.

.

ย้อนเวลาไปสักประมาณ 15-20 ปี ตอนนั้นเราอายุประมาณ 12-13

เริ่มจะมีรสนิยมในการฟังเพลงเป็นของตัวเอง ถ้าจำไม่ผิด เทปเพลง

ม้วนแรกในชีวิตที่เราซื้อคงจะเป็นเทปเพลงไทย ชื่ออัลบัมว่า 'เต็มถัง'

ของวงไมโคร... ปกเหลืองๆ ราคาประมาณ 50 บาท(ล่ะมั๊ง...)

.

.

.

เมื่อก่อน ก็จะฟังตามพี่ๆบ้าง ฟังเองจากรายการวิทยุบ้าง จำได้ว่า

ไปดูคอนเสิร์ตกับพวกพี่ๆบ่อยๆ ทั้งเสียสตางค์ดู ทั้งฟรีคอนเสิร์ต

อย่างรายการโลกดนตรี และ 7สีคอนเสิร์ต ส่วนใหญ่ก็เป็นเพลงไทย

แต่ถ้าเพลงฝรั่ง เรามักจะเอาเทปหรือแผ่นเสียงของพ่อมาฟัง

(เอ่อ..ต้องมีเด็กเกิดไม่ทันเครื่องเล่นแผ่นเสียงแน่เรยย -_-!)

.

สมัยนั้น จะทำอัลบัมรวมเพลงกันเอง โดยการอัดจากเทปลงเทปบ้าง

หรือไม่ก็จากแผ่นเสียงลงเทป.. เราจะมีเครื่องเสียงเป็นของตัวเองอยู่

บนหัวเตียง ..เครื่องเล่นเทปตัวแรกของเราเป็น JVCสีบรอนซ์ มือสอง

ที่พ่อซื้อให้ (วิ่งไปดู..ไม่เห็นจะมีตัวหนังสือพอที่จะบอกชื่อรุ่นเลยแฮะ

แต่เห็นที่หลังลำโพงมีเขียนว่า PC-B5K Made in Japan เท่านั้นเอง)

ได้มาตอนนั้นอยู่ ม.1 (พศ.2531) ฟังจนสุ้มเสียงและลำโพงมีความนุ่ม

นวล ใส ทุ้ม นุ่มลึก ในคราวเดียวกัน (เราชอบเสียงของมันมากๆเลยล่ะ)

.

5 ปีต่อมา ตอนเข้าไปเรียนโรงเรียนศิลปะนี่แหละ เราฟังเพลงฝรั่งล้วนๆ

คงเพราะเริ่มไปดูหนังกับเพื่อนบ่อยๆ ส่วนใหญ่จะดูหนังฝรั่งและจะชอบ

ซาวน์แทรค(หมายถึงเพลงประกอบภาพยนตร์)มากๆ

.

อ่ะ ตอนอยู่ที่โรงเรียน ฟังเฮฟวีเมทัล..

แต่พอกลับบ้านไป ฟังเพลงประกอบภาพยนตร์ซะงั้น

.

ช่วงนี้นี่เองที่การซื้อเทปเริ่มมากขึ้นๆ เครื่องเสียงตัวที่ 2 ของเราเป็นโซนี

ผลิตใน'เจแปน'เหมือนเคย ได้มาตอนแรกดีใจนะ เพราะมันเป็นสีดำ เจ๋งดี

แล้วตอนนั้นเราแต่งห้องเรา เป็นสีขาวดำทั้งห้องเลย แต่ด้วยความใหม่

ของมัน เสียงยังเลยแข็งๆ สู้ JVC ไม่ได้...

เราติด JVC เพื่อนเก่า ตอนนั้นคิดถึงมัน อาลัยอาวรณ์ทุกคืนเหมือนกัน..

แต่อีกใจก็ชอบของใหม่.. ต่อมาเราฟังโซนีไปอีก 2-3 ปี เปิดแต่เมทัลๆ

กระแทกมัน เล่นทีก็เร่งเสียงดังลั่นบ้าน โมโหใครก็มาเปิดอัด..อัด..ตู้มๆๆ

เข้าไป ไม่นานเสียงก็ดีขึ้น..

.

เลยรู้ว่าเครื่องเสียง..นี่ ต้องมีการวอร์ม เหมือนกับรถยนต์เลยละ

.

ช่วงนั้นมีเรื่องน่าคิด...

เราเริ่มรู้จักคลื่นวิทยุที่เปิดเพลงสมัยใหม่ ดีเจ.ในตอนนั้น ก็แถวๆ คุณ

สาลินี ปันยารชุน, คุณโจ มณฑาณี (อย่างพี่โจ..นี่ เราจำไม่ได้แฮะ ว่าฟัง

แกเปิดเพลง?) แต่สิ่งที่เราจำได้คือ..กระแสเทปลิขสิทธิ์มันมาตอนนั้น

.

พี่ๆดีเจ.พวกนี้แหล่ะ ที่บอกให้เรารู้ว่า เทปที่เราซื้อส่วนใหญ่เป็นเทปผี

ขอให้เราเลิกซื้อซะ หันมาซื้อเทปลิขสิทธิ์ เพราะถ้าเราซื้อแต่เทปผี..

ทางต้นสังกัดเขาจะไม่มีรายได้.. พอเขารู้สึกว่าทางเราไม่ได้ซื้อเขา

เขาก็จะไม่มาเล่นคอนเสิร์ตแถวนี้หรอก....

.

(กรี๊ดว๊าย ตายสลบ...!!!!!!!!) จ๊ากๆๆ

.

ตาย.. ตายห่ะแล้ว!!! นี่กรูเพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าเทปที่บ้านเป็นเทปผี สาบานได้

ว่า ณ ปี พ.ศ.2535 ข้าพเจ้าไม่รู้จักเทปลิขสิทธิ์และเทปผีมาก่อนเลย

สำหรับเราแล้ว เทปเพลงก็คือเทปเพลง เท่านั้นจริงๆ

.

.

ตอนนั้นมี Guns n' Roses:Use Your Ilussion I(^ตามรูป)

ปกเหลือง เอาไว้ในครอบครอง เรียบร้อยแล้ว(ผีค่ะ) และยังมีอัลบัมอื่นๆ

ของวงอื่นๆอีกมากที่เป็น ผี แต่ยังดีที่มีซื้ออัลบัมนี้เป็น ซีดี ให้แฟน(ใน

ตอนนั้น)ไป 1 แผ่น เป็นของขวัญวันเกิดให้เขา (ซีดีลิขสิทธิ์แผ่นแรก..

ซื้อที่ร้านแมงป่องMBK)

.

เจริญไหม.. ซื้อซีดีของแท้ให้แฟน แต่ตัวเองฟังผี เยี่ยมม..

.

แต่ก็ดีใจ เพราะตังค์ค่าซีดีจากเรา ไปถึงร็อคสตาร์วงนี้อย่างแน่นอนแล้ว

(แต่ทามมาย มานมาเล่นคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่น แล้วกลับบ้านมันไปเลยง่า..

ม่ะเห็นมานจาแวะ มาเล่นบ้านเราเลย ฮือๆๆๆ.. พี่โจโกหก..T^T)

.

ตอนนั้นยังดีที่ GNR. ออกอัลบัมดังกล่าวมารวดเดียวสองชุด เทปลิขสิทธิ์

ม้วนแรกในชีวิตของข้าเจ้า ก็เลยเป็น Guns n' Roses : Use Your

Illussion II ปกสีน้ำเงิน (ตามรูป >)

.

ก็เป็นการซื้ออัลบัมภาคสองที่ตามมา เป็นของแท้ นับว่าข้าเจ้าได้ครอบ

ครองอัลบัมนี้แบบไม่สมประกอบเลย เพราะภาค1 เป็นผี และภาค2 เป็น

ของแท้

.

เหมือนชะตาฟ้าจะลิขิต ให้ข้าเจ้าต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ เช็ดเม็ดไปเลย

ว่า..ระหว่าง ลิขสิทธิ์ กะ ผี มันต่างกันอย่างไร?

ก็ แหม.. เล่นซื้ออัลบัมเดียวกัน แต่คนละภาค มาอย่างละชุดนี่..

.

โหยคุณผู้อ่านขา....

กันส์แอนด์โรสเสส..ยูสยัวร์ฯ 2 ปกน้ำเงินของแท้อ่ะนะ ตัวคาสเซต(เทป)

ด้านข้างติดสติกเกอร์สวยหรู(สมัยยังไม่เป็นแบบสกรีน) คลี่ปกออกมา

ได้ 7-8 ทบ..หนาตึ้บ

.

ข้างในมีเนื้อเพลงครบทุกเพลง(เอาไว้ให้ร้องตาม และเปิดดิกฯแปลเอา

ในยามว่าง) มีรายละเอียดของการทำอัลบัมนี้ กับรูปสวยๆของสมาชิกวง

เต็มไปหมด อ่านได้เพลิน...เป็นเหมือนดั่งสูจิบัตรในคอนเสิร์ตเลย

.

ใครไม่รู้จักสูจิบัตร..จะบอกให้

มันคือเอกสาร(ที่มักมาเป็นเล่ม) ในนั้นจะมีระบุเพลง, โปรแกรม

ที่จะใช้เล่นในคอนเสิร์ต พร้อมความหมายและความเป็นมา

อ้อ..นี่หมายถึงคอนเสิร์ตซิมโฟนี ออร์เคสตรานะ

ประมาณว่า มีกี่ท่อนๆ ท่อนนี้สื่อถึงอะไร อารมณ์ไหน ใครแต่ง

ใครอำนวยเพลง ใครเป็นไวโอลินที่1(โซโล) สมาชิกมีใครบ้าง ฯลฯ

แบบที่ว่าสามารถเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้เลยน่ะค่ะ

...

การอ่านทุกตัวหนังสือ ที่ระบุไว้ในปกเทปลิขสิทธิ์อัลบัมนั้นจนหมด...

ทำให้เรารู้สึกว่า ตัวเองบรรลุถึงขั้นโสดาบรรณแห่งการเป็นแฟนวงนี้

เชียวล่ะยืดอก.. ภูมิใจม๊าก ว่าเรารู้ข้อมูลมากมายขนาดนี้ เราไปคุยกับ

เพื่อนได้(หรือไม่ก็ไปคุยทับเพื่อนมันเลย) บอกว่าเพลงนี้ใครแต่งท่อนโซโล่,

ใครคือศิลปินรับเชิญที่มาช่วยแต่ง, ท่อนนี้เสียงใคร, เพลงนี้รีเมก,

เอาของใครมา, เพลงนี้บันทึกเสียงปีไหน ฯลฯ

รู้ ไป หมด . . รู้ ไป โหม่ด..ฮ่าๆๆ

.

ข้านี่แหละ.. คือแฟนตัวจริง ฮ่าๆๆๆๆ(ภูมิใจไม่เสร็จ)

.

ต่างจาก ยูสยัวร์ฯ 1 ปกเหลือง(ผี)ของข้าเจ้า

เทปเป็นยี่ห้อพีค็อค(รูปนกยูง ซึ่งเป็นยี่ห้อผีสมัยนั้น)

(จริงๆแล้วอาจจะไม่ใช่พีค็อคก็ได้ แต่ประมาณนั้นแหละ)

ถ้าไม่ใส่กล่องที่มีปก หรือถ้าไม่เอาปากกาเขียนระบุเอาไว้ละก็

เทปทุกม้วนจะเหมือนกันหมด 'ติ๊กเกอร์ขาวๆวางรวมๆกันในรถงี้

..ต้องเปิดฟังถึงจะรู้ว่าม้วนนี้คืออัลบัมอะไร

.

ส่วนปก.. คลี่ออกมามีสองทบ(บางม้วนก็ทบเดียว) พลิกไปดูด้านใน

จะเห็นว่าไม่มีอะไรเลย เป็นสีขาวของกระดาษอาร์ตมันอ่ะ ยังดีที่มีชื่อ

เพลงบอกให้บ้าง(ส่วนที่อยู่ด้านหลังกล่อง)

.

และที่ฮากว่านั้นก็คือ..เพลงไม่ครบฮ่ะ

คือมรึงซื้อไปเลย เอาไปฟังแต่เพลงฮิตๆพอ

เพลงไหนฮิตๆ เปิดแมร่งเข้าปาย

จบแล้วกรอกลับมาเปิดใหม่

ไม่กะจะฟังทั้งอัลบัมไงคะ(ไม่รักกันจริงนินา)

.

วง Guns n' Roses ออกอัลบัม Use Your IllussionI และ II

วางแผงพร้อมกันในคราวเดียว เป็นอัลบัมที่ชื่อเดียวกัน แต่มีสองภาค

ภาค 1 ปกเหลือง มี 16 แทรคความยาวรวม 75 นาทีกว่า

ภาค 2 ปกน้ำเงิน มี 14 แทรคความยาวรวม 76 นาทีกว่าๆ

บรรดาเทปเปล่า หรือ เทปผี ถ้าจะมาอัดขายคงฟันกำไรกันยากอยู่

เพราะพวกแต่งมาด๊ายย.. ยาวเหลือเกิน

คงเพราะพี่แกเก็บกด ไม่ได้ออกอัลบัมมาข้ามทศวรรษ พี่เลยออกรวดเดียว

ปาเข้าไป 30 แทรค..บางเพลงยาว 9 นาที 20 วิ. บางเพลง 10 นาที 8 วิ.

.

นี่มันปราบผีชัดๆ จะตัดออกมาขายยังไงล่ะเนี่ย?

.

ซึ่งอัลบัมนี้เป็นอัลบัมที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์เพลงร็อค ว่าเป็นอัลบัม

ที่ดีที่สุดอัลบัมหนึ่ง ที่คนทั่วโลกรู้จัก(มั๊ง) อย่างน้อยเด็กไทยเรา อย่างเช่น

รุ่นน้องๆข้าเจ้า เด็กกว่าข้าเจ้ารอบกว่า ก็ยังเห็นมันฟังอัลบัมนี้เลยนะตัวเอง

ส่วนรุ่นพี่ๆข้าเจ้า ก็แฟน(เก่า)ข้าเจ้าคนนั้นไง เขาแก่กว่าข้าเจ้า 4 ปี และยัง

มีอีกมากมายหลายยี่ห้อบลอก ที่ข้าเจ้าเห็นว่ายังกล่าวถึง อัลบัมอมตะนี้

.

..ส่วนข้าเจ้าเอง ข้าเจ้าฟังทุกเพลงเลย เปิดฟังแต่ละครั้งก็มักจะฟัง

รวดเดียวตั้งแต่เพลงแรกไปยังเพลงสุดท้าย ทำอย่างนี้มาตลอดจน

ทุกวันนี้ (15 ปีมาแล้น) ข้าเจ้าร้องตามได้หมดทุกเพลงเลยนะ และก็ชอบ

ทุกเพลงเลยค่ะ

.

แมร่งตั้งใจแต่งโคตรแล้วอ่ะ คุ้มๆๆ ข้าเจ้ารักวงนี้มากเลย

.

กลับมาที่เทปผีอีกซักหน่อย.. เราไปเห็นอัลบัมนี้เป็นเทปผีขายอยู่ที่สวน

จตุจักร(ตอนนู๊นน..อ่ะนะ) ปรากฏว่า เขาใช้มุขจ๊าบจริงๆ คือทำอัลบัมนี้

ออกมาเป็น 3 ภาคซะเลย คือภาค1-สีเหลือง 2-สีน้ำเงิน และ 3-สีเขียว

.

เอากะมันสิ -*-

.

เราชี้ให้เพื่อนดูแล้วก็ขำ เพื่อนก็หยิบขึ้นมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ปรากฏว่าเพลงไม่ครบ และก็ไม่เรียงกันด้วยค่ะ มีบางเพลงที่ขาดหายไป

อยู่ดี และหลังจากนั้นเราก็ไปซื้อเทปลิขสิทธิ์ของปกเหลืองมาเก็บสะสมไว้

แม้เราจะมีเทปผีที่ฟังมานานอยู่แล้วก็ตาม โดยกว่าที่เราจะย้อนกลับไปซื้อ

ปกเหลืองชุดแรกนั้น การผลิตเทป ก็เปลี่ยนไปเป็นแบบสกรีน(ไม่มีสติกเกอร์

อีกแล้ว) รู้สึกเสียดายอยู่เหมือนกันค่ะ ที่ 2 ม้วนไม่เหมือนกัน(ไม่สมประกอบ

ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องเลยนะนี่)

.

ต่อมาอีกไม่กี่ปี พ่อก็ซื้อสเตอริโอชุดใหญ่แยก 4 ชิ้นให้อีก(โตแระ)

เพราะถึงคราวของเครื่องเล่นซีดีออกอาละวาดแล้ว ทุกวันนี้เราเลยมีทั้งเทป

ทั้งซีดีอัลบัม ซีดีซิงเกิล ครบหมดทุกเม็ด(เท่าที่จะหาได้นะ)โดยเป็นลิขสิทธิ์

ทั้งหมดค่ะ(เทปผีม้วนนั้นไม่ทราบหายไปไหน..สงสัยมันคงไปเกิดแล้วล่ะ)

....

เกริ่นมาซะยาว ก็เพื่อจะบอกว่า การจะปลุกจิตสำนึก ในเรื่องของการซื้อ

ซีดีลิขสิทธิ์นั้น มันไม่ใช่ว่าปลุกกันง่ายๆ เพียงแค่รณรงค์ๆกันอย่างเดียว

สำหรับเราแล้ว ชีวิตนี้หมดเงินไปกับซีดี(ของแท้)เยอะมาก โดยเราเต็มใจ

ที่จะซื้อเองและไม่เกี่ยวกับเรื่องของความถูกต้องมากมายเท่าไหร่หรอก

เรายอมรับความจริง ว่าเราไม่ใช่คนดีขนาดนั้น

.

สังคมนี้ ให้คุณค่าแก่เปลือกแห่งความดีกันมากไป ทำให้คนจำนวนมาก

ไม่เคยที่จะยอมรับความจริง และรณรงค์อะไรกันจริงจังไม่ได้สักที เพราะ

มองกันแค่เปลือก

.

แท้ที่จริงแล้ว เราซื้อซีดีราคาแพง หาใช่เราเป็นคนดี หรือเรามีเงินเยอะ

เลย หากแต่ว่าเราเห็นคุณค่าของมัน ซึ่งคนที่เขาผลิตงานออกมานั้น

เขาตั้งใจทำ เขาทำให้มันมีคุณค่า ดังจะเห็นได้ว่า...

.

- เขาตั้งใจทำเพลง เพลงของเขาเจ๋ง เพลงของเขาดีจริง และตัวเขา

เอง(นักดนตรี) กับงานที่เขาทำออกมานั้น ก็แสดงให้เห็นถึงความ

สามารถของเขา ว่าเขามีพรสวรรค์ มีศักยภาพในการทำดนตรีจริงๆ

และยังมีทีมงานที่ดีด้วย

หรือคนที่พรีเซนต์(กรณีไม่ได้แต่งเพลงเอง) ก็มักจะมีโปรดิวเซอร์ที่ดี

ซึ่งทีมแต่งเพลงก็ตั้งใจทำงานจริงๆ เพลงเขาเพราะจริงๆ ฝีมือจริงๆ

แนวจริงๆ เต้นกันจริงๆ และสร้างสรรค์จริงๆ

.

- โปรดักส์ที่ออกมา ดังที่กล่าวไปแล้ว ว่าเขาใส่ใจกับการออกแบบ

ผลิตภัณฑ์ ซึ่งใครมีในครอบครองจะรู้เลยว่า ในปกแต่ละอัลบัมนั้นไม่ว่า

จะวงไหน จะเป็นพอพ แดนซ์ หรือแนวอื่นๆก็ตาม เขาจะมีรูปสวยๆที่ถ่าย

ขึ้นมาเพื่อลงปกในอัลบัม หรือเชิญศิลปิน'มีชื่อ'มาวาดขึ้นอย่างสวย และยัง

มีไอเดียอื่นๆอีกมากที่อัดมาให้ และรวมถึงรายละเอียดของผลงาน เอาไว้

ให้สำหรับแฟนๆของพวกเขาได้อ่านกันจนหายคิดถึงอีกด้วย

.

(^เอารูปปกใน ของ Appetite for Destruction มาแน่ะ)

.

- เขามีการสร้างแบรนด์ด้วย จะเห็นว่าเขากล้าที่จะตัดซิงเกิลออกมา

ขาย ทั้งๆที่อัลบัมเต็มๆของพวกเขา ก็จะวางขายตามมาอยู่ดี ซึ่งถ้า

คนฟังคิดว่าเพลงที่ตัดซิงเกิลนั้น ฮิตติดหูและไพเราะดี ก็อาจจะเลือก

ที่จะซื้อแต่ซิงเกิลนั้นไปเพียงเพลงเดียวก็ได้ แต่บางคนจะคิดว่าซื้อ

เพลงเดียวไปทำไม รอซื้อทั้งอัลบัมคุ้มกว่า เขาก็มีให้เลือกทั้งคู่ ซึ่ง

บางคน..(เช่นเรา)ก็ซื้อมันทั้งหมด เพราะส่วนใหญ่แผ่นซิงเกิลมัก

มีเวอร์ชันอื่นๆเพราะๆแถมมาให้ด้วย(จะได้สะสม)

.

*ดีกว่าพวกเล่นมุก"เปลี่ยนปก" อยู่มุกเดียวนะว่าไหม?

.

ต่อมาคือการลงทุนลงแรงไปกับการแสดงคอนเสิร์ตของพวกเขา

นี่แหละที่เป็นรากฐานอันมั่นคงในการยึดแฟนเพลงเก่าเอาไว้อย่าง

เหนียวแน่น พร้อมๆไปกับการสร้างแฟนเพลงขึ้นมาใหม่ และโปรโมฯ

ทัวร์คอนเสิร์ตนั้น ซื้อใจเราได้หลายวงแล้ว บางครั้งเราเองแค่ไปเที่ยวผับ

แต่คืนนั้นมีวงมาโปรโมทัวร์ เล่นซัก 4-5 เพลง เราก็เลยได้ดู และได้รู้จัก

พวกเขามากขึ้น

.

ด้วยพลังแห่งความสามารถของพวกเขา เขาเป็นตัวจริง มีความสามารถ

จริง พลังของเขาในการแสดงออกมาใส่คนดูเป็นชุดเลย ซึ่งมันฉุดกระชาก

ความสุขของเรา มากพอที่เราจะหลงรักพวกเขาได้

*ที่ไม่ใช่แค่"สวย"และ"หล่อ" เข้าใจไหม?(ชักโมโหอีกแระ..เย็นไว้)

.

บางครั้งนะ เราไปดูคอนเสิร์ตเขาเพราะได้ตั๋วมาฟรีก็มี ไปโดยรู้จักแค่

ไม่กี่เพลง แต่พอไปฟังในคอนเสิร์ตเลยได้รู้จักเพลงอื่นๆของเขาอีก

พอดูจบก็เกิดความประทับใจหลายๆ ไปหาซื้ออัลบัม และพร้อมที่จะ

คบเขาเป็นแฟนต่อไป (-*- อ่ะ ไม..ใจง่ายจังฟะ)

.

และอย่างวงสุดรักของข้าเจ้า (GNR.) ในการแสดงของพวกเขา

เขาได้แต่งท่อนโซโลที่ยาวกว่าในอัลบัมเวอร์ชันเพิ่มเข้ามาอีก... ข้าเจ้า

กำลังฟังเพลงที่คุ้นเคยจากพวกเขาที่อยู่บนเวที แต่พอถึงท่อนโซโลก็ อ้าว..

(อีตา)"สแลช" ใส่ใหญ่เลยโห..นึกในใจว่ากำไรแล้วกรูๆ(ตาเป็นประกาย)

เพราะว่ามันเพราะมากๆ สมกับเป็นการแสดงสดจริงๆเลยเจ้าค่ะ

.

แล้วก็แสดงกันอย่างเต็มที่ หวดกันสุดๆ เครื่องดนตรีบนเวทีนับไม่ถ้วน

แบบนี้ไม่รักได้ไง (อ้อ คอนเสิร์ตไทยก็มีนะ ท่อนโซโลที่ไม่มีในอัลบัม

เวอร์ชันน่ะแต่ไม่รู้เรียกว่าคนฟังได้กำไรหรือเปล่า เพราะมันคือท่อน

เดียวกัน กับที่GNR.เพิ่งเล่นไป(ที่เล่าไป)เมื่อกี้เลย ใครที่ไม่รู้ก็คงคิดว่า

ได้กำไรไปละกัน..งั้น)

.

ดูจบขายวีดีโอคอนเสิร์ตได้อีก และต่อด้วยออกอัลบัมไลฟ์อีก 1 ชุด

.

และอื่นๆอีกมากนะ

แต่แค่นี้พอจะบอกพวกคุณ(ผู้ผลิต)ได้ไหม

ว่า "ที่ฉันซื้อ มันไม่ใช่แค่ลิขสิทธิ์เพลงโว๊ยย.."

ฉันเสียเงินซื้อของสะสมของฉันต่างหาก

.

.

งานเพลงมันก็มีคุณค่าในระดับหนึ่ง

แต่การเป็นแฟนของวงนั้น ประเมินค่ามิได้

ยิ่งการบันทึกประวัติศาสตร์ชีวิตของฉัน ณ ช่วงเวลา

ที่อัลบัมนั้นวางแผง และถูกเปิดบ่อยๆน่ะ

ยิ่งไม่สามารถประเมินค่าได้เลยจริงๆ

.

การมีซีดีอัลบัมเก่าๆที่ทางวงตั้งใจทำขึ้นนั้น

ราวกับเราซื้อประวัติศาสตร์เก็บไว้เชียวละ

ไม่ใช่ฟังผ่านๆแล้วโยนมันทิ้งไป

.

เขาทำแค่เพลงหรือ? นั่นไม่จริงเลย

ผลงานของเขานั้น มันมีอนาคตแฝงอยู่ด้วย

เขาทำ"อัลบัม"ที่ฉันจะเก็บมันเอาไว้

เล่นมันซ้ำในยามที่คิดถึงความหลัง

ปกเก่าๆ กล่องมีรอยขูดขีดทำให้นึกถึงเพื่อนเก่า

ที่เคยยืมไปแล้วไม่รักษาของ

.

.

เพลงที่ฟังกี่ครั้งก็ยังเพราะ และบางเพลง

ก็มีเด็กรุ่นใหม่ๆนำมาคัฟเวอร์

เท่าที่ทุนทรัพย์ของฉันจะมี 15 ปีผ่านไป

ฉันมี อัลบัมและซิงเกิลรวม 2 ร้อยกว่าแผ่น

มันเป็นคุณค่าทางใจ

.

สำนึกมันเกิดจากตรงไหน?

.

รณรงค์น่ะหรือ หึหึหึ จับแผงขายแล้วเอารถบดมาทับๆ

เอา"ศิลปิน"มาพูดว่าเราต้อง"ซื้อ"ของแท้นะ?

ทำได้แค่นี้เหรอ?

เพลงก็ลอกเขามา..

นักร้องก็เอาไฮโซมา เอาดารามา

เอาเด็กเส้น.. ลูกท่านหลานเธอมา...

หรือดีกว่านั้น ก็ประกวดกันเอามา

เล่นเรียลลิตี้โชว์ จะได้สร้างกระแส

มีฐานแฟนเพลงที่หากันอย่างนี้....

.

แต่งเพลงน่ะ แต่งเผื่ออนาคตบ้าง ไม่ใช่สักแต่ว่าขายๆๆ

ทั้งอัลบัมเพราะอยู่เพลงแรกเพลงเดียว

อีก 9 เพลง(จำนวนแทรคมาตราฐาน)ฟังไม่ได้เลย

แต่ละอัลบัมก็ฟังแบบเอาพอเลิกฮิต ก็โยนทิ้ง

ต่อมา..เน้นจัง ว่าอะไรฮิต แนวสการ์? ริทึมส์แอนด์บลู?

พังค์, อีเลคทรอนิกา? เน้นพูดตามทอล์คโชว์จังเลยเรื่องแนวเนี่ย

ทั้งๆที่มันก็กลองตัวเดิม ตีออกมาดังก๊องแก๊งๆเหมือนกัน

นักดนตรีก็โยกหัวทำหน้าปวดขี้..

เด็กไทยหลอกง๊ายง่ายเนอะ

.

กรี๊ดกันทีก็กรี๊ดที่เขาหล่อ เขาสวย

ร้องเพลงเสียงควายออกลูก(โหยด่ามุขแสนเก่า)

ตัวเองไม่ได้มีความสามารถเลย

อย่างนี้คนฟังเขาก็รู้สึกได้

ว่าคุณเองก็ไม่ได้จริงจังกับการทำงานแต่อย่างใด

พวกเขาก็เลยไม่จริงจังกับการอุดหนุนคุณเช่นกัน ฉันใดฉันนั้น

นับประสาอะไร จะมาให้เขาซื้อผลงานคุณอย่างจริงๆจังๆล่ะ

ก็ในเมื่อเวลาคุณสร้างผลงาน พวกคุณยังไม่ใส่ใจมันเลย

.

ฉะนั้น ถ้าไม่พัฒนาตัวเองให้ได้สักที น่ะนะ..

- ก็จง เก็บเงิน เอาไว้จ้างรถบดเถอะค่ะ -

.


ปล. ขอบคุณ "นักมองบรา"มากๆนะคะ สำหรับข้อความในคอมเมนท์ของเอนทรีที่แล้ว คุณอาจไม่รู้หรอกว่ามีความรู้สึกมากมายขนาดไหนเกิดขึ้นกับเราหลังจากที่ได้อ่านมัน(บอกแค่นี้แล้วกัน)

อย่างไรก็ดี นับวันเราก็ยิ่งรู้สึกว่า การมาเขียนบลอกที่เอกซ์ทีนนั้น ทำให้พบเรื่องดีๆเกินกว่าที่จะเคยคิดฝันได้

เราพูดจากใจจริงนะว่า เรารักคุณทุกคนเลย ฮือๆๆ แงๆๆ(ซึ้งง่ะ)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เราบอกตรงๆว่าตัวเองก็มักซื้อ"ผี"เยอะเหมือนกันแม้จะรู้ว่ามันไม่ดีก็เถอะ

#1 By eeddy(อี๊ด) on 2007-05-13 11:46

แวะมาตอบค่ะ 555

Ctrl + A

#2 By no one on 2007-05-13 11:50

โห๊เจ๊ฮาร์ดคอร์มากๆ
แต่เรื่องเทปผีหยอ ม่ะเคยซื้อนะ....แต่โหลดอย่างเดียว
ถึงจะเลวแต่จะบอกว่ามันขายโก่งราคามากๆ
กำไรจะเยอะไปไหน งุิงิ
ที่อเมกาเพลงล่ะ 0.99 เหรียญเองถูกมาก(เงินมันนะ)
ดูเพลงไทยแต่ล่ะเพลงแพงชิบเป้ง!!!
สมัยนี้ร้ายกว่าซีดีผีเยอะเลยงิ
เพื่อนมีนซื้อมา 50 บาท ปรากฎว่าตอนเอาไปฟัง กลับเป็นแค่แผ่นก็อปธรรมดาเอง
เสียเงินมากขึ้นซื้อแผ่นแท้ดีกว่าเยอะ ^ ^
(พี่อยู่ม.1 มีนยังไม่เกิดเลยแฮะ - -*)

#4 By ~:+:*P.a.T.a.L.o.T*:+:~ on 2007-05-13 12:04

^
^
น้อง.. อย่าพูดแบบนั้นบ่อยๆนะ นะจ๊ะ.. นะ
คุณเยี่ยม..พักนี้เจ๊ไม่ค่อยได้ซื้อแล้วเหมือนกัน ถ้าไม่เห็นว่าลดราคาลงมาจริงๆแล้วเจ๊คงขาดช่วงไปนานกว่านี้อีก แถมพักนี้ชีวิตไม่ค่อยมีอะไรน่าจดจำเท่าไหร่นิ

แต่2อัลบัมที่พูดถึงนั่น มันดีจริงๆนะตัวเอง
แบบว่า เป็นคนไม่ซื้อ เทปผี ซีดี ผี อยู่แล้วครับ


















ไม่ซื้อ ในประเทศครับไปซื้อแม่สาย

แบบว่า เพราะอะไร ???

เหตุ ผลก็ ง่ายๆ ก็ สอง ค่ายใหญ่ที่ออกมา

มันออก มาแบบ น่าเบื่อหน่อยหนะ

ซื้อมา สามร้อย พังได้ สามสิบ เพงเดียวที่เข้าหู หน่อย

เลยขอเก็บ เงินไว้ ให้ ค่ายที่ไม่ค่อยเผางานละกัน

ประเภท สามปี ออกที แต่ผลงานชิ้นนั้น ฟังมา เป็นสิบปี แล้ว คงไม่ต้องบอกนะว่า ค่ายอะไร ในไทย




ปล. เล่น เครื่องเสียเยอะกส่าผมเยอะ เลย ของผม เครื่องเสียงตัวแรก เป็น เครื่องเทป ที่แถม กับ นม โฟโมสต์ (มั้งนะ นานแล้ว)

ได้มาเพราะ พี่สาวไม่เอา


ภูมิใจ มาก ฟังได้ สองเดือน ะัง ค่าซ่อม สามร้อย ไม่ซ่อม มันเลย



กว่าจะได้ เครื่องใหม่เลย อีกนาน ^^

#7 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-05-13 16:37

เง้อ เจ๊น้องเค้าพูดมาก็มีเหตุผลนะ ผมเพิ่งขวบเดียวเองตอนเจ๊ม.1ง่ะ หุหุ
^
^
อ๊ายย เว๊งง

ฮือๆ อ้ายบ้าๆ

ขอบใจนะยะ กะลังเหงาเลย เฮ้อ
เออ จริง.. เจ๊ยังไม่ได้บอกเลยนิหว่า ว่า 200 กว่าแผ่นของเจ๊ ไม่มีเพลงไทยเลยนะคะ(เจ๊ไม่ได้นับอ่ะ)

แต่ไม่ได้แบ่งแยกหรอกนะ เพลงไทยเพราะๆก็มี แต่เจ๊ไม่ซื้อ ด้วยเหตุผลดังกล่าว..จิงๆนะตัวเอง
จ้าาจ๊ะเชื่อจ๊ะ
ช่างเป็นนักฟังเพลงตังยงคนหนึ่งจริงๆ ครับ ชอบเพลงฝรังเหมือนกันเลย

นักร้องโปรดของผมคือคริสตี้ กับโจนัส
ร้องเพราะมาก มีลูกคอ 7 ชั้น 5555

ผมไม่เคยซื้อเทปผี เพราะมันไม่มีซีลพลาสติกให้แกะออก แบบว่าได้ฟีลลิ่งแบบเปิดซิงอ่ะ ชอบรู้สึกสะใจ คิดเท่านั้นจริงๆ

กูคงเป็นเอามาก

#12 By Authorized by Contessa I on 2007-05-14 13:03

^
^
(...พูดไม่ออก)
เริ่มต้นการฟังเพลงคล้ายๆกัน guns n' roses นี่แหล่ะ มะมากๆ

ตอนเด็กๆก็ซื้อบ้างเหมือนกันเทปพีค็อก
เรื่องจิตสำนึกของลิขสิทธิ์ ...แน่นอนเลยครับ
ว่าถ้า มีของอย่างเดียวกันวางไว้ใกล้ๆกัน อันนึงลิขสิทธิ์ อีกอันไม่ใช่ เป็นผมๆก็ซื้อลิขสิทธิ์อยู่แล้ว คุณค่าทางด้านแพคเกจมันคนละชั้นกัน
ทว่า...ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนี้เลยสักกะนิดเดียว

เรื่องของเรื่องคือ อัลบั้มส่วนใหญ่แล้ว
มันหาซื้อไม่ได้ หรือไม่มีให้ซื้อนั่นเอง
บ้างก็ไม่มีขายในไทย
บ้างก็ขาดตลาด ไม่ผลิตเพิ่มอีก
ิ์
มันช่างน่าเศร้านัก ที่เมื่อต้องการสนับสนุนลิขสิทธิ์
แต่มันไม่มีให้ซื้อ

ส่วนทางออกในเรื่องซีดีอิมพอร์ต ลืมไปได้เลย
ผมสามารถซื้อเท่าที่เป็นไปได้แค่นั้นเอง

ส่วนพวกค่ายเพลงไทยๆที่ทำเพลงไทยนั้น
ผมค่อนข้างจะเฉยๆ เพลงพวกนั้น ผมทำใจมานานละว่ามันอาจจะไม่ใช่เพลงที่ผมจะฟังแน่ๆ
แต่เห็นชาวบ้าน ต่างจังหวัด ฯลฯ ที่ฟังกันอย่างชื่นชอบ และมีความสุข ผมก็ว่า
เอ ถ้าพวกเขามีความสุขที่ได้ฟังเพลง ถึงจะเป็นเพลงอะไร ผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่ดีมากๆเลยครับ


ปล. ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมที่บล็อกครับ ขออนุญาต add fav ไว้ละกัน

= )

#14 By happy kid on 2007-05-15 13:25

I'm back in the U.S.S.R Harold Denholm.

#15 By Harold Denholm (208.184.65.73) on 2007-08-25 20:17