ทำบัตรประชาชนวันนี้ ได้ครุฑคืนแล้วจ้า
posted on 01 Nov 2006 17:50 by chalita in 2005-2007, thoughtหลังจากมีอคติกับเจ้าบัตรสมาร์ทการ์ดอยู่นาน(เพราะประมูลแพงมากใบละตั้ง 20 บาท แต่เท่าที่รู้กลับใช้ประโยชน์ได้ไม่คุ้มค่า ทำให้นึกถึงคำพูดของเพื่อนเป็นคนลอนดอนแท้ๆ ซึ่งทางประวัติศาสตร์เขาเป็นจุดกำเนิดของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่เราเอาของเขามาใช้อยู่ ..โดยหมอนี่เคยเล่าให้ฟังว่าคนประเทศมัน<อังกฤษ>ไม่มีบัตรประชาชนด้วยซ้ำ)
ไหนจะจำได้ว่าเคยมีคนตั้งข้อสังเกต ว่าเจ้าบัตรสมาร์ทการ์ดนี้ไม่มีตราครุฑ ทำให้เราเห็นด้วยว่าอาจมีเรื่องของเจตนาแอบแฝงอย่างทีเขาร่ำลือกันจริง หรืออย่างน้อยเราก็รู้สึกเองจริงๆ ว่าบัตรใบนี้ทำให้เราห่างไกลการเตือนตัวเองว่าเป็นราษฎรของพระราชาที่เรารัก(เจ้าของที่ปกครองแผ่นดินที่เราอาศัย) เพราะอย่างองค์กรเอกชนไหนที่ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติท่านจะพระราชทานตราครุฑให้ แต่เราเป็นประชาชนธรรมดาแท้ๆ เรายังมีตราครุฑอยู่หลังบัตรที่มีรูปเราเลย แสดงถึงความเป็นประชาชนของท่าน โดยท่านทรงเห็นคุณค่าของเรา ว่าเราคือทรัพยากรของชาติ เรามีคุณค่า มีคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติจริง.. ซึ่งพระราชาองค์นี้ยังทรงสอนให้เราเห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆ และใช้มันอย่างคุ้มค่าอีกด้วย โดยที่ท่านทรงทำให้เราดูเป็นตัวอย่าง
..และเมื่อบัตรประชาชนใบเก่าหมดอายุลง เราเลยอิดออดไม่ขอไปทำบัตรใหม่อยู่หลายเดือน(เกินสองเดือนไปนิดหน่อยค่ะ) เพราะรู้สึกไม่ดีกับสมาร์ทการ์ด ..เฮ้อ นี่มันคดีอาญาเลยนะนี่..
จะว่าไป..ก็คงเพราะรู้สึกได้ ว่าอยากจะผ่านช่วงเวลานั้น(ที่ผ่านมา)ไปซักหน่อย แล้วทุกอย่างน่าจะดีขึ้น เราตั้งความหวังเอาไว้เล็กๆ ว่า อาจจะมีการกลับมาใช้รูปแบบของบัตรประชาชนเดิม ก็เลยเอาน่า..อีกเดี๋ยวค่อยไปทำ
ปรากฎว่าลางสังหรณ์ถูกต้อง(เหมือนเคย) ทั้งๆที่ตัวเองไม่ทราบมาก่อนว่าข่าวยกเลิกการประมูลบัตรสมาร์ทการ์ดนั้น จะหมายรวมไปถึงการไปต่ออายุบัตรในวันนี้จะได้รับบัตรแบบเก่า(ที่เราต้องการ) ณ บัดนี้อีกด้วย แต่ด้วยความลำบากใจทุกครั้งที่ต้องไปติดต่อหน่วยงานราชการ(หรือยังเรียกว่าเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ล่ะเนี่ย?) และคราวล่าสุดเราพบกับอุปสรรคในการทำธุรกรรมจาก"เจ้าหน้าที่รัฐ"บางคน ที่ปฎิบัติกับเราเหมือนเราเป็นอาชญากรยังไงอย่างงั้น ทั้งๆที่บัตรประชาชนหมดอายุ หรือใบขับขี่ประเภทตลอดชีพของเรา เป็นเอกสารอันมีรูปถ่ายเราที่ทางรัฐบาลเป็นผู้ออกให้นั้นสามารถใช้ในการรับบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้ด้วยซ้ำ และที่ผ่านมาเราก็สามารถใช้ใบขับขี่ตลอดชีพในการยื่นเรื่องต่างๆมาได้โดยตลอด
เราเลยงงๆ กับการเลือกปฏิบัติและระเบียบที่เจ้าหน้าที่รัฐบางคนไม่ได้อ้าง แต่ตัดสินด้วยดุลยพินิจของตนเองเท่านั้น ด้วยเราไม่อยากมีปัญหายาวเหยียด และก็ทราบดีว่าเราควรปฏิบัติตามกรอบกติกา ที่แม้จะหาอ่านจากตรงไหนไม่ได้ แต่คนบางคนก็ตัดสินเราด้วยกรอบวัฒนธรรม แทนที่จะมองด้วยเหตุผลทางศีลธรรม ว่าเราคือประชาชนเจ้าของบัตรตัวจริงและมีบัตรอื่นๆรับรอง ไม่มีประวัติอาชญากรรม ขับรถมาสิบกว่าปีปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด และใช่ เราประพฤติตนเป็นคนดี แต่เราไม่สามารถขอเงินประกันค่าติดตั้งไฟฟ้าชั่วคราว(ซึ่งก็เป็นเงินของเรา)คืนได้ ด้วยเพราะบัตรประชาชนเราหมดอายุ(ขณะนั้นยังไม่เกิน60วันและเป็นบัตรใบเดียวกับตอนที่ยื่นเรื่องขอ ซึ่งเรื่องก็ผ่านฉลุย ไม่ทราบว่าพอเรายื่นเรื่องขอเงินคืนนี่..เราก่ออาชญากรรมตรงไหน?)
เราจึงจำต้องกลับไป และยอมทำใจที่เสียเวลาและค่าน้ำมันรถไปฟรีๆ เพราะยื่นเรื่องไม่ผ่านโดยที่ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนสามารถพิสูจน์ได้ว่ามันผิดระเบียบข้อใด?(ไม่มีใครบอกเลย) และต้องสละเวลาและน้ำมันในการมาคราวหน้าอีกครั้ง และน้ำมันที่ใช้ในการเดินทางไปทำบัตรประชาชนใบใหม่ ด้วยทั้งยังไม่ได้ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านใหม่ ด้วยเวลาที่ไม่เอื้ออำนวย แต่เราต้องเสียน้ำมันไปๆมาๆหลายหน เพียงเพราะเหตุผลทางกติกาที่สังคมแห่งประชาธิปไตยตั้งไว้เท่านั้นเอง
นี่แหล่ะ การใช้พลังงานอย่าง"พอเพียง" ถ้าถูกต้องตามกติกาแล้ว จะขับรถวนกี่รอบโดยไม่คุ้มค่าเหตุผลก็ไม่มีใครตำหนิ
เขียนไปเขียนมา ไปลงเรื่องนี้ได้อย่างไรหว่า?.. แต่ก็เอาล่ะ เมื่อไปถึงสำนักงานเขตทวีวัฒนาบ้านใหม่ของเรา(อยู่พุทธมณฑล) ก็ได้พบกับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เราขอให้เกียรติเรียกพวกเขาที่เขตนี้ว่าคุณ"ข้าราชการ" ที่น่ารักก็แล้วกัน เพราะว่าตามระเบียบจริงๆที่ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์แล้ว เราต้องทำบัตรประชาชนใหม่ในที่อยู่เดิมไปก่อน เนื่องจากการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านใหม่ต้องใช้บัตรประชาชนเป็นหลัก ซึ่งเราถือบัตรที่หมดอายุอยู่ ตามระเบียบถือว่าไม่สามารถทำเรื่องย้ายเข้าได้ จึงต้องต่ออายุบัตรประชาชนโดยการทำบัตรใบใหม่ ที่ยังต้องใช้ที่อยู่เก่าตามบัตรเดิมไปก่อน แล้วค่อยทำเรื่องย้ายเข้าบ้านใหม่ เพราะการมีที่อยู่บนบัตรประชาชนไม่ตรงกับในทะเบียนบ้านนั้นไม่ถือว่าผิดกฎหมาย หรือกฎกติกาใดๆ แล้วอีกหนึ่งหรือสองสัปดาห์หากต้องการระบุที่อยู่บนบัตรให้ตรงกับทะเบียนบ้าน ก็ให้มาขอทำบัตรใหม่อีกใบอีกครั้ง...
ตายล่ะ..! เพื่อให้ฐานข้อมูลถูกต้อง ประเทศชาติต้องใช้พลาสติกทำบัตรและแถบแม่เหล็กบนบัตรถึงสองใบ เราต้องใช้น้ำมันในการขับรถมาอีกเท่าหนึ่งเพื่อการเดินทางในครั้งที่สอง แต่ถ้าที่อยู่ทางเอกสารไม่ตรงกันมันถูกกติกา ก็ไม่มีใครตำหนิ แฮะ! (อืมม์..เราเริ่มคิดถึงการก่ออาชญากรรมตามประสาคนช่างจินตนาการแม้ในทางร้าย เพราะข้อมูลมันเพี้ยนๆแบบนี้ คงใช้เวลาสืบจับกันนานขึ้น ดีไม่ดีตำรวจเซ็งกับฐานข้อมูลบ้าๆบอๆแบบนี้ อาจถอดใจไม่ตามแล้วก็ได้ ฮา..)
เอาล่ะ เห็นแก่ศีลธรรม ประหยัดน้ำมันและพลาสติกทำบัตรของชาติดีกว่า หนูยอมทำบัตรที่อยู่เก่าอย่างเดียวก็ได้ บ้านเก่าเราไม่อยู่แล้วแต่ยังไม่ต้องแจ้งย้ายเพราะมันถูกกติกา เราไม่ได้ทำผิดกฎหมาย(แต่เจ้าบ้านเก่าน่ะซวยไป..รับผิดไปเต็มๆ) นึกถึงการทำสำเนาไปทำเรื่องผ่อนตู้เย็นแล้ว-ชิ่ง-ไม่จ่ายเสียเลยนี่ ไหนๆก็ไม่มีใครรู้ว่าเราย้ายมาอยู่นี่แล้ว คงตามยากหน่อยนะ (ฮ่าๆๆ) คดีถึงที่สุดเต็มที่เขาก็มาก็ยึดทรัพย์เจ้าบ้าน(ซวยอีกแล้ว ไม่เกี่ยวกับเราเลย) เอาล่ะในเมื่อไม่มีใครตำหนิที่เราไม่สะดวกจะทำทั้งหมดนี้ อีกทั้งเราไม่ได้ทำผิดกติกา ก็เลยยอมแล้ว แม้มันจะรู้สึกไม่ดีแต่เพราะทุกคนบอกว่าทำได้..แค่นั้นก็คงเพียงพอ
แต่ข่าวดีก็มาถึง พี่ข้าราชการที่รับเรื่องทำบัตรฯบอกกับเราว่า จะทำบัตรไปทำไมตั้งสองใบสิ้นเปลืองเปล่าๆ.. เดี๋ยวน้องเดินไปบอกที่ทะเบียนนะ ว่าขอย้ายเข้าบ้านก่อน บัตรที่หมดอายุพี่เขาก็ปรินท์รูปในบัตรประชาชนใบปัจจุบันและรูปในบัตรใบก่อนหน้า(รูปเมื่อ13ปีที่แล้ว..สมัยวัยรุ่นเลยแหล่ะ)รวมเป็นสองรูปเทียบกัน แล้วเซนต์รับรองว่าดูแล้วเราคือคนเดียวกันจริง จากนั้นในทุกๆขั้นตอนเจ้าหน้าที่ทุกคนเขาก็จะดูรูปเทียบกับใบหน้าเราตลอดเลย แล้วถามเราว่าน้องใช่คนในรูปจริงๆหรือเนี่ย แน่ใจนะ ไม่อยากเชื่อเลย(ว่าทำไมสวยขึ้นจมเลยใช่ไหมล่ะ..ฮา) ก็เป็นการช่วยๆกันดู ว่าเราคือเจ้าของบัตรตัวจริงหรือไม่ (น่าคิดไหม ว่าบัตรประชาชนเมื่อหมดอายุแล้ว มันก็ยังเป็นบัตรประชาชนจริงๆ ไม่ใช่ของปลอมซักหน่อย เพียงแต่เขาแค่ดู..ว่าคนที่เอามาใช้น่ะคือเจ้าของบัตรตัวจริงหรือเปล่า มันก็เท่านั้นเอง)
ก็ปรากฎว่าผ่านทุกขั้นตอน อาจจะมีสัมภาษณ์ว่ามากับใคร(บังเอิญว่าแม่ติดรถมาด้วย)เขาก็ดูหน้าแม่ที่นั่งรออยู่ห่างๆ กับดูๆว่าเรามีพิรุธไหม อะไรงี้ โดนลงบันทึกประจำวันและเปรียบเทียบปรับ โดยมีระเบียบติดเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษรที่ผนังเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ..ไม่ต่ออายุบัตรภายใน 60 วัน ต้องถูกปรับไม่เกิน 500 บาท .. และเจ้าหน้าที่ได้เรียกค่าปรับเรา 50 บาท(อืมม์ไม่เกิน500จริงๆ ถูกต้องน๊าค๊า...)
ทั้งๆที่ถูกสัมภาษณ์ ถูกปรับแบบนี้ แต่เรากลับรู้สึกดีที่เจ้าหน้าที่เขาใช้ศีลธรรมในการตัดสินรับเรื่อง การช่วยลดขั้นตอนในการทำงาน คือเป้าหมายที่ดีโดยสามารถทำให้ชาติประหยัด ซึ่งการทำแบบนี้ไม่จำเป็นต้องอ้างกติกาเลย และการใช้ดุลยพินิจของเขา เขาก็ดูว่าเรามีเจตนาทำผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเขาก็ยังสามารถรับผิดชอบในหน้าที่ โดยที่ช่วยชาติลดขั้นตอนและประหยัดได้ ซึ่งถ้าจะมีการสอบสวนทางวินัย เราก็เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ได้กระทำการปฏิบัติตามหน้าที่โดยชอบธรรมค่ะ คนที่บอกได้ว่าเรามีเจตนาแฝงหรือไม่ ที่ไม่ยอมมาต่ออายุบัตร ในขณะนี้คงมีเราเพียงคนเดียวเท่านั้นที่บอกได้ ไม่ใช่ดุลยพินิจของใครอื่น ซึ่ง..มันก็มีกฎหมายรองรับในการตัดสินโทษรออยู่แล้ว หากเราได้กระทำความผิดไปแล้วจริง มันต้องอย่างนั้นต่างหาก กติกาควรมีเอาไว้เพื่อการฉะนั้นค่ะ ไม่ใช่เพื่ออ้างที่จะไม่ทำงาน...
ขั้นตอนสุดท้าย บัตรตกลงมาจากเครื่องพิมพ์แล้ว เราเซนต์รับ ปรากฎว่าหน้าตาบัตรคุ้นเคยมากและด้วยธุระยุ่งเหยิงอีกหลายประการรออยู่ จึงเก็บมันเข้ากระเป๋าแล้วค่อยมาเอะใจ ว่าเอ๊..มันไม่ใช่สมาร์ทการ์ดนี่หว่า หยิบออกมาดูอีกที ก็ดีใจมากค่ะ ที่อยู่บนบัตรก็เป็นที่อยู่ของบ้านใหม่อย่างถูกต้องสมบูรณ์ตรงกับในทะเบียนบ้านด้วย โดยที่เสียเวลามาทำเพียงครั้งเดียวเสร็จ จบหมดทุกเรื่อง ต้องอย่างนี้สิคุ้มค่าทรัพยากร ไม่ได้เสียไปเปล่าๆ ..พลิกบัตรดูด้านหลัง ก็พบกับครุฑแห่งความสัมพันธ์ระหว่างราษฎรธรรมดาๆอย่างเราและพระมหากษัตริย์ที่เราจงรักภักดีและปลาบปลื้มนักหนา..
เดินยิ้มแก้มปริออกมาเลยค่ะ ดีใจหลายเรื่อง สมหวังแม้จะโดนเปรียบเทียบปรับ ได้ขึ้นชื่อว่ากระทำผิดคดีอาญา แต่ในทางศีลธรรมแล้วรู้ตัวว่าไม่ได้เบียดเบียนใคร ไม่ได้ทำอะไรผิด และเซฟรายจ่ายของชาติไปได้ โดยประเทศนี้เสียค่าพลาสติกและแถบแม่เหล็กเพื่อเราคนเดียวไปไม่ถึง 20 บาทอย่างแน่นอน และมีกำลังใจขึ้นมาก ที่ได้เห็นหลายๆคนใส่ใจในคุณค่าของสิ่งที่เราต้องเสียไป และใช้มันอย่างคุ้มค่า ไม่ใช่ดีแต่ใส่เสื้อเหลืองแล้วพูดว่าพอเพียงๆอยู่แต่ที่ปาก แต่ใจไม่รู้ว่ามันคืออะไร
คุยกับจข.บล็อก 
#1 By [Freedomlism : อิศรานุทิน® ™]แต่งบล้อก+บทความ+เรื่องสั้น+เพลง+นิยาย on 2006-11-01 18:03