร่วมสนุกนา...

#20 By ใต้แสงเทียน on 2007-10-28 00:30

อ่า ดีนะที่อ่านอย่างตั้งใจจดจ่อจนจบ (จ.จานหมดเลย งงมั้ย ฮ่าๆๆ)

อยากให้น้องๆ วัยรุ่นที่กำลังหลงทางได้มาอ่านจังค่ะ

ขอบคุณคุณแววมากๆ นะคะbig smile

#21 By p-i-e on 2007-10-28 00:41

.... ขอโนคอมเมนท์ครับ แต่อ่านหมดแล้วก็เพลินดี
หัวเรื่องน่าสนใจ
เทคนิคนำเสนอดี
มีสาระและแง่คิด
อ่านสนุกอีกต่างหาก

โหวตให้พร้อมรับพร confused smile

#23 By jerasak on 2007-10-28 00:58

โห อ่านต้นเรื่อง แบบแหม โห ของจริงมาเลย...

อ่านจนจบค่อนโล่งใจหน่อย

ดีค่ะ ตัวอย่างดีๆมีน้อย อยากให้สาวๆเด็กๆอ่านกันเยอะๆ

#24 By TheDoctorWearsPrada on 2007-10-28 01:03

อ่านสนุก และน่าคิดดีค่ะ ชอบเรื่องนี้นะ ขอบคุณที่สละเวลามาเล่าให้ฟังซะตั้งยาว ^^

#25 By Choco on 2007-10-28 01:22

ตอนแรกก็คิดว่า....นะ sad smile

แต่ก็ให้มุมมองที่แตกต่างไปดีค่ะ
คนที่ไม่ได้อ่านก็อาจจะคิดว่า
คนที่ไปแถวนั้นก็คงเหมือนคนแบบนั้น โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าจริงๆเป็นยังไง

เอ็นทรี่ก็สอนให้รู้ว่า คนเราไม่ควรมองคนอื่้นแค่ภายนอก นะคะ big smile

#26 By ☆ [ Cha - AiM ] ::★ on 2007-10-28 01:28

555
sanook d kaa

u ta horn sorn jai

#27 By $aunTel2** on 2007-10-28 02:01

เห็นชื่อเอนทรี่แล้วตกใจ คิดว่าเข้าม่านรูดไปทำอะไร

เลยกดเข้ามาอ่าน พออ่านจบแล้วถึงเข้าใจ

แหมขุดหลุมหลอกไว้ตั้งเยอะเลยนะค่ะ แต่ก็ตุกหลุมจริงๆค่ะ กร้กกกก

ปล.เอนทรี่นี้ให้ข้อคิดดีจริงๆค่ะbig smile
หลอกได้เนียนมากๆ หลงเชื่อไปแล้วว่าขายอะไรsad smile
อยากไปขายมั่งจังopen-mounthed smile หมายถึงขายน้ำ เหล้า บุหรี่นะคะ

#29 By *บลาสต์ on 2007-10-28 02:24

ในที่สุดฟักก็เจอเนื้อคู่

#30 By fuxsuxlux on 2007-10-28 02:35

อ่านง่ายเห็นภาพตามดีฮะ (ชม)question

#31 By snopbiss* on 2007-10-28 03:06

ขายของชำบนโรงแรมsad smile sad smile

#32 By - on 2007-10-28 05:46

sad smile อ่านจบแล้วต้องกลับไปเช็ึคอีกรอบ อ้าว ขายของจริงๆนี่นา แหะๆๆsad smile กำลังแบบว่าเมื่อสิบหกปีก่อน สาวสิบห้าก็เป็นซะแบบนั้นแล้วเหรอdouble wink
ผมเข้ามาเพราะชื่อเลยนะนี่ sad smile แต่อ่านแล้วก็ดีมากๆ เลยครับ
ขอบคุณครับ

#34 By Yashima on 2007-10-28 07:44

หักมุมจบอย่างไม่น่าเชื่อ confused smile

#35 By เจ้าชายน้อย on 2007-10-28 09:17

ชืวิต มี สองด้านเสมอ พริ้วไป ครับ big smile

#36 By LovE**--Sea_heart'''''' on 2007-10-28 09:26

ดีใจกับระบบ hot ของexteen ที่ทำให้มาเจอกันค่ะ
blogดีๆมีเยอะจริงๆ big smile

#37 By ยายแม่บ้าน on 2007-10-28 09:32

ตั้งชื่อหยิวกิ้วๆ
ประสบการณ์ชีวิตconfused smile sad smile

#38 By wesong on 2007-10-28 09:49

ไม่คิดกล้าที่จะเหยีบไปใกล้โรงแรมม่านรูดเลยล่ะค่ะ

.......

#39 By * 예인 เยอิน * on 2007-10-28 09:49

อ่านแล้วเพลิน อ่านไปอ่านมา เอ๊ะตกหลุมซะแหล่ว sad smile
...เชื่อสนิทใจเลยฮ่ะ...
TwTแอบขอโทษในใจ แต่เนื้อความหลอกเค้านี่นา
อ่านลงมาก็อ๋อเลยฮะ
อืม อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นยังไงไม่รู้ 55555+
^^

#41 By takara™ on 2007-10-28 10:39

อ่า หลงอ่านตั้งนานsad smile sad smile

#42 By ฟิวส์ on 2007-10-28 11:10

big smile
ก่อนอื่นต้องขอบคุณก่อนที่มาเล่าเรื่องให้ฟังค่ะ

อืม อ่านแล้วก็รู้สึกแปลก ๆ ค่ะ เคยได้ยินเรื่องประมาณนี้มา แต่ไม่เคยได้อ่านจากเจ้าตัว... โดยส่วนตัวคิดว่าคนที่ทำต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง แต่ลูคจะต้องไม่มีเหตุผลแบบนั้นให้ได้ เหอ ๆ

#43 By ~*LuCReZiA*~ on 2007-10-28 11:20

ตอนแรกแอบตกใจชื่อเอนทรี่นิดหน่อย...พออ่านจนจบแล้ว
พี่นี่เก่งจัง แถมให้ข้อคิดดีๆ ตั้งมากมาย

ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆ นะคะ big smile

#44 By ~:+:*P.a.T.a.L.o.T*:+:~ on 2007-10-28 12:17

ตอนแรกอ่านชื่อเรื่องแล้วนึกว่าจะออกแนวมืดมนนิดๆ55+

แต่พออ่านจบแล้วสนุกมากค่ะ

พี่เป็นคนที่กล้าจริงๆค่ะ สุดยอดมากๆ นับถือเลย double wink

#45 By on 2007-10-28 16:22

Thanks for your experiance

#46 By รัณรตี on 2007-10-28 19:51

ให้หน้า นี้ sad smile

#47 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-10-28 22:31

ผมยังไม่เคยเข้าโรงแรมม่านรูดซักครั้งเลยในชีวิต
อยากเข้าอยู่เหมือนกัน surprised smile

#48 By Brawatcher on 2007-10-29 13:20

พยายามทำตัวเหมือนอ่านคิดะอิจิ

แต่พอปริศนาไขกระจ่างแล้วถึงกับตบเข่าฉาดกันเลยทีเดียวconfused smile
sad smile โดนหลอกเลยเรา

#50 By Paa orKant on 2007-10-29 23:34