สดุดีอะไรกันว๊า.. กูม่ายรู้เรื่องเยย..

ขอปาดเลือดกำเดา(อีกแล้ว)ก่อนนะ แล้วคุยต่อ

ที่ว่าฝันสลาย ไม่ใช่ว่าหนังเขาไม่สนุกนะ

เราดีใจมั่กๆที่ได้ไปดู Quentin Tarantino's

"Death Proof"ในโรงภาพยนตร์เชียว

เพราะไม่รู้ว่าถ้าดูดีวีดีจะได้อารมณ์นี้หรือเปล่า?

ก็อุตส่าห์อดใจรอดู Death Proof เอาตอน

ฉายสัปดาห์ที่สอง เพราะจะรอให้ Planet Teror

เข้าฉายในสัปดาห์ถัดมาเสียก่อน(หนังโปรเจกต์เดียวกัน)

แล้วค่อยออกไปดูมันทั้งสองเรื่องรวดเดียวไปเลย

จะได้ประหยัดค่าเดินทาง กับอีกอย่างคือไม่ได้ดูหนังมาราธอน

มานานแระ(สองเรื่องก็ยังดีนะ)คิดถึง..

ถึงแม้ว่า Death Proof จะต้องเลื่อนขั้นไปฉายอยู่ในโรง

แบบโกลด์คลาสก็ตาม(เก็งไว้แล้วเชียวว่าทางโรงต้องเล่นมุกนี้)

แต่เราก็ยอมควักกระเป๋าละนะ แม้ไม่รู้จักใครที่อยากดูมันเลย

แถมยังฉายอยู่ในโรงระดับทองคำอีก ยิ่งได้บรรยากาศผีหลอก

เข้าไปใหญ่ หนังนัวร์(และแนว)ขนาดนี้ แน่นอนล่ะว่าเราไปดูคนเดียว

ปรากฏว่าเราเข้าโรงหนังไปตรงเวลาเป๊ะ ไปนั่งคนเดียว

ในโรงเงียบๆ สว่างๆ(อยากบอกว่าบางที..มืดๆยังจะน่ากลัว

น้อยกว่าเวลาที่มันสว่างแต่เงียบนะ..สำหรับโรงหนังน่ะ)

ประมาณ 10 นาทีที่หันรีหันขวาง

โรงนี้มันอยู่ชั้นบนๆ หลบมุมเงียบๆ(สมกับเป็นโกลด์คลาสจิงๆ)

ก็ นั่งพิศทุกซอกมุมผ้าม่าน นับลำโพงบนผนังเสร็จไปแล้วรอบนึง

ได้ฝั่งละห้าตัวรวมเป็นสิบตัว ..มีวูบนึงที่คิดว่าเอ๊ะ ที่นี่บ้านเพื่อน

กุเป่าวะ? ว่าแต่อีแถวบี 8-9ในจอตอนที่เราซื้อตั๋วนั้น

มันโดนรถชนตายหรือว่ามันแค่จองแล้วไม่มาวะ?

แล้วถ้าอยู่ๆ เกิดแถวด้านหน้ามีไอ้หน้ากากสครีมโผล่ขึ้นมา

(พร้อมทั้งง้างมีดตามแบบฉบับ).. ตูจะทำยังง๊าย???

เขาว่าเหยื่อของหมอนี่คือผู้หญิงหน้าอกตู้มๆ กรี๊ดๆ

เอาล่ะ พอกำลังได้อารมณ์หลอนๆ ทันใดนั้นเหมือนมันรู้ใจ

ผ้าม่านก็เลื่อนเข้าหากันดังอ๊าดดดด..............

เสียงของมันเข้าทำลายความเงียบในโรงและขวัญข้าเจ้าไปพร้อมๆกัน

(ตกใจนะโว๊ยเฮ๊ย)เข้าใจบิ๊วนะตัวเอง แหม..เข้าใจบิ๊วจิงๆ..(-_-')

นี่บริการพิเศษจากโกล์ดคลาสใช่มะ? จะได้จำไว้

จากนั้นโฆษณาก็เริ่มฉายพอให้รู้ว่าเขาไม่ยกเลิกรอบฉายนี้แน่แล้ว

ฉับพลันก็มีคู่หนุ่มกับหนุ่มเข้ามานั่งที่แถว D ถัดลงไป 1 แถว

และผู้ชาย 1 คนมานั่งแถว B ด้านหลังที่ควงป็อบคอร์นมาด้วย

กับคู่ชายหญิงแถวหลังสุด(A)อีก 1 คู่ตามมาติดๆ

(เอ๊อ..จะนัดกันเข้าไม่มีชวนเลยนะ มาพร้อมกันหมดยกเว้นกรูคนเดียว)

ทั้งหมดในโรงก็เท่านี้แหละค่ะ เช็คตอนยืนสรรเสริญพระบารมีอีกรอบ..

หนังเริ่มฉายละ...(ไม่มีการสปอยล์แน่นอน เพราะเรื่องนี้

เล่าให้ตายก็ไม่สนุก ต้องดูด้วยตัวเองเท่านั้น)

ขณะที่ดูรู้สึกเหงาอย่างประหลาด คงเพราะไม่รู้เลย

ว่าคนอื่นๆในโรงรู้สึกยังไงกันบ้าง(เพราะนั่งกันแถวละคนสองคน)

แต่เราเองรู้สึกว่า เฮ่ย..นี่บทพูดเอามันอย่างนี้เลยเหรอ?

ไม่รู้ว่าเขาจงใจให้รู้สึกว่าพวกสาวๆมันเอาแต่พูดเรื่องงี่เง่า

ไปตลอดครึ่งเรื่องเลยหรือเปล่า หรือว่าเขากำลังสดุดีหนังที่เขารัก?

ยิ่งสาวๆกลุ่มหลังนี่ชัดเลย แต่ก็ยังดีที่มีเฉลยในที่สุด

ว่ามันกำลังจะทำอะไรกัน นั่นค่อยยังชั่วหน่อยเพราะเราไม่รู้จัก

ชื่อหนังที่พวกหล่อนพูดถึงซักกะเรื่อง

ได้แต่รู้สึกคุ้นๆกับอะไรบางอย่างซึ่งก็บอกไม่ได้อยู่ดี

*ต้องไปค้นค่ะ ต้องไปค้น..อิอิ

ก็นะ ดูไป..ด้วยยังไม่ด่วนสรุป ดีที่เป็นแฟนหนัง

เควนตินอยู่แล้วก็เลยทนดูต่อไปและต่อไปได้เรื่อยๆ

*ทะลึ่งไปเอา Natural Born Killers มาเปิดดู

เมื่อสองสามปีก่อน เพราะคิดถึงความมันส์เมื่อครั้งได้ดูครั้งแรก

แต่ดันรู้สึกว่าพอกลับมาดูอีกทีแล้วมันตลกและงี่เง่าอะ งานนี้เลยมีลุ้น

หรือตอนดู Kill Bill ก็ว่าหนังมันดำเนินเรื่องน่าติดตามดี

แม้เราจะเบื่อไปเลยตอนที่ต้องดูภาพการ์ตูนญี่ปุ่นอยู่หลายนาที

(อเมริกาชอบ แต่เราเบื่ออ่า) แต่ก็รอดูต่อไปได้ ไม่ว่ากัน

*เข้าจาย..ว่าอเมริกัน มันก็ขี้เห่อไม่น้อยหน้าคนแถวนี้หรอก โฮะๆ

อย่าง Death Proof ถ้าไม่รู้ว่าเป็นหนังเควนติน

เราอาจจะเดินออกจากโรงไปแล้ว เพราะช่วงหลังๆที่เคยถูกบังคับใจ

ให้ไปดูหนังจีนมาหลายเรื่อง(นั่นมันบีบคั้นหัวใจกันมากมายเชียว

เราไม่ชอบดูเอามากๆเลยอะ)ก็เลยทำให้ได้คิดถึงการลุกออกจากโรง

แล้วกลับบ้านไปเลยอยู่บ่อยๆ แต่ครั้งนี้ มันเป็นหนังเควนตินเชียวนะ

มันต้องมีอะไรคุ้มค่ารออยู่แน่ๆเรย เยย เยย...

แล้วก็ไม่ผิดหวังแฮะ(ไชโยๆ)เงินที่ทุบกระปุกมาดู

เริ่มคุ้มค่าเมื่อมีฉากรถ และเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น

ก็ไม่รู้ดิ ถึงโปสเตอร์หนังจะมาเป็นรูปรถเห็นๆ

แต่เราก็ไม่ยักกะหวัง ว่าจะได้เห็นฉากรถมันส์ๆในหนังเรื่องนี้เลย

ก็นี่มันหนังเควนตินง่า รถมันมีไว้สำหรับสำหรับหนังตำรวจ

หนังแอกชัน หรืออะไรก็ตามที่ไม่ใช่แนวฆาตกรรมฟิล์มนัวร์อย่างนี้

ไม่ช่ายเหยอ?(อือ ด่วนสรุปดีนัก จ๋อยไปเลย..)

ตอนปิดเบรคกลางเรื่องรู้สึกคล้ายกับ..มันทรมานกรูให้ทนนั่งเบื่อ

อีพวก HotChick ทั้งหลายที่เอาแต่คุยๆๆ จนคนดูเบลอแล้วคิดว่า

กุมาทำไรที่นี่วะ แล้วพวกเมิงจะคุยกันไปอีกนานไหมวะ..

แต่แล้วพ่อเคิร์ต รัสเซล ก็เริ่มออกอาการสันดานดิบ ที่ไม่ต่างไปจาก

รูปลักษณ์ภายนอกที่คนดูอย่างข้าเจ้าด่วนสรุปมันเอาไว้เลย 55555

เลือดหยดแรกมีมาให้เห็น(ก่อนหน้านั้นเป็นน้ำลาย กับท่าเขมือบ

อาหารสุดเซ็กซี่ อึ๊ยยยย์..)แล้วการฆ่าโหดก็เริ่มขึ้น...

โดยอาวุธคือ(จุด จุด จุด)

จากนั้นตำรวจก็อธิบายหนังเกือบทั้งหมดให้เข้าใจกันตรงๆเลยเชียว

ทดแทนบทที่ไม่มีอะไรเลยมาเกือบชั่วโมง(แต่คุ้มนะนั่น เชื่อไหม?)

ฮัลโหลๆ มีใครคิดถึงอะไรที่คาดเดาไม่ได้บ้างมั๊ย?

คิดถึงและอยากดูหนังที่เดาตอนจบไม่ได้กันบ้างไหม?

ยุคหนึ่ง..ได้ยินคนไทยเราพูดบ่อยๆว่าฉันชอบหนังฝรั่งเพราะฉันเดา

ตอนจบไม่ได้ หรือ หนังฝรั่งดีกว่าหนังไทยเพราะเดาตอนจบไม่ได้..

แหม..ฉันไม่เห็นด้วยกับอีกระแดะอาจารย์วิชาEng.นั่นเลย

หนังสนุกๆ ดีๆสักเรื่อง แม้ผู้ร้ายจะตายและพระเอกกู้โลกสำเร็จ

ถ้าเขามีอย่างอื่นมานำเสนอ หนังดียังไงมันก็ยังเป็นหนังดีวันยันค่ำ

-ไม่รู้ทำไมต้องคอยเสาะหาข้อสรุปมายึดเหนี่ยวจิตใจกันอยู่เรื่อย-

ไอ้ประสาทแดก(ด่ามานเรยๆ ฮึ่มๆ)

*แต่ว่าหนังอย่าง Death Proof มีข้อดีในเรื่องนั้นน่ะ*

ปกติตอนดูหนัง ก็ยินดีที่จะไม่เดา เชี่ย ไรเลยอยู่แล้วอะนะ

เพราะเรามีนิสัยของนักนิติวิทยาศาสตร์(โอ๊ว ใครจะเชื่อมึงลงคะ)

ทั้งๆที่หนังก็ดำเนินเรื่องแบบไม่มีเชี่ยไรเลยเหมือนกัน แต่..

Death Proof จบแบบทารันทิโน่ทุบต่อมอะดินาลินเรากระจุย

ทุบครั้งแรกแตกดังโพล๊ะ แล้วทุบซ้ำ ซ้ำ

ทุบแล้วทุบอีกจนเละ เลอะ เปรอะเต็มเบาะเก้าอี้โรงหนังกันปายย

ก็ หน้าชา.. ที่เบ้าตามีของเหลวดันขึ้น รู้สึกชาและเปียก..

ตั้งแต่ที่หัวไปจนถึงเบาะที่นั่ง เราหัวเราะแบบสะใจ(มาก)

แล้วหยุดไปเสียเฉยๆ (ดูคล้ายคนเสียสติอยู่เหมือนกันนะ)

ก็เริ่มกังวลนะ ว่าคนอื่นในโรงจะด่วนตัดสินเราหรือเปล่า?(ว่าโรคจิต)

แต่แล้วก็ไม่สน และขอสะใจกับหนังโดยการหัวเราะดังๆอีกที

แอบชกมัน(ในใจ)ซึ่งมันหนักหน่วงกว่าที่เคยดูหนังแอกชันเรื่องไหนๆ

มาเชียวละ(เวลาที่เอาใจช่วยพระเอกไง)

*สะใจกับหนังเรื่องนี้มากค่า ฉันรักเควนติน ย๊ากกกกส์........

ไม่เหมือน Natural Born Killers, Kill Bill,

From Dusk Till Dawn ฯลฯ และอื่นๆที่เขาเกี่ยวข้องเลย

อาจเพราะเราอายุยังน้อย เกิดไม่ทันอะไรหลายๆอย่าง และเราก็ไม่ใช่

อเมริกันแท้ ที่ผ่านมาตอนดูหนังอย่าง 8 Mile ซึ่งเรารู้จักแทบทุกสิ่ง

ที่ถูกพูดถึงในหนังนะ และเข้าใจดีว่าคนข้างๆเขาดูกันไม่รู้เรื่อง

ตอนนั้น Eminem แรพได้สะใจ สนุกออก เพราะมันด่าคนที่เราอยากด่า

แต่คนอื่นๆในโรงนั่งเงียบเชียว(วันนั้นไปดูคนเดียวตามเคย)

เสียงบ่นอุบตอนหนังเลิกว่า"ไม่สนุกเลย"เข้าหูเราแต่เราคิดว่า

มันไม่ใช่ความผิดของหนังซักหน่อย และนั่นมันก็ทำให้เราเข้าใจ

ว่าการไปดู Death Proof ของเราครั้งนี้ก็ไปแบบไม่มีข้อมูลเท่าไหร่

ที่ไปนี่ก็รู้แค่ว่าเป็นทารันทิโน่ และอีกเรื่องเป็นรอดริเกซ(บ้าพอกัน)

แถมมันมีซอมบี้ ก็แค่นั้น..(แค่นี้ก็ทุบกระปุกแร๊ว อิอิ)

ขนาดโง่ๆเซ่อๆเข้าไปดูนะ แมร่งยังสนุกขนาดนี้

ข้าเจ้าขอสดุดีหนังนัวร์ด้วยคนแล้วกัน กรี๊ดๆ..

ดูจบออกมาแล้ว ขับรถเข้าบ้านตอนสามทุ่มครึ่งด้วยความผิดหวัง

ทางโรงยกเลิกรอบสุดท้ายของ Planet Teror เพราะรายได้

ไม่คุ้มฉาย เลยต้องไปดูในวันอื่นแทน (เซ็งว๊อย ที่ว่าฝันสลายน่ะ

เพราะอดดู 2เรื่องต่อกัน..ตอนนี้อยากดูอีกเรื่องใจจะขาด ฮืออ)

ยังไม่ 4ทุ่มเลย ซอยเปลี่ยวซะแล้ว.. ตอนขับรถตะลุยความมืด

มาจนใกล้จะถึงบ้าน ในใจเริ่มตั้งข้อสงสัยในตัวเอง ว่านี่จิตใจฉัน

เป็นคนอำมหิตโหดเหี้ยมหรือเปล่าวะ?

ฉันผิดมนุษย์ไหมที่เกิดความรู้สึกแบบนั้นในโรงหนัง?

เอ่อ ถ้านับถือคริสต์นะ วันอาทิตย์นี้คงต้องไปสารภาพบาปแน่แล้ว

*บางทีก็กลัวตัวเองนะ เง้อ

สรุป..

มีใครอยากไปดู "โคโยตี้ แข้งปืนกล" เป็นเพื่อนข้อยบ้างมั๊ยเนี๊ย ฮือๆ

อย่างน้อยอยากได้คุยกับคนที่ไปดูมา จะได้รับรู้ความรู้สึกคนอื่นบ้าง

ว่ามีใครเป็นเหมือนเราหรือเปล่า? (รู้สึกแปลกกับตัวเองนิโหน่ย)

อะนะ(เผื่อว่า)จะได้เลิกกลัวตัวเองสักที เหอ เหอ

ปล. เคยดูคาแรกเตอร์เซ็กซีๆในหนัง แล้วเดินออกจากโรงมา

รู้สึกว่าตัวเองเซ็กซีกันบ้างไหมยะ?(โดยไม่ต้องกินยาแก้แพ้55)

ฉันเป็นล่ะ.. ฉันรู้สึกตัวเองเซ็กซี่ตอนเดินออกจากโรงหนัง

จนถึงที่บ้านกันเลย ขอบคุณสาวๆในเรื่อง โดยเฉพาะ

Vanessa Ferlito(Arlene/'Butterfly')

(เล่นเรื่องนี้ตายอีกแล้ว หล่อนไปเล่นหนังหวีดได้แล้วมั๊งคะ อีนี่)

ใครรูปไม่ขึ้น คลิกขวาดูให้ได้นะยะ

ปล. คนชอบรถน่าจะดูหนังเรื่องนี้แล้วสนุกนะคะ ส่วนเฟมมินิสต์ หรือ

Girl Power ทั้งหลาย(เห็นในนี้มีเยอะ)หรือผู้หญิงที่ชอบ

ความรุนแรง ดูแล้วสนุกแน่เลยอะ(พยายามแนะนำแบบไม่

สปอยล์นะ ใครไม่ดูอย่าดู แต่ฉันยังสะใจไม่หายค่ะ..กรี๊ดๆ)

-ขอบคุณทุกคนที่ทนอ่านเจ้าค่ะ-

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ดู title แล้ว บ่ ซ่อบ หน ะว่า จะ รอ DVD หนะครับ ...

หนูกลัวเลือด (้เชื่อได้ไหมเนี่ย)

#1 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-08-08 23:18

^
^
อืมม์..ชอบหนังที่มีฉากขับรถไล่ล่ารึป่าวอะ ฉากเดียวก็คุ้มแล้วนะถ้าชอบ แต่ถ้าดูกันแบบผ่านๆไม่หนุกแน่เลย
อา ผมก็ชอบหนังเลือดสาดอ่ะ บางทีกระดี้กระดาจะดู แต่พอเช่ามาแล้วเวลาฉากโหดๆก็จะลุกหนี สับสนตัวเองเหมือนกัน จะมีก็แต่น้องสาวนี่หล่ะ ไม่เคยร้องจะดูแนวนี้ แต่ก็ดูได้ทุกฉาก โหดแค่ไหนพี่แกเฉยๆมาก

อายน้องตัวเอง

ว่าแต่ ที่พี่ไปดูนี่ หนังซอมบี้รึเปล่าฮะ? แล้วมันเกี่ยวกับไรอ๊ะ
ท่าทางจะหาเพื่อนดูด้วยยาก เพราะหนังดูยากครับ อารมณ์ไม่ค่อยแม็ทก็บคนดูทั่วไปบ้านเราเท่าไหร่ ดีที่ยังมีแฟนประจำอย่างคุณนะครับ เล่าช่วงแรกรู้สึกถึงความน่าเบื่อของหนังได้เลย ให้อารมณ์มากๆ แต่เริ่มเร้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ อะฮ้า ท่าทางต้องดูบ้างแล้ว แต่คงดู DVD แทนครับ

#4 By -Press F5- on 2007-08-09 09:31

ตอบน้องตด..

เขาว่าอีกเรื่องมีซอมบี้ ซึ่งพี่ยังไม่มีวาสนาไปดู แต่ Death Proof ที่ไปดูเป็นเรื่องแรกนั้นไม่มีค่ะ เป็นแนวฆาตกรรมเกรดบีล้วนๆ *ไม่ต้องห่วงเรื่องเสียวสยอง เพราะเรื่องนี้ไม่มีเวลาให้คนดูเสียวเลย รู้ตัวอีกทีก็ เฮ๊ย..!! สำลักpopcornกลืนน้ำลายเอื้อกๆไปแระ

ถ้าตดเคยดู from dusk till dawn พี่ว่าน่าจะพอสันนิษฐาน Planet teror ออก เพราะมันเป็นผีหลุดโลกไปเลย.. เอาวะ ยังไม่ได้ดูอย่าเพิ่งพูดดีก่า เด๋วผิดๆ แหะๆ พรุ่งนี้ต้องไปสัมภาษณ์ทักษิณซะด้วย เมื่อไหร่กุจาได้ดูหนางงงงง ฮือๆๆๆๆ
+ตอบคุณจอมมารพี

จะไม่ไปเป็นเพื่อนก็บอกมาตรงๆเถอะ..

.. ..
โห๊ยป้าดูหนังแนวนี้อีกแย้ว ผมดูโฆษณาแย้วเฉยๆอ่ะ
ม่ะได้อยากดูเท่าไหร่ แต่ก้อนะ ดูกันคนล่ะแนวนี่นา 555+

คุณแววชวนจริงๆหรือชวนเล่นๆอ่ะ อยากไปดูอยู่เหมือนกันค่ะเห็นตัวอย่างแล้วน่าจะมันส์ดี

#8 By eeddy(อี๊ด) on 2007-08-09 23:42

เจ้น่าจะชอบละคร ชุมแพ ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์สีกองทัพบกช่องเจ็ดสีทีวีเพื่อคุณ ด้วย

#9 By Conte 01 (203.146.136.88 /unknown) on 2007-08-10 15:40

ผมไปดูมาแล้วทั้งสองเรื่องครับ เพราะฉะนั้นคงจะไปดูเป็นเพื่อนไม่ได้
น่าเสียดายที่บ้านเรารวมถึงประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่อเมริกาแยกสองเรื่องนี้ออกจากกัน เพราะความตั้งใจแรกของทั้งคู่ ต้องการแสดงความคารวะโรงหนังGrindhouse หรือโรงหนังชั้นสองที่มักฉายหนังเกรดบี และฉายสองเรื่องควบ
เวอร์ชั่นอเมริกาที่ผมเองก็ไม่ได้ดู แต่ละเรื่องจะยาวประมาณชั่วโมงนิดๆ ตอนเริ้มจะมีหนังตัวอย่างเกรดบีที่ทำปลอมขึ้นมา 1 เรื่อง และอีกสามเรื่องคั่นระหว่างหนังสองเรื่องนี้
ที่ว่าเสียดายก็คือ หนังตัวอย่างปลอมๆ สามเรื่องที่ฉายคั่นกลางนั้น ไม่มีให้ดู ได้ดูเรื่องนึงเพราะมันปะหัวเรื่อง planet terror มา ที่เสียดายอีกประการหนึ่งคือ เมื่อแยกฉายแล้ว หนังจึงต้องมีความยาวเพิ่มขึ้นอีกเรื่องละประมาณยี่สิบนาที ทั้งสองเรื่องจึงมีช่วงที่ดูยืดเยื้ออยู่บ้าง เพราะเริ้มต้นหนังไม่ได้ถูกออกแบบมาอย่างนี้ Death proof จึงเห็นได้ชัดว่าฉากสนทนาดูยืดยาวเกินความจำเป็น ถ้าเรื่องนี้ไม่ใช่ทารันติโน่ หนังคงจะน่าเบื่อกว่านี้ หนังโชว์ความเก่งของการเขียนบทสนทนา และเทคนิคการเล่าเรื่องด้วยภาพที่แสนจะกวนตีน (จริงๆ เพราะเต็มไปด้วยภาพตีน) หนังเรื่องนี้ถ้าเทียบความเป็นหนังเกรดบี ดูจะสู้เรื่อง planet terror เพราะเรื่องนั้นมีทั้งซอมบี้ การแสดงเวอร์ๆ ผู้หญิงนมโตๆ ฉากเลิฟซีน ฟิล์มกระตุก และหายไปซะอย่างนั้นเป็นบางช่วง ที่เป็นเอกลักษณ์ของหนังเกรดบี แต่ถ้าพูดถึงชั้นเชิงการเล่าแล้ว Death proof ดูจะมีชั้นเชิงมากกว่า รวมไปถึงการแสดงความคารวะแด่หนังเกรดบี ที่เข้าขั้นคลาสสิคโดยการให้สาวๆในเรื่องพูดถึง การหักอารมณ์จากหนังผู้หญิงคุยกัน กลายเป็นหนังไล่ล่าโหดๆ ก็ทำได้อย่างสะใจ
ผมชอบทั้งสองเรื่องครับ แต่ planet terror ได้คะแนนดีกว่านิดๆ เพราะความจริงใจที่จะทำหนังในแบบฉบับหนังเกรดบีจริงๆ ถึงแม้ผมจะไม่ค่อยรู้เรื่องวัฒนธรรมการดูหนังเกรดบีของพวกอเมริกันสักเท่าไหร่ แต่ในฐานะที่ตอนเด็กผมเคยเช่าวิดีโอหนังแนวนี้มาดูก่อนนอนอยู่บ่อยๆ หนังสองเรื่องนี้ ซึ่งที่จริงแล้วมันคือเรื่องเดียว เลยทำให้ผมสนุกกับมันมากๆ

#10 By Brawatcher on 2007-08-10 16:59

อือนั่นสิเนอะ มันชื่อกรินเฮาส์นี่นา

ขอบคุณที่มาให้ข้อมูลเพิ่มนะเคอะ แล้วก็ลืมไปแล้วด้วยว่ามันต้องมีตัวอย่างหนังปลอมๆ(เพราะไปดูแล้วมันไม่มีอะฮืออ..ขาดทุน)เคยอ่านข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้มาอยู่บ้าง แต่มันหายยไปสนิท

ดูที่เมืองไทยก็ได้เท่านี้แหละ..ทำใจมานานแล้วกับอะไรแบบนี้555 เอาไว้วันไหนจะนั่งเครื่องบินไปดูมันที่อะเมริกาซะเลย..คับแค้นใจค่ะ

คุณอี๊ด.. แววไม่กล้านัดอะค่ะเพราะถ้าจะไปดูเรื่องที่เหลือนี้ คงจะเป็นการออกจากบ้านไปแบบปุปปับไม่มีแผนแน่เลย เพราะตอนนี้มีงานสำคัญๆรออยู่ และโรงฉายมีเพียงโรงเดียว-รอบเดียว/วัน เหลือ4วันสุดท้าย กลัวว่าตัวเองจะรับผิดชอบนัดไม่ได้(รู้นะว่าบ้านเราอยู่ไกลกัน) แต่ถ้าหนังมีหลายรอบเหมือนตอนเข้าสัปดาห์แรกยังจะพอมีหวัง

ตอนชวนอ่ะ ชวนจริงๆค่ะ แต่พอมาคิดดูแล้ว จะเจอกันยังไงล่ะเนี่ย?(เราผิดเองค่ะแหะแหะ)

อีทั่นเค้าท์ : ชั้นนึกว่าชุมแพเป็นละครสำหรับเกย์ซะอีก5555