เรื่องในวันวาน (มีใครรู้เรื่องพวกนี้บ้างภาค 2)
posted on 07 Jun 2007 16:21 by chalita in 2005-2007, recommended
หลังจากเขียนภาคแรกไป 1 วันก็มีความรู้สึกว่าได้รับฟีตแบคที่ดี
Click เพื่ออ่านภาคแรกจ้า http://chalita.exteen.com/20070607/entry
และตัวเองก็มีความสุขกับการรวบรวม แล้วเคาะเรื่องพวกนี้
ออกมาจากหัวสมองจังค่ะ เลยต่อภาค 2 อย่างไม่รีรอ
ขอทำหน้าที่คุณยายวรนาถ สืบต่อภาพในอดีตกันอีกซักหน่อยจ้า
ว่าด้วยลานสเก็ตที่เซนทรัลลาดพร้าว
สเก็ตที่ว่านี้เป็นรองเท้าสเก็ตแบบ 4 ล้อ วางคู่หน้า-หลังนะจ๊ะ
สมัยนั้นยังไม่เคยเห็นโรลเลอร์เบลด (พวก 4ล้อ..วางแถวเดียว
ลักษณะเหมือนใบมีดของรองเท้าสเก็ตน้ำแข็ง ป้ามาเห็นเอา
ก็อีกเกือบ 10 ปีต่อมาแน่ะ)
โดยลานโรลเลอร์สเก็ตนี้ก็ค่อนข้างจะเป็นที่มั่วสุมของเด็กวัยรุ่น
เพราะเพลงกระหึ่มความดังระดับดิสโก้เธค และดีเจก็พูดจา 2แง่ 2ง่าม
บรรยากาศเหมือนสถานเริงรมย์ตอนกลางคืนเปี๊ยบ
เด็กวัยรุ่นในนั้นก็สูบบุหรี่ เต้นรำ(จำเรื่องเครื่องดื่มไม่ได้)
นั่งจับคู่กันในมุมมืดๆ ตรงลู่สเก็ตก็เล่นตามๆกันไป
สเก็ตวนไปตามเข็มนาฬิกาบ้าง ทวนเข็มบ้าง
ส่วนตรงมุมๆ จะมีที่ให้หัดเล่นสเก็ตสำหรับมือใหม่
ตรงกลางลานนี่แหล่ะ ที่เราเข้าไปเต้นรำกันกลางวันแสกๆ
ค่าเข้าสนนราคาที่ 20 บาทตลอดวัน จะออกไปหาเพื่อนที
ก็จะมีตรายางปั๊มที่แขน เอาไว้โชว์ให้คนเฝ้าประตูดู
เพื่อกลับเข้าไปใหม่ได้อีกค่ะ (ตอนนี้ยังมีเก็บตั๋วเอาไว้อยู่เลย
เสียดายที่กล้องพัง ไม่งั้นคงได้เอารูปมาลงให้ดูค่ะ)
ลานสเก็ตเซนทรัลนี้ จะโดนตำรวจบุกทลายเข้าไปจับบ่อยๆ
บริเวณที่ตั้งก็คือ ชั้นใต้ดินห้างเซนทรัลพลาซาลาดพร้าวฝั่งถนนวิภาวดี
ซึ่งปัจุบันนี้ก็เป็น ท๊อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต นั่นเองค่า
(ป้าไปเดิน tops ทุกวันนี้ไม่ยักกะเคยนึกนะ ว่าที่นี่เอง
เมื่อตอนป้าอยู่ ม.1 :: อายุ13เอง :: เคยหลงเข้าไปเที่ยวกะเขาด้วย
ประสบการณ์เที่ยวกลางคืนของป้า ก็เริ่มมาจากตรงนี้
(น้องๆอย่าเอาอย่างนะคะ นี่มันเป็นแบบอย่างเลวๆ ไม่ดีเลย)
ซึ่ง..อีกไม่กี่ปี
ป้าก็ข้ามถนนวิภาวดีมาเที่ยวที่เดอะพาเลซ 'The Palace' แทน
แต่ก็ไปด้วยความที่ป้าชอบฟังเพลง และชอบเต้นรำท่ามกลางแสงสี
(แหม ป้าชอบดูคอนเสิร์ตจะตาย ป้าเปล่าเป็นเด็กไม่ดีนะตัวเอง..)
ปล.เรื่องการเข้าดิสโกเธค เมื่อก่อนก็ห้ามเด็ก
อายุต่ำกว่า 15 เข้าเหมือนกัน แต่บอดี้ป้าตอนอายุ13-14
มันสูงใหญ่เหมือนเด็กฝรั่งอายุ19แล้ว เลยผ่านฉลุยฮ่ะ
ได้แก่แร่ดตั้งแต่เด็ก(แต่ป้าเป็นเด็กดี จริงๆนะ ตัวเอง**ไขว้นิ้วอยู่**)
ตอนนั้นลานสเก็ตคงจะมีระบาดไปทั่วโลก
เพราะก็ยังเห็นในซีรี่ส์อเมริกันย้อนยุค เรื่องThat '70s Show
มีฉากลานสเก็ตกับโบล์ลิงอยู่หลายตอน
ลานสเก็ตอีกที่หนึ่งในกรุงเทพฯ ที่เราอุตส่าห์ไปรู้ไปเห็น
ก็เป็นตึกแถวอยู่ในตลาดสามย่านข้างๆ ม.จุฬาเลย(ฝั่งมาบุญครอง)
ชื่อปาปิญองคาเฟ่ อันนี้ป่าวแก่แดดไปเที่ยวนา
เพราะตอนนั้นอายุยังไม่ถึง 10ขวบเลย แต่ที่ปาปิญองคาเฟ่นี้
เขามาจ้างยามบริษัทของแม่
ตอนกลางคืนเปิดเป็นคาเฟ่มีนักร้อง..
ส่วนตอนกลางวันเปิดเป็นลานสเก็ตที่ชั้นสอง
ลานสเก็ตที่นี่ปูด้วยไม้ปาร์เก้ ที่รู้ก็เพราะลงไปดูมาใกล้ๆ
ตอนเล่นสเก็ตนั่นเอง (คือ ล้มไง..อย่างแรงเลย
เป็นครั้งแรกที่รู้ว่าก้นจ้ำเบ้ามันเป็นยังไง 5 5 5)
ที่นี่ก็มีวัยรุ่นพอสมควร แต่รู้สึกจะเรียบร้อยกว่าที่เซนทรัลเยอะเลย..
ตอนนั้นเรายังเด็กมากไม่ประสีประสาอะไร
ไปกันกับกลุ่มเด็กๆ 7-8 คน ไปถึงก็ไถๆแถกๆ เล่นรวมกับพี่ๆเค้า
(ส่วนแม่ไปเก็บค่ายาม) ก็มีเพื่อนข้างบ้าน ลูกคนใช้ฯลฯ
ติดรถไปเล่นกันเป็นขโยง..จ้า
ตามด้วยไอซ์สเก็ตติงฮอล์ ที่เดอะมอลล์ 4 รามคำแหง
(ปัจจุบันกลายเป็นโรงภาพยนตร์เมเจอร์สาขารามคำแหง)
ที่นี่ก็จำอะไรไม่ค่อยได้มาก จำได้แต่ต้องขึ้นไปชั้น 2
และก็หนาวดี เมื่อก่อนสเก็ตสบายมาก เพราะไม่คิดเรื่องล้มเลย
ผิดกับตอนโตแล้ว คิดมาก.. เลยพาลเล่นไม่ได้
เมื่อก่อนเดอะมอลล์ 4จะมีร้านชื่อปูเป้ ทำกุ้งอบชีสอะไรสักอย่าง
กับพิซซ่าที่เราชอบม๊ากก..
กำลังคิดอยู่ว่า พอ..สเก็ตน้ำแข็งที่เดอะมอลล์ราม
ไม่มีแล้ว ก็ยังเหลือที่เวิร์ลเทรด..แต่จริงๆ ที่นั่นก็ไม่มีแล้วเพราะ
กลายเป็นเมเจอร์ไปเหมือนกัน (ตัวเองไปดูหนังที่นั่นมาแท้ๆ
กลับคิดว่าเออ..มันคงอยู่อีกฝั่งมั๊ง ก็นะ..เดี๋ยวก็โดนเด็กล้อ
ว่าป้าแก่แล้วอีกตามเคย) ซึ่งตอนนี้โรงหนังเมเจอร์เซนทรัลเวิร์ล
ก็เปลี่ยนไปเป็นยี่ห้อของ SF อีกทีแล้วจ้า..
แมคโดนัลด์ สาขาแรก(ที่เห็น) คือที่ห้างโซโก้
(อัมรินทร์พลาซา ราชดำริ) โดยที่ทางเดินในห้าง
บริเวณหน้าร้านแมคฯ และจะมีรถไฟจำลองจอดอยู่
ลูกค้าร้านแมคฯ จะเข้าไปนั่งกินเบอร์เกอร์ในรถไฟขบวนนั้นได้
ซึ่งเมนูมาตรฐานก็ไม่ต่างไปจากปัจจุบัน
ก็คือมีแฮมเบอร์เกอร์ ชีสเบอร์เกอร์ บิกแมค
แมคฟิช(เมื่อก่อนชื่อ ฟิเล โอ ฟิช)
แต่ทำไมไม่รู้ ในทุกๆเมนู
ทางร้านจะทำขนาดที่ใหญ่กว่า 1 ไซส์มาขายด้วย
และมันจะมีคำว่าแกรนด์นำหน้าชื่อ เช่นแกรนด์ชีสเบอร์เกอร์
เราไม่เคยกินพวก แกรนด์ เลยไม่รู้ว่ามันพิเศษกว่าตรงไหน
แต่ที่สังเกตเห็น ก็คือ เมนูแกรนด์
จะใช้ขนมปังแบบที่มีงาโรยอยู่ด้านบนด้วย
(หรูกว่าเบอร์เกอร์ระดับไพร่รับประทาน) จ้า...
ลานโลกดนตรี เมื่อก่อนทุกวันอาทิตย์จะมีคอนเสิร์ตโลกดนตรี
ถ่ายทอดสดตอนเที่ยงตรงทางช่อง 5
มีศิลปินทุกค่ายทุกหน้า สมัยอิทธิ พลางกูร, อัญชลี จงคดีกิจ,
เบิร์ด ธงไชย, ไมโคร, ต้อมเรนโบว์, อัสนี วสันต์, คาราบาว
(วงหลังสุดนี่ไม่กล้าไปดูเลย กลัวโดนลูกหลง)
ป้าเคยไปดูอยู่หลายวงเหมือนกัน เพราะอยู่ใกล้บ้าน
ถึงวันอาทิตย์ทีไร จะไปถามพวกอีพี่ๆข้างบ้าน
ว่าวันนี้จะไปดูไหม? พาเค้าไปด้วยนะๆๆ(ทำตาปริบๆด้วย)
ลานโลกดนตรีภายหลังจากเลิกไปแล้ว ก็กลายเป็นที่จอดรถ
ของททบ.5 อยู่พักหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นก็กลายมาเป็นอาคารสูงๆ
สีเขียวๆ อยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลพญาไท 2 ในปัจจุบันจ้า
(7 สีคอนเสิร์ตเราไม่เคยไปดูเลย เพราะไปหมอชิตไม่ถูก กร๊ากก..)
บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งถนนที่มุ่งหน้าไปดินแดง ราชปรารภ..
สองฝั่งจะเป็น "ห้างโรบินสัน" และ "เซนเตอร์วัน"
(ชื่อคล้าย เซนเตอร์พอยต์มากๆ ตอนแรกๆที่มีเซนเตอร์พอยต์
ข้าเจ้าสับสนชื่ออยู่บ่อยๆ ::แก่แล้ว::)
โดยห้างเซนเตอร์วัน..นี่ก็ปรับปรุงมาจากห้างเดิมตอนนั้น ที่ชื่อ
พีเพิลพลาซา(People Plaza) อีกที
สิ่งที่ป้าจำได้ก็คือร้าน A&W ที่อยู่ชั้นสอง สมัยวัฟเฟิล
ยังมีเหยือกน้ำเชื่อมเมเปิ้ลบริการ ทานไปฟังเพลงยุค 60th ไป
(ตอนนั้นก็ว่าฟังเพลงในอดีตแล้วนะ แปบเดียวมันก็
กลายเป็นเหตุการณ์ในอดีตตามไปด้วยแล้ว เฮ้อ..-*-)
บริเวณร้าน A&W ทุกวันนี้ เป็นที่ตั้งของ
ร้านหนังสือดอกหญ้าอนุสาวรีย์ชัยฯนั่นเองจ้า..
สวนจตุจักร ที่เราเดินกันทุกเสาร์-อาทิตย์นั้น
ในอดีตมันถูกย้ายมาจากสนามหลวงจ้า
โดยสมัยสนามหลวงยังมีตลาดขายหนังสือเก่า เป็นแผงๆ
ตรงพระแม่มวยผม(เรียกแบบนี้คงรู้เนอะ)
อันนี้ป้าเองก็เกิดไม่ทัน.. เลยไปถามพวกเบบี้บูมมาให้
ได้ความว่า..หนังสือเก่าที่สนามหลวงจริงๆแล้วมันเป็นหนังสือใหม่
แต่เป็นล็อตที่เหลือขายมาจากโรงพิมพ์ โดยเขาจะใส่แถบสี
ที่สันหนังสือมาให้รู้ว่าอันนี้เป็นของเหลือขาย
แล้วก็เอามาขายราคาถูก ไม่เหมือนหนังสือเก่าสมัยนี้ที่เป็นมือสอง
เหลือจากชั่งโล สภาพและเนื้อหาไม่ดีเท่าหนังสือเก่าที่สนามหลวง..
ก็เอาเป็นว่า คนเบบี้บูมเจนเนอร์เรชัน เขาตัดพ้อมาว่า
ตลาดหนังสือดีๆ ที่สนามหลวงมันได้หายไปแล้วตลอดกาลนั่นเอง
จบที่ความเศร้า
ไหนๆไปแถวสนามหลวงแล้ว พาเดินมาบนถนนราชดำเนิน
มาสุดตรงสะพานผ่านฟ้าฝั่งตรงข้ามป้อมปืนใหญ่สักหน่อย
บริเวณที่เป็นโลหะปราสาทตรงหัวมุมถนนนั้น
เคยมีโรงหนังชื่อเฉลิมไทย (เป็นที่มาของห้อง "เฉลิมไทย"
ในเวบบอร์ดพันทิปนั่นเอง) เป็นที่เสียดายมากเพราะเป็นโรงหนังที่สวย
ไม่แน่ใจว่าสถาปัตยกรรมแบบเดียวกับสกาล่า(สยาม)หรือเปล่า
แต่ที่ถูกรื้อไป เพราะมันไปบดบังทัศนียภาพของโลหะปราสาทนั่นเอง
ครั้งนึงป้านั่งรถผ่านศาลาเฉลิมไทย แล้วขณะนั้น
เขาฉายหนังผีไตรภาคที่ชื่อ "มันแอบอยู่ในหอ"
(ภาค2-3คือ "มันโผล่ขึ้นมาหยอก" และ"มันลุกขึ้นมาอ้อน"
:: เรื่องหลังนี่ นำแสดงโดยดาริน กรสกุล ป้าที่หอบลูก
มาออกรายการตีสิบไปเมื่ออาทิตย์ก่อน::
ส่วนดาราประจำไตรภาค ก็คือพวกซูโม่ ป้าจำได้แค่..
ซูโม่เจี๊ยบวัชระ ปานเอี่ยมกับซูโม่ตุ๋ย..เล่นละมั๊ง)
แล้วผีในเรื่องคงจะเป็นเปรต เพราะที่หน้าโรงหนังวันนั้น
ป้าเห็นหุ่นเปรตตัวใหญ่ ยืนพาดอาคารโรงหนังอยู่
หัวมันสูงจนหัวพาดไปถึงหลังคาเลย น่ากลัวมั่กๆ
อิชั้นก็กลัวตัวเกร็งๆ.. แอบภาวนา
ว่า อย่าให้มีเหตุอันต้องลงจากรถเลย
เพราะผีในหนังมันน่ากลัวมากๆๆ
(ไม่รู้เอามาดูตอนนี้จะน่ากลัวไหมนะ
แต่จำได้ว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่สนุกมากจ้า..)
สุดท้ายนี้คือ ห้างสยามดิสฯ (Siam Discovery)
บริเวณนี้ เมื่อก่อนเป็นเพียงลานจอดรถกลางแจ้งของสยามเซนเตอร์
และ เมื่อถึงเดือนพฤศจิกายน ไปจนเดือนกุมภาพันธ์ ในทุกๆปี
จะเป็นเทศกาลลานเบียร์คลอสเตอร์.. คงเป็นที่มาของเบียร์การ์เดน
ที่อยู่ตามหน้าห้างต่างๆในทุกวันนี้
ซึ่งตอนนั้น เบียร์ "คลอสเตอร์" จะผูกขาดจัดเบียร์การ์เดน
ที่ลานแห่งนี้แต่เพียงผู้เดียวมาเป็นสิบๆปีเลยมั๊ง
ซึ่งเรายังจำบรรยากาศตอนที่พ่อกับแม่พาไปได้
บรรยากาศดีกว่าลานเบียร์สมัยนี้เยอะ
มีการแข่งดื่มเบียร์จากเหยือกแก้วทรงรองเท้าบู๊ธ สนุกมาก
มีปาเป้า ชิงรางวัลอากาศตอนนั้นก็หนาวจริงๆ
เหมือนไปเที่ยวเมืองนอกเลย
ตอนนี้มีร้าน "น้ำเคียงดิน" ถนนอักษะ พุทธมณฑล (เราชอบร้านนี้จัง)
พอจะมีบรรยากาศคล้ายๆลานเบียร์ในอดีตอยู่บ้างเหมือนกันนะ
เพียงแต่มันไม่มีแข่งกินเบียร์น่ะ :: โฆษณาให้ตั้ง 2 ทีแล้วนะ ไปกิน
มาไม่รู้กี่สิบครั้งแล้ว ป่านนี้ยังไม่ได้บัตรสมาชิกลดค่าอาหารเลย ฮือๆ ::
* ด้วยความที่ป้าไม่ดื่มแอลกอฮอล์
เลยไม่รู้ว่าตอนนี้ยังมีเบียร์ยี่ห้อนี้ขายอยู่หรือเปล่า?
แต่ยังสามารถจำสโลแกนของเขาได้แม่นเลย
"คลอสเตอร์... ความสุขที่คุณดื่มได้"
ขอบคุณทุกคอมเมนท์นะคะ อยากให้มาแชร์กันนะ
เพราะมันทำให้เรารู้สึกดีขึ้นในวันห่วยๆค่ะ
(อัพบลอกบำบัด)
ปล. ขอบคุณน้องโธมัสที่เอาลิงค์ไปลงให้นะจ๊ะ
เป็นเวบที่ประหลาดดีเหมือนกันแฮะ
สมกับสาระในบลอกนี้จริงๆเลยค่ะ แหะแหะ
ตอนนี้เป็นชั้นโรงหนังไปแล้วมั้ง(ยังอยากเล่นอยู่เลย)
เลยอ่านเพลินไปเลย สนุกดีเหมือนกันแฮะ
#1 By reed on 2007-06-07 19:44