เราป่าวเตรียมตัวลงมือข่มขืนหนุ่มที่ไหนนะจ๊ะ แต่สงสัย(ร่าง)กฎหมาย

ที่เกี่ยวกับมัน เลยอยากขอความเห็นคนที่เข้ามาอ่านหน่อยจ้า ว่าที่มีคน

บอกว่ากฎหมายนี้มีไว้เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมนี่ มันเท่าเทียมยังไง?

(อ้อ เขาเจาะจงเลยด้วยว่าเป็นการลงมือของผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชายกับผู้ชายค่ะ)

เมื่อผู้หญิงถูกข่มขืนนะ ผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือทางร่างกาย ผู้หญิงจะเจ็บ

มากเพราะการข่มขืนไม่ใช่เรื่องทางเพศอย่างเดียว แต่เกิดจากความรุนแรง

ที่ฝ่ายชายต้องการประเคนให้ มันคือการข่มเหง รังแก ยัดเยียดความพ่ายแพ้

ให้กับผู้ที่อ่อนแอกว่า เพราะฉะนั้นผู้หญิงเจ็บตัวแน่นอน ต่อให้ไม่มีการทำร้าย

ร่างกายส่วนอื่น(ซึ่งก็ไม่น่าจะเป็นไปได้อีก)แต่เจ็บจากการสอดใส่โดยที่ฝ่าย

หญิงไม่ยินยอม(อย่าว่าแต่ไม่ยอมเลยค่ะ บางครั้งที่ยอมร่วมรักกับแฟนตัวเอง

โดยไม่มีอารมณ์ทางเพศ ร้อยทั้งร้อยก็บ่นว่าเจ็บค่ะ*อ่านได้ตามหนังสือที่

ผู้หญิงมาระบายนะคะ)แล้วถ้ายิ่งอยู่ในสภาวะตกใจกลัวด้วยแล้ว ช่องคลอด

จะแห้งและหดขนาดไหน แล้วต้องมาโดนบางอย่างเบียดเข้าไปเนี่ย

(ไม่อยากนึก เจ็บแทน)

ซึ่งถ้าไม่มีข้อหาข่มขืนมาเอาผิด ก็จะเหลือทำร้ายร่างกาย และอนาจาร แต่

ความเสียหายมันหนักกว่านั้น การถูกล่วงละเมิดทางเพศมันน่าอายด้วยเป็น

ความเสียหายทางใจ การเป็นเหยื่อข่มขืนส่งผลกระทบต่ออารมณ์อย่างรุนแรง

มันนรกสุดๆ เหมือนเพิ่งไปถูกบังคับให้ทำอะไรซักอย่างโดยไม่เต็มใจ ถูก

ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล..

ปกติเวลามีคนบังคับเรา เราก็ไม่ชอบใช่ไหม ยิ่งถ้ามาบังคับขืนใจเราด้วยการ

ใช้กำลัง เราเองจะแค้น เจ็บใจและเสียใจขนาดไหน แต่มันแย่กว่านั้นเพราะ

เขาละเมิดของสงวนเราด้วย โดยเราเสียเปรียบเขาทุกทาง ปกป้องตัวเองแทบ

ไม่ได้เพราะมิอาจสู้กำลังตามธรรมชาติของเขา

ปกติแค่กระโปรงเปิดก็อายแล้วนะ แต่นี่ถูกใครไม่รู้บังคับร่วมเพศน่ะ มันทั้งอาย

ทั้งเจ็บ โดยไม่มีปัญญาหนี หรือต่อสู้ แล้วผู้ชายน่ะเวลาลงไม้ลงมือกับผู้หญิง

มันน่ากลัวแค่ไหน แล้วไม่ใช่แค่ตบฉาดเดียวหรือสองฉาด แต่มันคือการข่มขืน

กว่าที่ผู้ลงมือข่มขืนจะสำเร็จความใคร่ มันต้องผ่าน"ช่วงเวลานึง"น่ะ มันเพียง

พอที่ผู้หญิงคนนั้นจะจดจำภาพนรกที่เธอตายทั้งเป็นได้ทุกวินาที แล้วเก็บภาพ

นั้นมาทำร้ายตัวเองต่อ ไปจนวันสุดท้ายของชีวิต

ยังไม่นับความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์และติดโรคที่ซ้ำเติมหลังจากนั้น หรือถูก

คนร้ายพยายามฆ่าเอาชีวิตแต่กลับรอดมาได้นะ เราคิดว่าเรื่องนี้มันทารุณมาก

ที่สุดเท่าที่ชีวิตผู้หญิงจะเจอได้แล้วล่ะค่ะ

ใครก็รักร่างกายตัวเอง ใครก็รักหัวใจตัวเอง ใครก็รักชีวิตตัวเองทั้งนั้น เหยื่อ

ข่มขืน ร่างกายบอบช้ำพังยับเยิน เจ็บหนัก บางรายต้องนอนโรงพยาบาลหยอด

น้ำข้าวต้ม บางรายต้องรับการผ่าตัดศัลยกรรมซ้ำ บางรายประสาทกิน

หวาดระแวง มีอาการทางจิต ใช้เวลาในการรักษาเยียวยาอย่างไม่มีกำหนด

แต่บางรายก็สบายหน่อย..เพราะวิญญาณได้หลุดออกจากร่างไปแล้ว

นี่คือความรุนแรงที่เพศชายทำได้ค่ะ(เขียนไปเขียนมาทำไมชักเครียด)

ก็เปรียบเทียบกันแล้ว ไม่เข้าใจจริงๆ ว่ากรณี"ผู้หญิงข่มขืนผู้ชาย"นั้น จะเกิด

ความเสียหายต่อคุณผู้ชายได้อย่าง"เท่าเทียม"กับที่ผู้หญิงเจอ จนกระทั่ง

ต้องมีกฎหมายออกมารองรับกันเลยหรือคะ นึกภาพ(ด้วยความพยายาม)ว่า

ผู้หญิงจะข่มขืนผู้ชายด้วยวิธีไหนได้บ้าง เอาเป็นว่านึกเท่าไหร่มันก็นึกไม่ออก

ไม่ make sense ในทุกกรณี หรือว่าของอย่างนี้ต้องลองทำดู?

ใครเคยถูกผู้หญิงข่มขืน หรือเคยไปข่มขืนผู้ชาย หรือเป็นผู้รู้ในเรื่องนี้ หรือมี

ความเห็นก็ช่วยให้ความกระจ่างกับเราหน่อยค่ะ จะเกิดความเท่าเทียมบนสิ่ง

ที่ไม่มีอะไรเหมือนกันเลยเช่น ผู้หญิงและผู้ชาย ได้ยังไง

เราแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงทั้งทางกายภาพและนิสัย? งงจริงๆค่ะ งงๆๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

จากปากผู้ชายที่ไปถามมานะคะ
เขาบอกว่า ก็มันจะได้"เท่าเทียม"

"เท่าเทียม"ก็คือ"เท่าไม่แท้"น่ะค่ะ เฮ้อ..
ผมก็สงสัยง่ะ งงผู้ชายเสียเปรียบผู้หญิงยังไง
ถ้าโดนข่มขืน(?) ใช้คำนี้ได้หยอ????
ฟังข่าวนี้มานานแล้ว
เราโคตรเกลียดผู้ชายเลยค่ะ
เกลียดทุกคน ......
เอาเปรียบ....ตายๆไปให้หมดทุกคนซะได้ก็ดี..

#3 By [Violence_Vile] on 2007-02-06 22:27

อืม...อ่านอย่างนี้แล้วแอบเครียด TwT

#4 By +++Mizumi+++ on 2007-02-06 22:29

นั่นดิ งงเหมือนกันว่ากฎนี้มันออกมาจากไหน เอาเวลาไปปรับปรุงบทลงโทษพวกที่ข่มขืนผู้หญิงจะดีกว่า ทำไรกันอยู่ก็ไม่รู้

#5 By เจนเนสซ่า on 2007-02-06 22:34

เราว่า...
น่าจะเป็น ทอม ข่มขืน ผู้ชาย น่าหวาน ทางประตู หลังมั้งครับ
(ล้อเล่น นะ เดี๋ยวจะหา ว่าเรา บ้ากาม)
เราว่า ยังไง ถ้าผู้ชายไม่ยอม
ไม่อยากกับผู้ญิง
ผู้ญิง ยังไง ก็ไม่สามารถข่มขืนชายได้
ยังไงก็ สู้ ชายไม่ได้ ถ้าชายไม่ยอม
...หว่า.... น่าสงสาร เพศ แม่ จังคร๊าบบ.
เป็นกำลังใจ ให้ สาวๆ ทุกวัย นะครับผม
สู้...สู้...นะครับ

#6 By L&B on 2007-02-06 22:35

มันขึ้นอยู่กับว่าจะตีความหมายของคำว่า "เท่าเทียม" ยังไง

ถ้าต้องการให้คำว่า "เท่าเทียม" = "เท่ากัน" คือต้องเจ็บเท่ากัน เสียหายเท่ากัน ด้านสรีระคงเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าด้านจิตใจถือว่า "เท่าเทียม" และ "เท่ากัน"

หรืออีกทาง กฏหมายก็คงไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าจะต้องเกิดจากผู้หญิงเท่านั้น อาจจะเป็นผู้ชายล่วงละเมิดทางเพศผู้ชายด้วยกันเองก็ได้

#7 By inane on 2007-02-06 22:36

ถ้าสมมุตติๆนะ
เราไปขืมข่นผู้ชายได้จิงนี่
จะมีความผิดยังไงอะ

อยากรู้มันเท่ากันที่ผู้ชายทำกันผู้หญิงปะ

#8 By ^__^ต้นตาล^0^ on 2007-02-06 22:38

ถ้าเป็นกรณีว่าไก่แก่แม่ปลาช่อนข่มขืนเด็กหนุ่มเวอร์จิ้นก็น่าจะเรียกว่าเป็นการข่มขืนได้นะคะแต่ก็คงมีน้อยกว่าผู้ชายข่มขืนผู้หญิงแหล่ะค่ะ

#9 By eeddy(อี๊ด) on 2007-02-06 22:41

อืม...

ในกรณีนี้น่าจะรวมถึงชายข่มขืนชายด้วยล่ะค่ะ

ที่เค้าคิดจะออกกฎหมายนี้ขี้นมาตามที่เราคิดก็คือ มันเป็นการล่วงละเมิดสิทธิ์ของอีกฝ่ายค่ะ
ไปกระทำการล่วงเกินโดยที่อีกฝ่ายไม่เต็มใจใช่มั๊ยคะ
เพราะฉะนั้นในกรณีที่หญิงข่มขืนชาย
ตามความคิดของผู้หญิง แน่นอนค่ะว่าเมื่อผู้ชายถูกข่มขืน ความรู้สึกเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตย่อมแตกต่างกับผู้หญิงแน่นอน

เรามีเพื่อนที่เป็นทีมงานทำรายการทางช่อง9 รายการหนึ่งนะคะ (ขอสงวนไม่เอ่ยชื่อ)เค้ากำลังทำเรื่องที่เด็กผู้หญิงเก็บแต้มอะไรกันเนี๊ยะล่ะค่ะ
บางคนก็ไปข่มขืนผู้ชาย!!!!
มีจริงๆค่ะ เราฟังครั้งแรกแทบไม่เชื่อ
แต่มันเป็นเรื่องที่เป็นปฎิกิริยาตามธรรมชาติอ่ะค่ะ
แม้ว่าจะไม่เต็มใจ แต่ว่าเมื่อชายถูกเล้าโลมมากๆ ปฎิกิริยาทางร่ายกายก็จะตอบสนองไปเองตามธรรมชาติ
ซึ่งแน่นอนค่ะว่าเจ้าตัวไม่เต็มใจให้เกิดขึ้น (อันนี้เพื่อนชายที่ไปสัมภาษณ์ชายผู้ถูกกระทำมาเค้ายืนยันว่างั้น หวังว่าเค้าผู้นั้นคงไม่เป็นเกย์ ='=;)
เค้าไม่คิดแจ้งความเพราะคิดว่าตำรวจต้องไม่รับแจ้งแน่ๆ (ก็แน่ล่ะค่ะใครจะไปเชื่อ เหมือนที่ผู้หญิงอย่างเราๆเชื่ออยู่ในขณะนี้)แต่ทางด้านจิตใจเค้าก็แย่เหมือนกัน (มายก็อด~)

เรื่องประเด็นที่ปฏิกิริยาทางร่างกายนี่ก็เป็นประเด็นเหมือนกันนะคะ
ว่าในเมื่อคุณตอบสนองอีกฝ่ายจะเรียกว่าข่มขืนได้มั๊ย!?
มันแล้วแต่วิจารณญาณค่ะ เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากกกก

เคยมีกรณีที่หญิงถูกข่มขืนแล้วไปแจ้งความจนขึ้นโรงขึ้นศาล
ทางฝ่ายผู้ชายบอกว่าเค้าไม่ได้ข่มขืนเพราะผู้หญิงมีปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกายคือมีสารหล่อลื่นไหลออกมาทางช่องคลอด และผู้หญิงมีอาการเกร็งกระตุก(เหมือนคนสำเร็จความใคร่อ่ะค่ะ)

ฝ่ายหญิงก็ยอมรับว่าจริง
แต่เธอก้ไม่ได้เต็มใจให้ชายกระทำอย่างนั้น
แล้วสรุปก็คือเธอแพ้คดีค่ะ
มันเป็นปฎิกิริยาตอบสนองโดยธรรมชาติอ่ะค่ะ แม้ว่าจะไม่เต็มใจก็ตาม

ที่จริงแล้วจะมีกฎหมายนี้เพิ่มมาเราว่าไม่เห็นเป็นไรเลยค่ะ มันเป็นเครื่องแสดงว่าเปลี่ยนไปของโลกใบนี้

แต่ผู้หญิงที่ทุกวันนี้ยังถูกกระทำเยี่ยงนั้นไม่หยุดหย่อน มันเป็นเรื่องที่น่าจะต้องดูแลมากกว่านี้ ทุกวันนี้คนที่กระทำเรื่องเลวทรามได้รับผลคืออะไร!?

แต่ยังไงความเจ็บปวดผู้ถูกกระทำก็มิได้จางหายอยู่ดี

โอยยย เพิ่งรู้ตัวเองว่าเม้นท์ยาวมากเลย 5555+

ปล.มิได้เข้าข้างผู้ชายค่ะ แต่พยายามเข้าใจผู้ชายด้วย

#10 By Boo-Boo on 2007-02-06 23:16

ประเทศไทยก็ยังคงเป็นประเทศไทยหละนะ
น่าเศร้าจังเลย
กับประเทศของเรา
หรือว่าประเทศไทยไม่ใช่ของเรา
เท่าเทียม -*-
เพศชายบางคนนี่ก็เอาเปรียบผู้หญิง แต่บางคนก็ดี (ที่เคยเหนมาน้อยมาก)
-*-
วิชาเรียนคอม อิอิ
แค่กๆ เลือดกำเดายังไม่หยุดไหล โอ้วๆๆ

#12 By ~:+:*P.a.T.a.L.o.T*:+:~ on 2007-02-07 09:15

ผมเองก็มีปัญหาเรื่อง ความเท่าเทียม กัน ระหว่างเพศ เช่นกันครับ
เมื่อไม่นามานี้ ผมไปเดินตลาดนัดเพียงเพื่อที่จะหาซื้อกางเกงขาสั้นมาใส่ เดินจนทั่วตลาดผม เจอแต่ร้านขายเสื้อผ้าผู้หญิง จนมาเจอหนึ่งร้านอยู่ในซอกหลืบอันมืดมิด ที่พอจะมีขาย แต่ก็เป็นกางเกงที่ดูไม่ได้อีกต่างหาก จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ซื้อมาใส่ สุดท้ายผมต้องไปเดินห้างซื้อกางเกงขาสั้นราคาแพงมาใส่ (ขนาดลด 50 เปอร์เซ็นต์แล้วนะ) ผมไม่ได้อยากเรียยกร้องความเท่าเทียมอะไรมากมายหรอกครับ แต่ช่วยให้ความสำคัญผู้ชาย(อย่างผม) หน่อยได้ไหม

#13 By Brawatcher on 2007-02-07 15:15

มันยากเนอะที่ฝ่ายชายจะมาวิจารณ์กฏนี้อะดูมันเข้าข้างผู้ชายอยู่นะ แต่ก็หวังว่าเขาจะเอาไว้ใช้กับกลุ่มเฉพาะเท่านั้นแต่พูดไปถ้าไปถึงศาลจริง ผู้พิภากษาคงปวดหัวอีกมากเลย
คิดว่าคงมีบางกรณีเท่านั้นที่จะเห็นความชัดเจน เช่น ชายขมขื่นชาย หรือ หรือสาวใหญ่ขมขืนเด็กน้อยต้ำกว่า10ขวบอะไรอย่างนี้อะ (คิดว่าตอนนี้เขาคงใช้กฏเกี่ยวกับการอนาจารอยู่ซึ่งโทษอาจจะไม่แรงเท่ากับการข่มขืนเขาเลยจะยกให้มันเท่ากัน) แต่คิดไปแล้วก็คงปวดหัวแน่นอนสำหรับคนที่ต้องมานั่งตัดสินคดีอะ

#14 By Initial-B on 2007-02-07 16:15

ความจริงแล้วไม่มีความเท่าเทียมในโลกหรอก ทุกสิ่งมีข้อเด่นข้อด้อยไม่เหมือนกัน ผู้หญิงผู้ชายก็ด้วย

กรณีนี้ ปล่อยในกระบวนการสังคมตัดสินไปเถอะ ซึ่งที่เห็นๆ เมื่อใครทำผิด ก็โดนประณามหยามเหยียด อัปเปหิ รุมสกัม ฯลฯ โดยไม่ต้องให้กฎหมายมาตัดสินลงโทษก่อน

แต่...เคสนี้ เราว่าไม่น่าจะถึงขั้นบัญญัติกฎหมายหญิงข่มขืนชายหรอก เราว่ามัน non sense นะ

ใช้ข้อหาทำอาณาจารหรือทำร้ายร่างกายก็พอแล้ว

ปล. รู้สึกไม่ดีที่สุภาพสตรีบางท่านในที่นี้ เกลียดผู้ชายทุกคน-- ฟังดูแล้วน่าจะเหมารวมมนุษย์เพศชายบนโลก-- นับว่าใจแคบไปหน่อยนะ เพราะผู้ชายดีๆ แล้ว ยังมีให้เห็น แต่ก็อาจน้อย

#15 By RosaRossa~~* on 2007-02-07 17:43

กฏหมายนี้ทำขึ้นเพื่ออะไรก้อไม่รู้

#16 By นายฉิม on 2007-02-07 23:32

โอ๊ว..ขอบคุณทุกความเห็นมั่กๆเลยค่ะ อันเนื่องมาจากเราเองก็คิดหัวแทบแตกด้วยเพราะอยากรู้ตื้นลึกหนาบาง แต่แล้วก็คิดไม่ออก เลยต้องอาศัยถามความเห็นจากหลายๆคนแบบนี้

อย่างน้อยได้แชร์ความเห็นกันแล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะเลยอ่ะค่ะ ว่าเออ เราก็คิดคล้ายกับคนอื่นๆนิ

พระเอกของเรื่องนี้ก็หน้าเดิมๆค่ะ ก็คือคุณ"เวลา" พี่เขาจะมาพิสูจน์ทุกอย่างตามเคยนะ ว่าอะไรมันดีคุ้มค่ากับทรัพยากรที่ต้องมาเสียไปเพราะการ"ทำ"มันแค่ไหนอย่างไรนั่นเอง

ถ้ามันเป็นของดีจริงเราทุกคนก็จะได้ยินดีกับสังคมนี้ล่ะค่ะ ที่ยังมีคนใส่ใจในสิ่งที่บางครั้งเราๆท่านๆก็อาจมองไม่เห็น แต่ถ้าพิสูจน์แล้วว่ามันไม่คุ้มเสียเปล่า ออกกฏมาไม่ได้ใช้ประโยชน์เลย ก็..

อย่างน้อยเราคงจำได้ ว่าวันนึงเราเคยวิจารณ์กันเอาไว้แล้ว และน่าจะเปลี่ยนวิธีคิด หามุมมองที่ดีและจริงจังที่น่าเชื่อถือกว่านี้ ก่อนที่จะหยิบยกอะไรขึ้นมาทำโดยใช้ทรัพยากรชาติให้คุ้มค่ากว่านี้แล้วกัน

ความเห็น(เล็กๆ)ของทุกคนในที่นี้มีคุณค่าต่อเรามากค่ะ

ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลานะคะ ซึ้งน้ำใจผู้คนที่น่ารักในนี้จังเลยค่ะ
อ่านแล้วเครียด และก็เป็นงง กับ(ร่าง)กฏหมายนี้เหมือนกัน

#18 By dasaifu on 2007-02-11 06:36

ตอนแรกตองให้ผู้ชายขัดขืนก่อน แต่ มักไม่ค่อยสำเร็จ เพราะ ชอบสมยอมทุกทีเลย!!!

#19 By cgc (61.91.222.39) on 2007-03-01 18:45

อ่านความเห็นข้างล่างแล้ว คิดว่า "ไม่เห็นใจผู้ชายกันบ้างหรืองัยจ๊ะ"

เอาล่ะ ๆ มาเข้าประเด็นกันเลยดีกว่า กฏหมายตัวนี้ เห็นจะมีที่มาจากการป้องกันเด็กชายถูกข่มขืน และล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งพบเห็นได้บ่อยมาก ๆ โดยเฉพาะจากชาวต่างชาติ ที่คิดเลยว่า ในไทยมีเด็กชายที่ล่อลวงได้ง่ายเยอะมาก เหมือนเป็นจุดขายของประเทศไทยในวงการนี้เลย (เฮ้ย ผมไม่ใช่คนประเภทนั้นนะ ถึงได้รู้น่ะ)

ทีนี้พอออกกฏหมายมาแล้ว ก็ต้องให้ครอบคลุมทุกกรณี ก็เลยมาว่ากันที่ หญิงข่มขืนชายด้วย ซึ่งก็ต้องว่ากันไปถึงการล่วงละเมิดด้วย เช่นการมาลูบ ๆ คลำ ๆ ของสงวนอะไรประมาณนี้ด้วย ซึ่งใช่ว่าเด็กทุกคนมันจะชอบนะครับ เด็กที่มันเด็กมาก ๆ 10 กว่าขวบยังไม่มีอารมณ์ทางเพศเนี่ย ถ้ามีคนมาทำแบบนี้ มันไม่ชอบหรอกนะครับ ยิ่งมีเพื่อนเห็น แล้วเพื่อนเอามาล้อนี่มันอายมากนะครับ ซึ่งเรื่องนี้เคยเห็นในข่าว กับพวกคอลัมน์ร้องเรียน

ส่วนเรื่องหญิงข่มขืนชายมันมีจริงๆ นะครับ เมื่อสักสิบปีก่อนเห็นจะได้ มีข่าวนักเรียนหญิง 12 คนรุมโทรม รุ่นน้องผู้ชาย โดยการจับผู้ชายคนนั้นมัดกับเตียง แล้วทำการปลุกปั่นให้อวัยวะเพศชายแข็ง แล้วก็ขึ้นคร่อมจนสำเร็จความใคร่ ซึ่งกว่าจะเสร็จสมทั้ง12 คน ก็โดนปั่นกันจนน้ำเหือดเลยล่ะ ซึ่งผลจากการนั้นเนี่ย อวัยวะเพศมันก็ต้องบวมและอักเสบครับ (อันนี้บอกไว้ประดับความรู้่ว่า ไอ้แท่งอันนั้นมันประกอบด้วยกล้ามเนื้อ ซึ่งถ้าเบ่งมันมาก ๆ มันก็ปวดเหมือนกันนะครับ บางครั้งแค่ครั้งเดียวนี่ก็ระบมไปถึงเช้าเลยเหมือนกัน)

ผลจากคราวนั้น รู้สึกว่าฝ่ายหญิงจะไม่โดนอะไรมาก เพราะไม่มีกฏหมายรองรับ และสังคมก็ไม่ได้มองว่า ผู้ชายเสียหาย นอกจากเจี๊ยวบวมแค่นั้น ซึ่งในความจริงผมว่ามันไม่ใช่แค่นั้นหรอก มันก็ต้องมีเรื่องโรคติดต่อมาเกี่ยวด้วย แล้วก็เรื่องสังคมอีก คงโดนเพื่อนล้อแน่ๆ เพราะสาว ๆ กลุ่มนั้นไม่ใช่ประเภทนางแบสวย ๆ เสียด้วยสิอีกทั้งเพื่อนมันคงคิดว่า ผู้ชายไรวะ ปล่อยให้ผู้หญิงจับตัวไปได้ ซึ่งก็อับอายเหมือนกัน แต่น้อยกว่าผู้หญิงแน่ ๆ ล่ะ

แต่ก็นะ มันไม่เท่ากับที่ผู้หญิงเสียหายหรอกครับ แต่กฏหมายแบบนี้มีไว้ก็ดี ก็จะได้เท่าเทียมกันด้วยล่ะ

สรุปว่า ผู้ชายก็ถูกผู้หญิงข่มขืนได้เหมือนกันนะ

(ป.ล. บอกว่าไม่ติดตามข่าวไปเมื่อเอนทรี่ที่แล้ว แต่เรื่องแบบนี้เจือกรู้ดีเว้ย)

#20 By เจ้าชายน้อย on 2007-12-16 22:50