(ต่อจากครึ่งแรก)

ผู้เขียนจึงตั้งประเด็นสงสัยว่าทำไมท่านถึงต้องเปลี่ยนชื่อ หรือจะเป็นนโยบายรัฐนิยมต่างๆของท่านก็ตามที *ความเห็นส่วนตัว -เราคิดว่าท่านมีบุคลิกหลงไหลอำนาจและเป็นคนที่มักทำอะไรเพี้ยนๆคนหนึ่ง- และการเปลี่ยนชื่อประเทศก็ดูเป็นพฤติกรรมที่ใจแคบไปหน่อย

เรื่องเล็กๆงี่เง่านี้มีส่วนที่ทำให้เกิดปัญหาโจรใต้บ้างหรือเปล่า แม้มันกินเวลามาประมาณ 60 ปี และมันดูไม่น่าจะสำคัญ แต่อย่าลืมนะว่าปัญหานี้เคยตกเป็นเกมส์การเมืองของรัฐบาลบางชุดมาแล้วด้วย ตอนนี้มันจึงทวีความรุนแรงและซับซ้อนบานปลายไปไม่รู้กี่ชั้น ไม่ทราบว่าจะหาปม สางผม ถางหญ้า..หาต้นสายปลายเหตุได้ยังไงแล้วเหมือนกัน ในเมื่อการกระทำที่รุนแรงขึ้นของกลุ่มโจร มีขึ้นหลัง(จากข่าว)เริ่มมีการตั้งพระพุทธรูปในโรงเรียนอิสลาม หรือไปรณรงค์ให้เขาสวดมนต์หน้าเสาธงก็ดีซึ่งมันเป็นพิธีของพุทธฯ เราเองอยู่กรุงเทพ เขียนแค่บลอกเล็กๆเราอาจรู้มาเท่านี้ แต่ความจริงไม่ทราบเลยว่าชาวอิสลามในจังหวัดทางภาคใต้เคยเจอกับอะไรแค่ไหน นานเท่าไหร่แล้วบ้าง ถึงได้ไม่พอใจการปกครองของรัฐบาลไทย

ทั้งนี้ถ้าเราสิ่งที่เราคิดมันมีส่วนถูกอยู่บ้าง อาจจะมีทางเพิ่มในการแก้ปัญหาก็ได้ ใครจะรู้ เพราะเราเองถ้ามีใครมาบังคับเราไม่ให้กราบไหว้บรรพบุรุษ ไม่ให้ไหว้พระจันทร์ ห้ามฉลองตรุษจีน หรือห้ามเรียกบิดาว่าป๊า อาม่าเราคงรับไม่ได้เหมือนกัน(แต่เราเฉยๆอ่ะเพราะเราไม่มีรากของฝั่งไหนเลย เจริญไหมล่ะท่านผู้อ่าน แหะๆ)

เราคิดจริงๆว่าความแตกแยกเกิดจากเมื่อคนส่วนหนึ่งมีพฤติกรรมที่ใจคับแคบ แล้วคนอีกส่วนเกิดอาการต่อต้านไม่พอใจ เราเองเก็บประเด็นอื่นๆมาผนวกเข้ากับเรื่องนี้เช่นกันนะ ว่า ถ้ามีใครมาบอกเราว่า 'เราต้องทำตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทย'นะ เราคงจะตอบเขาว่า อือ..เราจะพยายามนะ แต่เราต้องเห็นว่าดีจริงๆเสียก่อน ไม่ใช่เป็นเพียงสิ่งที่ผู้ใหญ่ต้นตระกูลไทยแท้ของคุณเขาแค่สั่งสอนทับถมๆกันมาสู่รุ่นคุณเท่านั้น โดยที่คุณก็แค่เชื่อฟังเขาโดยไม่ได้เคยหยุดคิดถึงเหตุผลเลยว่าทำไม

..แต่ถ้าจะหวังให้เราซาบซึ้งขนาดรับเอามาใช้ในการดำรงค์ชีวิตเลยนั่นคงไม่ได้ เราพูดตรงๆนะ การที่จะตัดสินเราว่า หากไม่ทำตาม'ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย'แล้วนั้นถือว่าแย่ เป็นคนไม่ดี เราไม่เห็นด้วยและรับไม่ได้เช่นกัน เพราะคิดกันจริงๆแล้วเราไม่ใช่คนไทยนะอย่าลืมสิว่าเราเป็นคนจีน บ้านเราไม่ได้สอนเราแบบนั้นแล้วทำไมเราต้องทำตามคุณด้วย พูดแบบนี้รังแต่จะส่งเสริมให้เกิดการแตกแยกกันเปล่าๆ(โดยที่คนพูดก็ไม่ได้รู้ตัวเสียด้วยสิ) โอเค..ว่าเราไม่เคยแสดงออกแบบนี้กับใครมาก่อนแม้แต่ครั้งเดียว เพราะเราไม่เคยมีความคิดอันไปสู่การแตกแยกและไม่ต้องการแตกแยกด้วย แต่ในห้วงความคิดของเรานั้น ลึกๆเรามีความคิดแบบนี้อยู่จริงค่ะเราไม่ปฏิเสธ ซึ่งเพราะมันก็คือความจริงไม่ใช่หรือ?

เราอยากบอกคนที่พูดแบบนั้นว่าคุณเองก็ต้องเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆด้วยนะคะ แม้คุณจะมีรากลึกของประเพณีไทยอยู่ แต่การที่คุณมาบอกให้เรา'อิน'กับสิ่งนี้เหมือนกับคุณ เพียงเพราะที่นี่ไม่ใช่สยามแล้ว แต่เป็นประเทศไทย ทุกคนต้องเป็นให้ได้อย่างไทยแท้นั้นเป็นการไม่ยุติธรรมเลย แม้จะไม่มีเจตนาแต่ขอให้ระวังแนวทางการพูดกันหน่อย สังคมที่แท้จริงของเราในวันนี้ยังหลากหลายอยู่และมีความเป็นเสรีอย่างแท้จริง ความเป็นจริงก็คือเราต่างกัน แล้วมันก็จะเป็นอย่างนั้นอยู่ตลอดไปค่ะ คุณไม่มีทางเปลี่ยนมันไปได้หรอก และในเมื่อเราทุกคนอยู่ร่วมกันได้บนความแตกต่างแล้ว ผู้เขียนก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงจะต้องไปเปลี่ยนให้มันเหมือนกันด้วย ไม่งั้นถ้าเราเขียนบทความนี้จบมีหวังคืนนี้นอนในคุกไปแล้ว

ใครจะรู้ว่าเรื่องแค่นี้ถ้าไม่หยุดคิดถึงมันบ้าง วันนึงมันอาจจะลุกลามไปลงเอยที่การสูญเสียชีวิตคนรุ่นหลังผู้บริสุทธิ์ไม่รู้เรื่องราวอะไรของเราอีกหรือเปล่า หรือเราควรคิดกันแค่ว่าอย่างไรก็ดี ครูจูหลิงก็ไม่ใช่ญาติฉัน

ทั้งหมดนี่ก็คือการตั้งข้อสังเกตุของผู้เขียนค่ะ

สุดท้ายนี้อยากบอกว่าดีใจมากที่มีครูกับเขาซักที..

ธรณีนี่นี้ เป็นพยาน
เราก็ศิษย์มีอาจารย์ หนึ่งบ้าง
เราผิดท่านประหาร เราชอบ
เราบ่ผิดท่านมล้างดาบนั้น คืนสนอง ฯ

มีอะไรโทษครูของเราได้นะคะ ^0^! ด้วยความเคารพ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ดีใจที่ได้อ่านบทความนี้นะคะ

และนี่ก็เป็นความเห็นส่วนตัวความเห็นหนึ่งที่คิดว่า ปัญหาที่ทำให้เกิดการตายของครูจูหลิงนี้ มันมีมูลเหตุจากปัญหาที่เรื้อรังมานานมาก คาดว่ามีปมมาจากการแบ่งแยกทางศาสนา แต่โดยส่วนตัวคิดว่า ไทยพุทธมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เป็นพื้นฐานจิตใจ ไม่เคยเบียดเบียนศาสนาอื่นหรือบังคับขู่เข็ญคนในชาติให้หันมานับถือศาสนาของตน มีแต่ศาสนาที่เข้ามาจากชาติอื่นๆ พยายามจะเข้ามาครอบครองประเทศ และดึงไทยพุทธให้เข้าเป็นศาสนิกชนของเขา และข้าพเจ้าก็คิดว่าปัญหาชายแดนภาคใต้ในปัจจุบันก็เป็นการสร้างสถานการณ์อะไรบางอย่าง จนลุกลามมาถึงกรุงเทพฯ โดยมีผู้ใหญ่(มากๆ)ชักใยอยู่เบื้องหลัง เป็นผู้ที่ไม่ประสงค์ดีต่อประเทศไทย

ขออภัยหากไม่ตรงกับความเห็นของผู้ใดค่ะ ไม่ต้องการขัดแย้งทางความคิดใดๆ จ้ะ หากเจ้าของ blog อ่านแล้วสามารถ hide comment นี้ได้นะจ๊ะ
-ขอให้ครูจูหลิงไปสู่สุคตินะคะ
แล้วก็ขอให้ทุกคนในแผ่นดินนี้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข และขอให้แผ่นดินนี้สงบโดยเร็ว
#1คุณชิงช้าโบราณ เราไม่ hide หรอกจ๊ะ

แม้เราต่างความเห็นกัน แต่เราก็ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้วค่ะ คือแสดงความห่วงใยออกมา เราทุกคนมีสิทธิ์ค่ะ แล้วก็จะเป็นการดีในเวลาต่อไปด้วย ซึ่งในนี้ก็ไม่ใช่เวบการเมืองซักหน่อยน๊ะ เราทุกคนที่นี่ทำไปก็เพราะด้วยจิตใจที่ดี น่ารัก ไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเองหรือดิสเครดิตใครจ้ะ

เราแสดงออกถึงความหวังดีต่อบ้านเมือง ด้วยใจบริสุทธิ์ แม้เราจะรู้ไม่ทันเกมส์ของพวกเขา แต่เราก็เป็นห่วงและฟ้องเป็นหลักฐานได้ว่าเราก็อยากทำอะไรดีๆเพื่อบ้านเมืองของเราบ้าง แต่บางทีเราคิดว่าเราไม่มีพลังมากพอ มันก็เท่านั้นแหล่ะ เผื่อคนดีๆหลงมาอ่านก็อาจจะรวมเป็นพลังน้อยๆ ที่พร้อมจะทำสิ่งดีๆต่อไป ไม่ว่าจะเรื่องใด แต่ขอให้คนดีๆหันมาใส่ใจก็พอค่ะ(อยากเห็นเท่านี้แหล่ะ)

ส่วนถ้าคนที่ไม่หวังดีเขาหลงมาเห็น แม้เขาจะไม่อายก็เถอะ(อันนี้ทราบดีอยู่แล้วค่ะ) ก็อยากให้รู้ว่ามีคนดีๆใส่ใจ อย่าเผลอแล้วกัน ธรรมะย่อมชนะอธรรมค่ะ แต่มันจะใช้เวลาหน่อย

ขอบคุณทั้งสองคอมเม้นท์จ้า
เขียนดีจังคับ เป็นอีกความเห็น-มุมมอง
ถ้าอ่านแล้วก็จะได้อะไรกลับไปคิดได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ
wow ขอบคุณค่ะ มีกำลังใจขึ้นมาน้อยๆแล้ว หลังจากที่สองวันมานี้หดหู่จังเลยไม่ทราบสาเหตุฮ่ะๆๆๆ ขอบคุณๆมั่กๆค่ะ
เรื่องการเปลี่ยนชื่อประเทศของท่านผู้นำนั้น เป็นเพราะความต้องการกลืนชนกลุ่มน้อยต่างๆให้เป็นคนไทยทั้งหมด ทั้งคนจีน มุสลิม ชาวเขา ซึ่งเป็น 1 ในนโยบายชาตินิยมของจอมพล ป. ความจริงมันเป็นการกระทำที่ดูเหมือนเป็นเพียงสัญลักษณ์กลวงๆ คือเปลี่ยนชื่อก็ไม่เห็นเป็นไร.....แต่นัยยะทางการเมืองการปกครองแล้วมันน่าจะมีความสำคัญอย่างยิ่งนั่นคือเป็นการว่าแผ่นดินนี้เป็นของชนชาติใดเป็นหลัก ใครกันที่มีสิทธิ์กำหนดนโยบายและชี้ขาด ส่วนประเด็นเรื่องศาสนานั้นหนูว่าที่พี่ชิงช้าฯพูดมาส่วนหนึ่งก็ใช่ค่ะ แต่อย่างไรก็ตามการใช้ความรุนแรงตอบโต้ความรุนแรงก็ไม่น่าจะเป็นวิธีที่ถูกต้อง อีกทั้งบางครั้งการกระทำต่างๆอาจจะเกิดจากการแทรกแซงของคนที่รอโอกาสจะสร้างความแตกแยกในสังคม แล้วโยนบาปให้กลายเป็นสงครามศาสนา....
ขอบคุณพี่ชลิตามากที่เขียนเรื่องดีดีมาให้ได้สนทนากันค่ะ

#6 By NuNual on 2007-01-19 10:55

ตามที่คุณชิงช้าฯ ให้ความเห็นมุ่งไปที่เรื่องศาสนานั้นความจริงคือส่วนหนึ่ง
ของผลรวมปัญหาศาสนา เชื้อชาติ และถิ่นกำเนิด ของประชาชนในพื้นที่
โดยมีกลุ่มที่เข้ามาเกี่ยวข้องคือ นักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจและกลุ่มมิจฉาชีพ
ที่ต่างมีผลประโชน์ของตนเองในพื้นที่

การเข้ามาของรัฐบาลทักษิณได้รื้อทำลาย โครงสร้างผลประโยชน์เดิม
และมีการวางเครือข่ายของตัวเองลงแทนในพื้นที่ สมดุลผลประโยชน์ที่มีอยู่เดิม
ถูกทำลายลง

สภาพความวุ่นวายที่เห็นในปัจจุบันเป็นฝีมือของแต่ละกลุ่มที่กล่าวมาข้างต้น
ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วงชิงอำนาจจัดการผลประโยชน์ในพื้นที่ 3 จังหวัด
โดยใช้ปัญหาศาสนา เชื้อชาติ และถิ่นกำเนิด ของประชาชนในพื้นที่เป็นเครื่องมือ

ซึ่งตามประเด็นที่เจ้าของบทความได้นำเสนอมายาวถึงสองตอน เป็นการชี้ให้เห็น
ว่าหากไม่มีปัญหาการแบ่งแยกกันในทางศาสนา เชื้อชาติและถิ่นกำเนิด มาแต่เดิม
การฉกฉวยปัญหาดังกล่าวมาเป็นเครื่องมือโดยกลุ่มใดๆ ก็จะกระทำไม่ได้
เราก็จะไม่ต้องสูญเสียครูจูหลิง และบุคลากรของชาติคนอื่นๆ ไปมากมาย
เหมือนที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ขอเสริมเนื้อหาให้ และขอชมว่าเป็นบทความที่ดีอีกบทหนึ่ง
(อย่างไรก็ตามคำว่า "สังเกต" ไม่มีสระอุนะจ๊ะ )

#7 By -[ ^)( ^]- (124.120.39.81) on 2007-01-21 22:01

จ๊ากก.. ครูตามมาดูอ่า

คิๆๆ ขอโทษค่า เผลอไปๆ ไม่ได้เช็คคำให้ดี ครูอุตส่าห์ชม แต่ตกม้าตายที่สะกดผิดเนี่ยนะ ฮือ...แงๆๆ
มันลึกซึ้งเกินกว่าจะเข้าใจ ต้องโทษศาสดาผู้ที่ใจแคบกับความโง่เขลาของสาวกและกิเลศของผู้ใฝ่หาอำนาจไม่รู้จักพอ

#9 By chertbhj (61.91.222.39) on 2007-03-01 18:38

ท่าน นบีมูฮัมหมัดที่สานุศิษย์นับถือกันนักหนา แท้จริงแล้ว ก็ไม่แตกต่างจาก ผู้ทรงเจ้าเข้าผีของเมืองไทยเท่าไรนัก เพราะต่างก็อ้างว่าตนเองเป็นคนสำคัญ ที่สามารถติดต่อกับผู้วิเศษ(อัลลอฮ์)ที่จะบันดาลอะไรให้ใครก็ได้ตามที่ร้องขอ คนอื่นไม่เก่ง ไม่ดี ไม่สะอาด ไม่เลิศพอที่จะติดต่อได้ แล้วก็บอกว่าลัทธิของตนวิเศษกว่าใครๆ เที่ยวประณามไล่ฆ่าฟันพวกลัทธิอื่นมั่วไปหมด แล้วอย่างนี้จะสมานฉันท์ได้อย่างไร โลกคงมีสันติสุขอย่างที่หวังได้อยู่หรอก.....

#10 By เจ้าลัทธิ (203.153.172.120) on 2007-03-17 15:01

เมื่อนึกถึงบรรพกาล ครั้งเมื่อกองกำลังถืออาวุธอันโหดร้ายของพวกแขกมุสลิม บุกทะลวงรุกไล่โจมตีฆ่าฟันนักบวชชาวพุทธ และเผาทำลายมหาวิทยาลัยนาลันทา ตำรับตำราที่เป็นคำสอนของชาวพุทธในประเทศอินเดีย จนสูญสิ้นไม่เหลือหรอ ไม่น่าเชื่อว่าบัดนี้ภาพเค้าลางของเหตุการณ์รุนแรง อันอาจจะกลับมาเกิดกับประเทศไทยที่เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลกในปัจจุบัน เพียงแต่วิธีการทำลายพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงไป

#11 By ลัทธิอุบาทว์ (203.153.172.120) on 2007-03-17 15:02

ผมมีความคิดในเรื่องเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ว่า คนทั่วโลกล้วนมีความเกี่ยวดองเกี่ยวพันทางพันธุกรรมทั้งสิ้น มันน่าแปลกใจที่จู่ ๆ เราก็เห็นคน ๆ นึง หน้าเหมือนอีกคนหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้เป็นญาติพี่น้องกันเลย นามสกุลก็ไม่ได้เหมือนกัน มันน่าคิดนะ บางคนอยู่อีกประเทศ บางคนอยู่อีกประเทศ แต่หน้าตา รูปร่างก็เหมือนกัน มันต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกันแน่ ๆ ในจำนวนประชากรเป็นพันล้านคน มันคงเริ่มต้นมาจากคนไม่กี่พันคน ดังนั้น มันน่าจะเกี่ยวพันกัน แต่วัฒนธรรม ประเพณี ศาสนา การเมือง ภูมิศาสตร์ ดันมากลายเป็นตัวแบ่งแยกคนให้แตกต่าง ความรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน ก็เลยหายไป พอมันเป็นไปในลักษณะนี้ ถ้าคนในกลุ่ม มีผู้นำที่ชอบความรุนแรง มันก็เลยกลายเป็นความขัดแย้ง ที่ไม่สามารถตกลงกันได้อย่างสันติวิธี

ปัญหาภาคใต้ ผมว่าคลี่คลายได้ ถ้าผู้นำในหลากหลายกลุ่ม สนใจที่จะลงไปคลุกคลีตีโมงกับคนในถิ่นฐานเพื่อให้รู้แน่ชัดไปเลยว่า ปัญหาของเค้าคืออะไร ต้องอาศัยความจริงใจในการแก้ปัญหาอย่างยิ่งยวด ไม่เช่นนั้นก็จะคาราคาซังกันไปอย่างนี้ หรือจนกว่าฝั่งโจรใต้จะถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หรือมีผู้นำืที่รักสันติขึ้นเป็นผู้นำแทนคนปัจจุบัน

สุดท้ายต้องไว้อาลัยแด่ครูจูลิง และอีกหลาย ๆ ท่านที่เสียชีวิตไป รวมถึงเพื่อนผมด้วย

#12 By เจ้าชายน้อย on 2007-12-14 14:57