อยากอยู่กับใครนานๆ ก็จงคบแบบเพื่อน
posted on 04 Oct 2007 17:11 by chalita in 2005-2007, personality
*เขียนบทความนี้ด้วยเจตนาแฝง แล้วก็ตั้งใจว่า
จะไม่มาอัพอีกนาน เลยทิ้งระเบิดไว้ให้ลูกใหญ่ค่ะ 55
เห็นโฆษณากาแฟ(เบอร์ดี้)3in1ตัวนึงออกอากาศมาได้สักพักแล้ว
เป็นเรื่องของเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่รักใคร่กลมเกลียวเหมือนกาแฟทรีอินวัน..
มันออกอากาศไม่บ่อยนัก แถมตอนนี้ถูกซอยเป็นตอนสั้นๆแล้ว และฉัน
หาคลิปภาพยนตร์โฆษณาตัวนี้ไม่เจอสักกะอัน
โฆษณาตัวนี้โดนใจฉันเต็มๆ(ชอบอะ)เพราะคอนเซปต์มันตรงกับชีวิตฉัน
ฉันมีกลุ่มเพื่อนที่เหมือนอย่างนี้เป๊ะ ถ้าใครได้ดูจะเห็นว่ามันเป็นเรื่องเพื่อนๆที่
รวมตัวกันไปฉลองงานแต่งงานของเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่ง บ้างก็ไปงานบวช..
หรือแค่เพื่อนถูกลอตเตอรีก็ยังไป ซึ่งมันจะต่างกันก็ตรงที่ ในโฆษณาเขากิน
กาแฟ แต่เพื่อนฉันกินเหล้า
มีคนบอกว่าดูโฆษณานี้แล้วไม่เข้าใจ คงเป็นเพราะเค้าไม่ได้มีเพื่อนแบบนี้มั๊ง
ฉันเลยไม่รู้ว่าสปอตตัวนี้มันจะประสบความสำเร็จไหม เพราะฉันก็เห็นด้วยว่า
ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเพื่อนแบบนี้จริงๆนั่นแหละ ..แต่ไหนๆก็ไหนๆ เพื่อนๆ
ในเอกซ์ทีนก็เคยอ่านบลอกฉันมานาน คงพอจะรู้จักฉันอยู่บ้าง และคงไม่มี
ใครแปลกใจมั๊ง ถ้าจะบอกว่าเพื่อนฉันมันก็นิสัยห่ามๆเหมือนฉัน
เพื่อนที่มีตอนนี้ก็เยอะอยู่ เพราะไล่เก็บมาตลอดทางหลายช่วงชีวิต ทั้งผู้
ชาย ผู้หญิง ตุ๊ด ทอม กระเทยแปลงเพศ แต๋ว อีแอบ เลสเบี้ยน..(แต่ยัง
ไม่เคยมีเพื่อนเป็นมนุษย์ต่างดาวนะ)ช่วงอายุก็ตั้งแต่ 25 ไปจนถึง 44ปี
แต่กลุ่มที่ฉันรัก และสนิทมากที่สุดมีเพียงกลุ่มเดียวและเป็นผู้ชายล้วนๆ
(ไม่นับฉันนะเว้ย)
พวกมันเป็นเพื่อนที่โรงเรียนศิลปะเมื่อ 15 ปีก่อน(ที่กำลังตกเป็นข่าวเรื่อง
รับน้องอยู่น่ะ)ตอนนี้เหลือเจอหน้ากันอยู่ประมาณ 6+1 คน จากที่เคยมีกัน
ถึง 12-15 คน(ที่+1 ก็คือตอนหลังมีคนนึงทะเลาะกับเพื่อนในกลุ่ม แล้ว
เลิกคบกันแบบแตกหักเลย แต่เพื่อนคนนี้ ยังแอบติดต่อกับฉันคนเดียว)
+แล้วมันก็เป็นคนเดียวที่ใช้อินเตอร์เน็ตด้วย
ซึ่งนี่ก็เลยทำให้รู้ว่า คนยุคฉันคงไม่ทันใช้เทคโนโลยีกันจริงๆ ไม่แปลกใจ
ที่ทุกวันนี้ ก็ยังตามหาเพื่อนที่เหลือไม่เจอ(ตอนนี้ฉันสนิทกับเพื่อน+1
คนนี้มากที่สุดเพราะได้เจอมันใน msnแทบทุกวัน และมีครั้งหนึ่งที่ถึงกับ
ตกลงกันว่า เราจะเป็นเพื่อนกันไปตลอดกาลล่ะ ฮี๊วว..)
ใครยังอยาก"มีเพื่อน"อยู่ ต้องตามเทคโนโลยีเอาไว้นะคะ
เพราะมัน Connect People ได้จริงๆ ^^
ความเหนียวแน่นมาถึงปีที่16แระ ทั้งๆที่วงแตกไปตั้งแต่ปีที่3(เนื่องจากพวก
มันไม่ยอมเรียนให้จบ)แต่เราก็ยังไปเจอกันที่บ้านเพื่อนคนหนึ่งในซอยภาวนา
เสมอ หลายปีอยู่เหมือนกันถึงจะเริ่มกระจายกันออกไปตามทางของตัวเอง
..มีเรื่องที่จะต้องทำให้ได้เป็นสิ่งแรกๆก็คือ ไปเรียนที่ชอบๆให้จบซะ ซึ่งใน
ระหว่างนั้นก็จะมีเพื่อนส่งข่าวมาอยู่เรื่อยๆ ว่ามันจะบวช
พอเราโตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว มันจะมีวงจรการโทรหากันเพื่อบอกข่าว แทนที่
จะโทรคุยกุ๊กกิ๊กทุกวันเหมือนตอนเด็กๆ งานบวชแรกมีขึ้นเมื่อ 11 ปีที่แล้ว
ต่อมาก็รับปริญญาบ้าง งานศพ(ญาติผู้ใหญ่)บ้าง แต่ละงานบางครั้งก็ห่างกัน
สองปีครั้งนึงบ้าง หรือบางทีก็2-3งานในปีเดียว แต่ในทุกปีอย่างน้อยพอถึง
วันเกิดก็ต้องมีนัดไปเจอหน้ากันบ้าง ล่าสุดเพิ่งไปเผาพ่อมันที่วัดลาดพร้าว
เมื่อเดือนที่แล้วนี้เอง
ว่าแต่ยังไม่เคยได้ไปงานแต่งของเพื่อนกลุ่มนี้ซักงานเลยแฮะ อาจเป็นเพราะ
พวกมันเป็นผู้ชายละมั๊ง ซึ่งพวกมันก็ดันลงความเห็นกันว่า งานแต่งแรกน่าจะ
เป็นงานของฉัน(เยอๆ รอไปเถอะจ่ะ)โอะ..มีคนนึงที่ไม่แต่ง แต่ชิงมีลูกไป
แล้ว 2 นิหว่า ไอ้นี่ฐานะยากจนที่สุดแต่ก็ไม่มีใครเลิกคบมัน มันนิสัยดีน่ารัก
และเป็นคนรักเพื่อนมาก.. *ตอนนี้ขับวินมอเตอร์ไซค์อยู่แถวกรมชลประทาน
(55 แมร่งทำไปด๊าย แต่ก็นี่แหละ...เพื่อนรักของฉัน)
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::
*ฉันจะไม่รักพวกมันได้ไงคะ.. ลองอ่านเรื่องนี้ดูก็แล้วกัน
(อย่างที่บอก ว่าตั้งใจจะดองบลอกน่ะ ถ้าว่างก็กลับมาอ่านได้นะ55)

หลายปีก่อน..คืนหนึ่งที่ร้านเหล้าเล็กๆแถวโชคชัยสี่ ฉันมีนัดออกไปเจอ
พวกมันอย่างไม่มีเหตุผล.. โดยไอ้น้อต(เจ้าของบ้านซอยภาวนา)เป็น
คนชวนให้มา พอไปถึงที่ร้านก็เห็นเพื่อนของมัน(เป็นเพื่อนของน้อตอีกที)
นั่งอยู่กันเต็มร้านเลย ตอนนั้นไอ้น้อตยังไม่โผล่หัวมา
ฉันเจอแต่แม็กที่เป็นเพื่อนในกลุ่ม แม็กไปถึงเป็นคนแรก และฉันไปถึงเป็น
คนที่สอง พอเราเจอกันก็เลยนั่งคุยกันอยู่สองคนกระหนุงกระหนิง สักพักมี
เด็กตัวเล็กๆมาขายดอกไม้ให้ เพราะคงนึกว่าฉันกับแม็กเป็นแฟนกัน..ซึ่ง
แม็กไม่จำเป็นต้องซื้อ เพราะเราไม่ได้เดทกัน ..แม็กจะหันไปบอกเด็กขาย
ดอกไม้ก็ยังได้ว่า ไม่ซื้อหรอกน้อง..พี่ไม่ได้จีบยัยนี่สักหน่อย อะนะ
แต่แม็กก็กลับซื้อดอกกุหลาบสีแดงสวยดอกนั้น..แล้วยื่นให้ฉัน(กรี๊ด)
*น่ารักจังเลยอะ ที่มันซื้อดอกกุหลาบให้เพื่อนผู้หญิง ฉันเอากลับบ้านมา
ตากแห้งด้วยนะ เสียดายที่ตอนนี้ไม่รู้มันหายไปไหนแล้ว
แม็กเป็นเพื่อนคนเดียว ที่ฉันจะระวังคำพูดเวลาคุยด้วยมากที่สุด เพราะเขา
เป็นผู้ชายที่อ่อนไหวมากและก็อ่อนโยนมากในขณะเดียวกัน ซึ่งบางทีอาจ
จะดูจุกจิกหยุมหยิม(มากกว่าฉันซะอีก55)และขี้น้อยใจมากๆ เพราะเป็นคน
ที่มีลักษณะนิสัยของผู้หญิงอยู่เยอะ แต่ผู้ชายแบบนี้แหละที่เข้าใจผู้หญิง และ
รู้ไปหมดว่าจะต้องทำอะไร ตอนไหน คนอย่างแม็กจะเทคแคร์ผู้หญิงได้ดีมาก
*ปัจจุบัน แม็ก เพื่อนฉันคนนี้เป็นแฟนกับ จอย ศิริลักษณ์ ผ่องโชคนั่นเอง
ใครหลายๆคน(ในเน็ต)มักไม่เข้าใจ ว่าทำไมแฟนจอยไม่หล่อเลย จริงๆแล้ว
แม็กตัวจริงดูดีนะคะ อาจไม่ได้หล่อสไตล์พระเอกละคร แต่เป็นคนที่ลักษณะ
และผิวพรรณดี(หล่อแล้วค่ะ) และที่สำคัญ ด้วยนิสัยอ่อนโยนของแม็ก..
ฉันไม่สงสัยเลยที่ดาราดังอย่างจอยจะคบกับเพื่อนฉันคนนี้ได้
จอยเองก็เป็นคนติดดิน ไม่ถือตัวค่ะ จอยเป็นผู้หญิงที่น่ารักมาก แล้วก็ตัวเล็ก
นิดเดียว55 ฉันพบจอยครั้งแรกตั้งแต่งานบวชเพื่อนที่ชะอำ ปี 2547แล้ว
วันนั้นเรากลับกรุงเทพฯ มาเล่นพูลด้วยกันที่อาร์ซีเอ ล่าสุดเพิ่งเจอที่งานศพ
พ่อของเพื่อนชื่อน้อต(กรี๊ดๆ ฉันเป็นเพื่อนดารา)
*ฉันเข้าใจนะว่าผู้หญิงที่มั่นใจในความสวยของตัวเองจริงๆ มักจะไม่สนใจ
มองคนที่หน้าตาอีก เพราะเขาไม่ต้องหาสิ่งใดมาเติมเต็ม ในขณะที่เดินไป
ไหนมาไหนด้วยกันแล้วน่ะ
กลับมาที่ร้านเหล้า..
ไม่นานน้อตและเพื่อนที่เหลือก็มาถึง เราขยายโต๊ะออกไปตามระเบียบ แต่
คราวนี้มันไม่ได้มีเฉพาะเพื่อนเราอะดิ เพื่อนน้อตที่นั่งกันอยู่ก่อนแล้ว มีเดิน
มาแจมด้วยตามธรรมเนียม(ละมั๊ง)
มีคนหนึ่งถามน้อตว่าฉันกับแม็กเป็นแฟนกันหรือเปล่า? น้อตก็ตอบว่าเปล่า
และหมอนั่นก็เริ่มส่งสายตาให้ฉัน..(คนเรานะคะ พอเหล้าเข้าปากหรือยาม
ค่ำคืน ท่ามกลางเสียงเพลงดังๆและแสงไฟแบบนี้ มันก็เป็นธรรมดาที่เรารู้กัน
ว่ามันมั่ว.. เดี๋ยวจะมาหาว่าฉันอวดสวยอย่างงั้นอย่างงี้ กรุณาเถอะค่ะ..
โตๆกันแล้ว ไหนๆก็มาเสือกอ่านแล้ว คงไม่ต้องมาเสือกกับเจตนาของฉันอีก
ถ้าหากว่าพวกมึงโง่ดักดานกันนักล่ะก็)
โดยทั้งโต๊ะก็เห็นและทราบดีว่าเริ่มมีคนมาจีบฉัน ซึ่งจริงๆแล้ว มันก็เป็น
เพื่อนๆกันหมดทั้งร้านแหละ ถ้าฉันไม่เอาด้วยซะอย่าง มันก็ไม่มีเรื่องไม่งาม
เกิดขึ้นหรอก ซึ่งน้อตเพื่อนฉันก็เข้าใจดี แต่มันยังอุตส่าห์หันไปเรียกเพื่อนมัน
แล้วแนะนำให้รู้จักฉัน..
...
น้อต : (เรียกเพื่อน)"เฮ๊ย" (ชี้มาที่ฉัน)"นี่อีแววเพื่อนกู"
เอาเชียะ เพื่อนมันได้ทีส่งตาเยิ้ม หันมาทักทายฉันว่า
"หวัดดีคับ"
...
ฉันแอบเหลือกตานิดๆ ด้วยความเซ็ง
ยิ้มให้มันแบบปลงๆ และไม่ได้ตอบอะไร
...
คราวนี้ไอ้น้อตหันมาทางฉันบ้าง แล้วก็พูดว่า
...
น้อต : "อะ อีแวว"(ชี้ไปที่เพื่อนมัน)"นี่เพื่อนกู"
แล้วถามต่อทันทีว่า (มึงจะ)"เย็ดมั๊ย?"
...
(กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกส์!!!)
นี่ขนาดคบมันมาทศวรรตกว่าแล้วนะ แต่ก็ยังแทบช็อคในพฤติกรรมของ
มันได้อยู่เรื่อย เพียงแต่ฉันดูนิ่งมาก เหมือนไม่ช็อคสักนิดเลย เพราะฉัน
รับมุกเพื่อนได้ทันเสมอแหละ แต่มุกนี้เด็ดจริงๆว่ะยอมรับ
...
ฉันทำทีหยุดคิดนิดนึงแบบรู้แกว
ฉันมองอีตานี่แบบเชิ่ดนิดๆ (ทีใครทีมันเฟ๊ย)
แล้วหันกลับไปยักไหล่บอกน้อตว่า
"เหอะ..ไม่ล่ะ"
น้อตก็ปิดการขายทันที โดยหันกลับไปบอกเพื่อนมันว่า
"มึงได้ยินเพื่อนกูแล้วใช่มั๊ย"
"เค้าไม่เย็ดมึง"
"ฉะนั้น.. แดกเหล้าไป คืนนี้ไม่ต้องยุ่งกะเพื่อนกูเลย"
.....
เยสส..(ปรบมือ...เปาะแปะๆ)
ค่ะ ไอ้เชี่ย เล่นซะตกอกตกใจ กุลสตรีอย่างฉันแทบสำลักเหล้า
ฉันทั้งซึ้ง.. ทั้งขำ.. รู้แล้วว่ามันหวังดี ขอบใจมันจริงๆเลย
อย่าถือสาเพื่อนฉันนะ เพราะคืนนั้นฉันก็ไม่มีหนุ่มที่ไหนมารบกวนอีกเลย
เพราะบารมีปากหมาๆของมันกันท่าเอาไว้ให้หมดแล้ว ฉันจึงเที่ยวเล่น
สบายใจไม่ต้องเจอเรื่องน่ารำคาญ เพราะเพื่อนผู้ชายของฉันจัดให้หมด
ความจริงมันนิสัยดีนะคะ ฉันว่ามันน่ารักไม่แพ้แม็กเลย
ปัจจุบันนี้ แฟนของน้อตคือ.. ลิเวอร์พูลค่ะ 555+
สุดท้ายนี้.. ฉันคิดนะว่า ใครที่เคยอ่านภาษาของฉันแล้วชอบ ถ้าได้มารู้
ว่าฉันมีเพื่อนแบบนี้ เขาคงไม่แปลกใจอะค่ะ เลยเขียนเล่าให้ฟัง ขำๆ
ไปละ จนกว่าจะรู้สึกผิด 555
edit @ 2007/10/07 08:27:52
คุยกับจข.บล็อก 
)
5555

)มันต้องยั่งงี้ถึงจะไปกันได้(ไปไหนหว่า??)
#1 By - on 2007-10-04 20:34