หู รูด

posted on 06 Jul 2006 00:39 by chalita  in 2005-2007, shout

หู รูด

 

ในที่นี้ก็หมายถึงอวัยวะในร่างกายนี่แหล่ะ

ไม่ใช่หูของกระเป๋าแต่อย่างใด

 

...

เช้าวันหนึ่ง ไม่กี่วันมานี้

ตอนเข้าห้องน้ำก็นึกถึงเจ้าหูรูดนี้ขึ้นมา

ว่าเจ้าทวารหนักของเรานี้

มันมีหูรูดที่คอยกลั้นของเสียประจำทางของมัน

ให้รอเวลาเหมาะสมที่จะปล่อยออกมาได้

ส่วนทวารเบา(เราหมายถึงส่วนที่อยู่ใกล้กับทวารหนัก)

ก็ยังมีลิ้นปิดเปิด ที่เราสามารถบังคับได้

ควบคุมได้ ว่าจะยังกลั้นไว้ หรือจะปล่อยมันออกมา

 

 

ทั้งนี้อาจเพราะธรรมชาติทำเอาไว้

เพื่อให้เราได้ใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งแวดล้อมของเราได้อย่างปกติ

เป็นที่เป็นทาง ไม่ต้องอยู่ปะปนกับของเสียนั่นเอง

 

 

แต่จะมีส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถกลั้นเอาไว้ได้

ที่เราเองก็เบื่อๆเซ็งๆกับมันมาตลอด

และยังมีอีกหลายๆคนที่เบื่อเหมือนเรา

ทั้งนี้เฉพาะคุณผู้หญิงเท่านั้นนะ

 

เราเปล่าลำเอียงแบ่งแยกเพศ แต่มันเป็นเรื่องของธรรมชาติโดยแท้

ซึ่งมันก็คือ ทางที่เขาไม่นับเป็นทวารใดๆน่ะ

ถึงแม้มันจะเป็นช่องตามร่างกายที่รับรู้อารมณ์ก็ตาม

แต่มันไม่เกี่ยวกับทางธรรมเลย แห่ะๆ

 

 

ซึ่งช่องทางนี้มันเป็นได้ทั้งทางเข้าและทางออก

และถึงแม้หน้าที่สำคัญของมันคือเป็นทางออก

แต่ก็ไม่ใช่ทางออกของเสีย ทว่าเป็นทางออกของ..

ของดีต่างหาก

 

 

ที่นับว่าเป็นของดี ก็เพราะ สิ่งที่ออกมานั้น

คือสิ่งที่เป็นผลสำเร็จ

จากการที่มันได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเป็นที่เรียบร้อย

ซึ่งก็คืออวัยวะสืบพันธุ์..

ส่วนตอนที่ใช้เป็นทางเข้านั้น

ก็เข้าไปเพื่อผสมน้ำเชื้อในการสืบพันธุ์

เมื่อผสมสำเร็จก็จะได้ผลแล้วกลับออกมาทางนี้อีกครั้ง แต่..

แล้วถ้าไม่สำเร็จล่ะ?

 

 

ไอ้สิ่งที่อยู่สุดทางข้างในลึกๆ

ที่รอน้ำเชื้อมาผสมน่ะ มันก็จะหมดอายุไป..

ว่าแต่ ทำไมหนอ มันจึงอายุสั้น..อยู่ได้น้อยวันเหลือเกิน

อะไรจะสดปานนั้น ผลิตมา 20กว่าวันก็ฝ่อห่อเหี่ยว

ถอดใจไหลทิ้งออกมาแล้ว

 

ไอ้เราก็เข้าใจน่ะ ว่ามันต้องออกมาทิ้งข้างนอก

เข้าใจ ว่าของเสียแล้วไม่ดี

ของตายแล้วไม่มีชีวิต เป็นของทิ้ง เป็นของสกปรก

แต่ ทว่า ทำไมตอนทิ้งออกมา มันไม่มาให้หมดทีเดียวหนอ

ทยอยๆกันออกมาทำไม ไม่เห็นเหมือนการขับของเสียทางอื่นๆเลย

 

แถมทางออกก็ไม่มีอะไรกั้นให้ด้วย

ควบคุมก็ไม่ได้ ได้แต่รู้สึกว่ามาแล้วนะ ..ไหลทิ้งออกมาแล้ว

แล้วทำยังไงล่ะทีนี้

 

 

ก็ต้องหาที่ทิ้ง ที่เหมาะสม

ยุคสมัยนี้เขามีห้องน้ำให้ใช้ เราก็เข้าไปปล่อยทิ้งได้..

แต่ทิ้งได้แค่นิดเดียวเท่านั้นแหล่ะ

ก็เพราะมันทยอยๆไหลออกมาทีละนิดแบบนี้

กินเวลาไปหลายวันกว่าจะหมด บางคนใช้เวลาเป็นสัปดาห์นู่น..

แล้วให้เราทำไง?

 

 

จะให้ขังตัวเองอยู่แต่ในห้องน้ำเป็นสัปดาห์เลยหรือ ลำบากแย่

ไอ้จะไม่คอยทิ้งคอยล้าง มันก็ไหลมาเลอะเสื้อผ้า

มีสี มีคราบเหนียว มีกลิ่น ติดตามเนื้อตัว แลดูสกปรก

เขาก็เลยมีผลิตภัณฑ์คอยซับอยู่ในเสื้อผ้าของเราอีกที

เพื่อเราจะได้ไม่ต้องคอยเข้าห้องน้ำ..

เพื่อเราจะได้ใช้เวลาในชีวิตเหมือนวันปกติ ..

หรือเพื่อให้เวลาในชีวิตมีเท่าเทียมเหมือนของผู้ชายเขา

 

 

ไม่ยุติธรรมเลย..

ตลอดชีวิต ต้องคอยพึ่งพาผลิตภัณฑ์

ที่มาจากเทคโนโลยีเพื่อมาดูดซับของเสีย

มิให้ซึมเปื้อนมากกว่าเดือนละครั้งในแต่ละปี

เหตุใดเราถึงพึ่งพาตนเองไม่ได้

เพราะการที่เราต้องใส่เสื้อผ้า

ก็เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย

และการสวมเสื้อผ้า

ก็ยังเป็นวัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกับสังคม

เราจึงต้องคอยระวังมิให้ผ้าเลอะ

มิให้เปื้อนคราบของเสียงั้นหรือ?

 

 

การที่สังคมมนุษย์เปลี่ยนการออกหาอาหารตามธรรมชาติมาเลี้ยงตัวเอง

ไปเป็นการออกหาเงินเพื่อใช้แลกกับอาหารแทนทำให้เราไม่สามารถ

ไปนั่งแช่อยู่ในลำธาร ในวันที่ของเสียซึมออกมาตลอดทั้งวันหลายๆวันได้

ใช่หรือไม่

 

 

เมื่อไหร่ผู้หญิงจะวิวัฒนาการ

ไปถึงการมี "หูรูด" ที่ช่องคลอดบ้างหนอ?...

เมื่อของไม่พึงประสงค์ไหลมาจนถึงปากทางแล้วก็..

อุ๊ย! ขอตัวเข้าห้องน้ำหน่อยค่ะ แล้วก็ประวิงเวลารอได้ซักพัก

พอไปถึงแล้วค่อยปล่อยทิ้ง เหมือนของเสียอย่างอื่น...

 

หรือว่าธรรมชาติ จะสร้างให้เรา(ผู้หญิง)

มีความสามารถในการอดทนใช้ชีวิตอย่างลำบากยากเข็ญ

เป็นเวลา 3-7 วันในทุกๆ 28 วัน

หรือบ่อยกว่านั้นในช่วงตลอด 40 ปีของชีวิตเชียวหรือ?

ธรรมชาติ ไม่ถือว่าเราลำบากในการมีช่วงนั้นของเดือน

เพราะไม่เหมือนกับทวารหนักและเบาที่มีของเสียออกมาตลอดชีวิต

ถึงได้จำเป็นต้องมีอวัยวะควบคุมเอาไว้ให้ได้อย่างนั้นหรือ?

 

 

หรือธรรมชาติจะคิดว่า ถ้าไม่อยากลำบาก

เจ้า ก็ต้องสืบพันธุ์ สิ!!!

ยินดีในการตั้งครรภ์และคลอดบุตรเสีย

ตลอดช่วงวัยเจริญพันธุ์กันเลย

อนิจจา ทำไมเราต้องมีปัญหากับพระแม่แห่งธรรมชาติด้วยนะ

 

ไม่เป็นไร เดี๋ยววันแย่ๆ ชื้นๆนี้ก็จะจากไป

จนถึงอีกไม่เกิน 28 วันข้างหน้า

หรืออีก 9 เดือนเศษๆ หากว่าเราท้อง

อย่างน้อยเราต้องยอมรับจริงๆ ว่าการมีหูรูดคงจะดีกว่าไม่มี...

 

 

ว่าแต่..มันมีอีกส่วนหนึ่ง ที่บางทีก็ต้องการ"หูรูด"

เราคิดว่ามันคือปากของคนบางคนนะ

เพราะสำนวน "ปากไม่มีหูรูด"นี้

เราได้ยินมานานแล้ว และชอบใจมันมาตลอด

เราคิดเอาว่าคนที่พูดคำนี้

งจะเปรียบเทียบเสมือนว่า "หูรูด"

คือสิ่งป้องกันมิให้เราทิ้งของเสีย

ของไม่ดีออกมาสู่ภายนอก

ที่สังคมสามารถมองเห็นหรือสัมผัสได้

 

คำพูดเสียๆหายๆ คำพูดไม่ดี ไม่เป็นมงคล

หรือพูดมาแล้วไม่มีประโยชน์อันใด

ก็เปรียบเหมือนของเสีย เหมือนกับไข่ที่สุกจนฝ่อ

และไหลทิ้งออกมาจากมดลูกผู้หญิง

ใช้การอะไรไม่ได้ ใช้ผสมพันธุ์ก็ไม่ได้

ไหลทิ้งออกมาทางปาก(มดลูก)

 

 

ส่วนคนที่ถูกนำไปเปรียบว่า "ปากไม่มี หูรูด"นั้น

ก็เหมือนกับปากคอยจะปล่อยเลือดเสียออกมาตลอดเวลา

น่ากลัวจะเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า ทิ้งคราบเหนียว

และส่งกลิ่นไม่น่าพิสมัย

ควรต้องใช้ผ้าอนามัยแปะปาก

เพราะว่าปากมันไม่มี "หูรูด"

ไม่มีการควบคุม ไม่อด.. ไม่กลั้น นั่นเอง

 

ไอ้จะไปปล่อยในห้องน้ำก็คงไม่มีใครว่า

แต่คำพูดนั้นมันลงส้วมแล้วเอาน้ำล้างไม่ได้

เพราะฉะนั้น ถ้าจะปล่อยในห้องน้ำ

ก็ต้องปล่อยตอนอยู่คนเดียว

ซึ่งถ้าทำเช่นนั้นได้ ก็คงไม่ใครเขาว่าหรอก

..ว่าปากไม่มีหูรูดน่ะ..

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อิอิสังคมไทยมีเยอะคนปากไม่มีหูรูด....เขียนบลอกเรื่อยๆนะคะ เขียนสนุกดีแล้วจะมาติดตามค่ะ

#1 By NuNual on 2006-07-06 01:33

หึหึ ตอนนี้ชีวิตเราวนเวียนอยู่แถวอวัยวะไม่มีหูรูดตลอดเลย อ่านแล้วขำ ว่าคุณเจ้าของบล็อคคิดได้ไง

#2 By TheDoctorWearsPrada on 2007-10-16 18:08

ใครมาปากเสียไม่มีหูรูดใส่เจ้เนี่ย

ปล. ทิ้งท้ายด้วยคำถามอันเนื่องมาจากเอนทรี่ฉบับนี้

ลอ อะไรกินเลือด?

ปล. 2 รายการทุกข์ชาวบลอกขอแจ้งว่า บลอกอาเจ้โหลดนานมาก ที่ให้กดคอมเม้นต์ก็หาย

#3 By conte (203.146.136.88) on 2007-10-24 18:09

อ่านเรื่องนี้แล้วเข้าตัวเลยแฮะ น่าจะมาอ่านเอนทรี่นี้ก่อนนะครับ

หูรูดเนี่ย เพื่อนผมเค้ามีคำศัพท์ให้ใหม่ ฟังดูน่าสงสัยว่า กล้ามเนื้อดอกจัน ครับ มันคิดได้งัยนะ เออ ก็จริงของมัน เหมื๊อน เหมือน

เรื่องพีเรียดของผู้หญิง น่าเห็นใจมาก ๆ ครับ ก็ไม่เข้าใจธรรมชาติด้วยคนว่า ทำไมจึงออกแบบระบบมาเป็นแบบนี้ แต่ก็เชื่อว่า ธรรมชาติมีเหตุผลอันสมควรที่ออกแบบให้มาแบบนี้ครับ

ตอนนี้มีปัญหาก็แก้กันไป ตามสมควร ซึ่งเห็นใจผู้หญิงจริง ๆ ครับ

#4 By เจ้าชายน้อย on 2007-12-14 09:44

จบได้สะใจมากครับ ชอบ...

#5 By ESKIMO on 2008-01-04 00:05