สามัคคีคืออะไร
posted on 11 Jan 2007 00:27 by chalita in 2005-2007, thought
ทุกครั้งได้ยินคำว่า"สามัคคี" เราจะนึกถึงการแข่งกีฬาสีตอน
เรียนประถม ครูสอนว่าให้เราสามัคคีกัน นั่นคือครั้งแรกๆในชีวิต
ที่รู้จักคำนี้ เราเข้าใจความหมายของมันว่าคือการร่วมใจกันทำ
อะไรซักอย่างหนี่งแล้วเราถึงจะบรรลุผล อย่างกีฬาสีนี่ แม้เราจะ
ไม่ได้ลงแข่งขัน แต่เราก็จะเชียร์นักกีฬาที่อยู่สีเดียวกับเรา ซึ่ง
มันเป็นใครก็ไม่รู้ รู้แต่มันอยู่สีเดียวกับเรา ถ้ามันชนะเราก็จะดีใจ
กันทั้งสแตนเชียร์เลย
คุณครูคงชี้ให้เห็นว่าชัยชนะของสีเรานั้นก็คือเป้าหมาย ทั้งๆที่
นักกีฬาของสีเราถ้ามันเก่งมันก็ชนะของมันอยู่แล้ว คงไม่เกี่ยว
กับการเชียร์ของเราเท่าไหร่(ถ้าครูมาได้ยินเข้าโดนตีแน่ๆเลย)
แต่สิ่งที่ครูสอนคือถ้าเรามีเป้าหมายร่วมกัน เวลาที่ชนะเราก็จะ
ได้กระโดดดีใจไปด้วยไม่งั้นไอ้นักกีฬาคนนั้นมันคงกระโดดอยู่
คนเดียว ภูมิใจคนเดียว
เพิ่งไปดูหนังเรื่อง Night at the Musium เป็นหนังตลกเบา
สมอง แต่ท้ายๆเรื่องดูแล้วชักเครียด ไม่ใช่อะไรแต่คือหนังเขา
บอกคนดูเรื่องความสามัคคีน่ะ คือถ้าทุกคนห่วงแต่เรื่องของตัว
เอง จะไม่ทราบเลยว่าสถานการณ์โดยส่วนรวมตอนนี้เป็นอย่างไร
หากว่ามันกำลังแย่..ในที่สุดตัวเองก็จะแย่ตามส่วนรวมนั้นไปด้วย
อยู่ในโรงหนังแท้ๆกลับคิดถึงสังคมเราได้ไงไม่รู้
เข้าประเด็นล่ะ(กรรม..ย่อหน้าที่4แล้วเพิ่งเข้า)เราไม่เห็นด้วย
กับคนที่พูดว่า สามัคคีกันต้องรักกันอย่าทะเลาะกัน?เราไม่เข้าใจ
ความหมายเชิงลึกของคนที่พูดแบบนี้เลย จินตนาการไม่ออกซัก
ทีว่าทำไมถึงเอาแต่พูดอย่างงั้น เราเห็นด้วยแค่เฉพาะกับคำว่า
"สามัคคี" เราคิดว่าการจะสามัคคีกันได้นั้นต้องมีเป้าหมายก่อน
ว่าจะสามัคคีกันทำอะไร แล้วหลังจากนั้น ทุกคนก็ควรจะพูดถึงแต่
เป้าหมายต่างหาก ไม่ใช่เอาแต่พูดว่าอย่าทำอะไรหรือต้องทำอะไร
ต่อมาจึงทำหน้าที่ของตนไปในทิศทางเดียวกันเพื่อบรรลุเป้าหมาย
ดังกล่าว ซึ่งเป้าหมาย ณ ที่นี้ก็คือผลประโยชน์ของชาติ-การที่ชาติ
จะไปรอด ซึ่งมันสำคัญกว่ากีฬาสีหลายล้านเท่า ถึงแม้ถ้าเราไม่ทำ
อะไรเลยแล้วชาติก็ไปรอดอยู่ดี แต่ในสำนึกน่ะ..มันควรหรือที่เรา
เกิดมา-กิน-ขี้-ปี้-นอน-อยู่บนผืนแผ่นดินนี้อย่างมีความสุขเสรี
แล้วจะไม่คำนึงเสียบ้าง?
ประเทศนี้มีคนนับสิบๆล้าน ต้องมีแนวทางที่ต่างกันหรือขัดแย้งกัน
บ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่เราสามารถเถียงกันอย่างสันติได้ หากเรา
มีเป้าหมายเดียวกันการถกเถียงก็จะไม่เป็นการทะเลาะ(หรือจะเรียก
ทะเลาะแต่ก็ไม่ใช่การแตกแยก) เราจะหาจุดที่ลงตัวได้เช่นตัดสิน
เลือกแนวทางที่ดีกว่า หรือถ้าไม่รู้ก็เลือกใช้แนวใดแนวหนึ่งไปก่อน
ก็ได้ ที่เหลือคือความไว้ใจกัน เพราะถ้าเรารู้ว่าเขาหวังดีต่อชาติถือ
เป็นเป้าหมายเดียวกับเรา ฝ่ายเขาเองก็คงจะพยายามชี้แจงให้ได้
เช่นกันว่าเขาจะทำไปเพื่ออะไร และทำอย่างไรเพราะเขาก็อยากทำ
เพื่อชาติเช่นกัน
แต่เท่าที่ทราบความขัดแย้งในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ มันเกิดจากผล
ประโยชน์ส่วนตนไม่ลงตัว การทะเลาะกันที่นี่คือการออกมาฟ้องว่า
ไอ้นั่นโกง ไอ้นี่บริหารบ้านเมืองไม่ได้ ก็ถ้ามันทำเพื่อชาติจริงๆแล้ว
มันจะมีระเบิดปริศนาไปทำไมกัน? มันฟ้องอยู่ชัดๆว่ามีคนไม่หวังดี
เปิดเผยตัวเองแล้ว อย่าทำมึนกันไปหน่อยเลย ที่เห็นกันอยู่นี่มันไม่
ใช่เป้าหมายเพื่อชาติ แต่มันคือการใช้พลังอำนาจและทรัพยากรของ
ประเทศในทางมิชอบต่างหาก แตกแยกกันแบบนี้ ยังจะมีคนพูดว่า
อย่าทะเลาะกันอยู่อีก แล้วชาติบ้านเมืองจะดีขึ้นถ้าคนเลวกับคนดี
ไม่ทะเลาะกัน?ฮือๆๆๆ มันเกี่ยวกันตรงไหนอ้ะ ได้ยินแล้วอยากหนีไป
ตายเมืองนอกวันละสามหน(ขอฝั่งยุโรปแล้วกันนะ)จริงๆเลยพระเจ้า
ถ้าเราเอาแต่พูดถึงเป้าหมายที่แท้จริงกันให้มากๆ การกระทำของ
คนเลวก็ต้องชัดเจนขึ้น เพราะเขาทำแล้วมันเห็นชัดเลยว่าช่างไม่
สอดคล้องกับแนวทาง อ้างเหตุผลอะไรก็ฟังไม่ขึ้นทั้งนั้น ไม่ใช่
ปล่อยให้เขาอ้างแต่กฏหมายว่าไม่ได้ทำผิด ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
แล้วเราเลยหลงทางคิดไปว่า เอ นี่เราจะไป"เสือก"ว่าเขาทำไม?
อย่าห่วงแต่ภาพพจน์ตัวเองมากไปหน่อยเลย(อันนี้อคติมันฝาก
บอกมาอ่ะ เราไม่เกี่ยวนะ)ออกทีวีแล้วก็เลยต้องพูดอะไรให้ดูดีก็พอ
ไม่ต้องใช้สมองคิด?
แค่กำจัดคนเลวก็ยากพออยู่แล้ว
ยังจะมาเจอคนห่วงแต่ Lookตัวเอง
จำคำคนอื่นมาพูดไม่ต้องสำนึกอะไรเลยอีก
สรุปว่าเป็นความผิดของเราเองที่เปิดทีวี
ขอบคุณคนที่เข้ามาอ่านนะคะ เมื่อกี้ได้ยินพระท่านบอกว่า ทำอะไร
เพื่อชาติได้ก็ทำหน่อยเถอะอย่านอนเฉยๆ เลยลุกขึ้นมาเขียนอะค่ะ
ทำแล้วค่ะแต่ไม่รู้จะช่วยได้หรือเปล่า เฮ้อ...

Night at the Musium เป้ก็ไปดูมาแล้วเหมือนกันค่ะชอบมากเลย รู้สึกว่ามันได้ข้อคิดหลายเรื่องเหมือนกันเนาะ คิดว่าหนังเรื่องนี้เนียนมาก เป็นการแทรกความคิดให้คนดู ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน การแก้ปัญหา...หรือวิธีจัดการกับสิ่งใหม่ๆที่เราต้องเผชิญ....หุหุหุ พี่อัพดึกเป้ก็แวะมาดึกเหมือนกันเลย...ฝันดีค่ะ
#1 By NuNual on 2007-01-11 02:03